อเล็กซ์ เรนเดล : กับบทบาทคนธรรมดาที่อยากดูแลโลก
  • Social
  • Jul 19, 2019

เมื่อพูดถึงนักแสดงหนุ่ม อเล็กซ์ เรนเดล ภาพจำคือการเป็นนักแสดงมากมายฝีมือที่ฝากไว้กับละครหลายต่อหลายเรื่อง แต่ 2-3 ปีมานี้ อเล็กซ์ ได้เพิ่มภาพจำอีกด้านหนึ่งในชีวิตของเขากับการเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจนเกิด EEC THAILAND (Environmental Education Centre) องค์กรที่จัดทำค่ายสำหรับเด็กทั่วโลกเพื่อศึกษาและปลูกฝังเรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

บทบาทใหม่ของอเล็กซ์ เรนเดลนี้กำลังบอกกับพวกเราว่า ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ช่วยดูแลโลกได้ และการศึกษาธรรมชาติเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรเข้าถึง

ก่อนจะเป็นองค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อม  

“โครงการ EEC THAILAND จัดตั้งมาได้ประมาณ 5 ปีแล้ว เพราะเราเห็นว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเป็นเรื่องสำคัญ”

อเล็กซ์ เล่าว่า แรงบันดาลใจที่ก่อให้เกิดองค์กรอีอีซี มาจากการกลับมาย้อนคิดกับตัวเองถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกับตอนที่ไปท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และเห็นว่าการคำนึงถึงธรรมชาติในประเทศไทยยังมีช่องโหว่อยู่ หลังจากนั้นจึงเกิดการรวมกลุ่ม และก่อร่างกลายเป็นองค์กรอีอีซีในปัจจุบัน

“กิจกรรมส่วนใหญ่คือการเข้าไปศึกษาและสัมผัสกับธรรมชาติ อย่างการออกค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษา ที่มีทั้งค่าย whale life หรือ Marin ที่เกี่ยวกับปลา มีค่ายเกี่ยวกับป่า ซึ่งก็จะมีหลักสูตรแยกย่อยลงไปอีก มีระดับทั้งเริ่มต้น ปานกลาง และ แอดวานซ์ ซึ่งไม่ใช่ว่าใครอยู่ ๆ จะไปดำน้ำได้ คือคุณจะต้องผ่านขั้นตอนของ EEC มาก่อนและจะมีค่ายเรียนรู้คนท้องถิ่น มีค่าย volnteer ที่ให้คนมารู้จักกับคำว่าอาสาสมัคร กิจกรรมอาสาสมัครทำร่วมกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ นอกจากนี้ยังมีการทำคล้าย ๆ กับเอเจนซี่ คือช่วยทำโปรเจคเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และทำสารคดี”

เรื่องสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับทุกชีวิต องค์กรอีอีซีจึงได้นำหลักแนวคิด EE (Environmental Education)  มาปรับใช้

“EE นี้มันเป็นต้นแบบครับ คือแปลได้ว่าเป็น สิ่งแวดล้อมศึกษา ที่ถูกก่อตั้งมาจากสมัย 50 ปีที่แล้ว และได้มีหลายหน่วยงานได้พยายามจะเอาไอ้คำว่า EE มาปรับใช้งานทั้งวิธีการและเครื่องมือต่าง ๆ  แต่เท่าที่เห็นคือใช้แบบอย่างไม่จริงจัง และคิดว่าเราน่าจะเป็นที่แรกที่นำเอามาใช้ได้อย่างจริงจัง และได้รับ ผลกระทบในทางบวก หลายประเทศก็มีการทำ EE เช่นกัน แต่คิดว่าที่ทางองค์กรเราทำออกมาเป็นรูปร่างที่สุด และประสบผลสำเร็จภายใน 5 ปี ”

กลุ่มเป้าหมายขององค์กรนั้นคือเด็กชนชั้นสูง เพราะอะไร?

“เริ่มได้ง่ายที่สุดคือจากเด็ก การที่เราจะสอนให้เข้าใจธรรมชาติควรปลูกฝังตั้งแต่เด็ก”

สำนวนไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก ถือเป็นคดิที่ทำให้อีอีซีเริ่มต้นจากเด็กตัวจิ๋วเหล่านี้ที่เปิดรับตั้งแต่อายุ 5 ขวบขึ้นไปโดนเฉลี่ยคนที่มาเข้าร่วมกิจกรรมกับองค์กรอยู่ที่ 5-14 ปี  นอกจากนั้นแล้วอีอีซียังเน้นการเข้าถึงเด็กในระดับลูกผู้บริหาร หรือระดับสูงกว่าชนชั้นกลาง

“เรากำลังสร้างนักตัดสินใจรุ่นใหม่อยู่เรากำลังสร้าง generation ใหม่ที่จะลุกขึ้นไปและตัดสินในสิ่งที่มันจะเป็นผลกระทบในทางบวก และ ผลกระทบในทางลบให้น้อยลงเรื่อย ๆ คือถ้าเราคิดง่าย ๆ ในโรงเรียน eec แห่งนี้มีเด็กมาปีหหนึ่งเกือบ 1,000 คน ใน 30 ปีข้างหน้าเรามีผู้นำที่เคยผ่านกระบวนการศึกษาสิ่งแวดล้อมแล้ว 1000 คนลองคิดภาพ 1000 ตึก 1 ตึกต่อ 1 คน ที่สามารถตัดสินใจทุกอย่างของตึกนั้น ทั้งชีวิตของชาวบ้าน ชีวิตของพนักงาน การดำรงชีวิตหรือการปล่อยแก๊สของบริษัท ทุกอย่างมันอยู่ในกำมือของเขาหมดเลย เพราะถ้างั้นเราได้สร้างกระบวนการให้เขาตัดสินใจอะไรที่มันเป็นการไม่สร้างผลกระทบให้กับสิ่งที่อยู่รอบข้าง ผมก็เชื่อว่า 1000 คนนั้นจะทำให้ประเทศไทยหรือทั่วโลก ของเราดีขึ้นได้อย่างแน่นอน นี่คือสิ่งที่เรามองในระยะยาว แต่ระยะสั้นเราก็จะได้สร้างคนที่จะมาช่วยกันดูแล ปกป้อง หรือขับเคลื่อน เรื่องของสิ่งแวดล้อมไปในเวลาเดียวกันอย่างต่อเนื่องซึ่งเราเห็นผลแล้ว เราเห็นว่าเด็ก ๆ มีพลัง power และหัวใจที่มากเพียงพอที่จะมาช่วยทางด้านนี้ ”

ทำไมต้องใช้การศึกษา เพื่อให้เข้าใจสิ่งแวดล้อม

“จริง ๆ ประเด็นสิ่งแวดล้อมถูกพูดถึงไปเยอะแล้ว ในปัจจุบันอย่างการล่าสัตว์ ไฟป่า แต่เรื่องของสิ่งแวดล้อมมันยังมีหลายร้อยประเด็นที่ยังไม่ได้พูดถึง แต่ที่เราอยากให้คนให้ความสำคัญคือเรื่องของการศึกษา ว่าการศึกษาน่าจะเป็นทางออกให้อะไรหลาย ๆ อย่าง คือไม่ใช่ว่าแค่ออกค่าย 3 วัน 2 คืน แต่เน้นการศึกษาเพื่อความยั่งยืน”

“คือ คนอาจจะไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วมันก็คือท่อเดียวกัน มันก็ลงในแม่น้ำเดียวกัน แล้วก็ลงไปสู่ทะเลเดียวกัน คือทุกคนเชื่อมต่อกันหมดเลย เมื่อไหรที่เราทำตัวเหมือนแบบเอาเปรียบทรัพยากร มันเป็นเหมือนการเอาเปรียบมนุษย์ เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มันไม่ใช่แค่ทรัพยากร ไม่ใช่แค่ป่า แค่ต้นไม้อะไร เพราะฉะนั้น มันก็เป็นสิ่งที่ยากที่จะสื่อสารกับเค้า แต่ว่าผมคิดว่าหากมันมีกระบวนการที่มันแข็งแรง ได้เข้าไปให้ความรู้ หรือ ให้การศึกษาสังคม หรือ ให้การศึกษาประชาชน มันก็น่าจะเพิ่มความเข้าใจทางด้านนี้ ให้กับบุคคลนั้น”

ความพิเศษของ EEC THAILAND

แน่นอนอยู่แล้วว่าค่ายเรามันต้องสนุก ต้องให้เด็กมาแล้วไม่เบื่อ มีเรื่องสันทนาการเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ในเวลาเดียวกันคือเราต้องทำความรู้จักกับเด็ก EEC เป็นที่พัฒนาเด็กไม่ใช่แค่การเรียนเรื่องสิ่งแวดล้อม พัฒนาทักษะชีวิตให้กับเด็กเพราะฉะนั้นเราต้องรู้จักเด็กทุกคนและพร้อมที่พัฒนาในส่วนของเขาอยู่ตลอดเวลา

ในระยะสองถึงสามปีแรกที่เปิดองค์กรนั้น อเล็กซ์ ได้เข้าร่วมค่ายด้วยทุกครั้ง แต่เพราะระยะหลังมาค่ายเยอะขึ้นทำให้บางค่ายนั้นไม่ได้ไป

ผลสำเร็จวัดจากอะไร

“เราสามารถที่จะวัดได้จากเด็ก ๆ ได้เลย วัดได้ทันที บางคนอาจจะใช้เวลานิดนึง มันแล้วแต่เด็กแต่ละคนด้วย แต่ว่าเรารู้เลยว่าเด็ก ๆ หลายคนออกไปจากค่ายของเราไปได้รับแรงบันดาลใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างสินค้า(Product) เอาไปขาย หรือว่าการเป็นหัวหน้ากลุ่มในโรงเรียนของตัวเอง เพื่อที่จะขับเคลื่อนเรื่องของสิ่งแวดล้อม บางคนแบบ อยากที่จะโตขึ้นมาเป็นสัตวแพทย์ทันทีเลย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากค่ายของเรา ค่ายได้สร้างคนแล้วสร้างจิตสำนึกของเยาวชนที่ ที่เค้าอาจจะไม่สามารถที่จะคิดถึงหรือว่ารับรู้ถึงโอกาสตรงนี้ หากเค้าไม่ได้มาเข้าค่ายกับ กับ EEC

“ซึ่งผลตอบรับมันดีกับเรามาก แต่เราไม่หยุดง่าย ๆ อันนี้มันเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ เราคิดว่ามันไปได้อีกไกลมาก เรารู้แก่ใจ เราเห็นว่ามันไปได้ เรามาทำตรงนี้แล้ว แล้วเราเห็นว่ามันไปได้ไกลกว่าตอนที่เราเริ่มทำตั้งแต่แรกอีก ตอนแรก ๆ เราอาจจะกะไว้ 10 20 แต่ว่าตอนนี้เราทำแล้วและรู้ว่าผลลัพธ์มันไปได้ถึง 90 มันอาจจะไปได้ถึงพันก็ได้ เราก็เลยรู้สึกแบบว่า เรายิ่งทำ เรายิ่งจะทำมันต่อให้มันใหญ่ขึ้นๆ พอเรามาบริหาร เรามานั่งทำแล้วแบบเราเห็นความเติบโตขององค์กร มันก็มีการปลื้ม

มองเรื่องสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ไว้ยังไงในอนาคต

คือผมอยากให้การเรียรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมศึกษา มันได้รับการนิยมมากว่านี้ มันอาจจะเป็นสิ่งที่เล่ายาก และมันจะเป็นสิ่งที่คนไม่ได้ให้ความสำคัญ ณ ตอนนี้สักเท่าไหร่ แต่ว่าผมว่าสุดท้ายแล้ว มันก็ต้องย้อนกลับมาที่การให้การศึกษา ผมเชื่อว่าอย่างนั้น ผมเริ่มที่การให้การศึกษา และผมก็จะผลักดันเรื่องการให้การศึกษาไปตลอด แต่สิ่งที่อยากให้เปลี่ยนแปลง คือ เอาเรื่องของสิ่งแวดล้อม เข้าไปอยู่ตามโรงเรียนหรือว่าได้รับการสนับสนุนว่ามันคือเครื่องมือของความยั่งยืน “

 ผมอยากให้คนเห็นความสำคัญของมันมากกว่านี้อีก ถึงคนจะเห็นแล้วผมว่ายังไม่พอ ผมว่ามันต้องไปตามโรงเรียน มันต้องการแบบ การถูกประเมินให้สำคัญพอ ๆ กับพวกเลข พวกวิทยาศาสตร์ อย่างนั้นเลย ผมว่ามันควรจะได้รับการเรียน ตั้งแต่ยังเด็กเล็กเลย”  

สิ่งหนึ่งที่ต้องยกระดับในประเทศของเราก็คือการศึกษาในเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่เราให้กับเยาวชนซึ่งนั้นก็คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงเปิด Ecc ขึ้นมา เพราะเราเห็นช่องว่าง และการศึกษามันแก้อะไรได้อีกเยอะ และ อยากจะเชิญชวนคนไทยให้สนับสนุนการศึกษา เพราะเราทำแล้วเห็นผล ซึ่งมันจะทำให้โลกเราดีขึ้นได้แน่นอน 100 เปอร์เซ็น  อเล็กซ์กล่าวทิ้งท้าย

 

เรื่อง มยุรา ยะทา 

 

ความสำคัญของการศึกษาคือก่อให้เกิดความรู้และสร้างความเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ดีขึ้น

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?