เซ็กส์บนจานอาหาร (1)
  • Lifestyle
  • Jul 12, 2019

‘อ๊า อุ อุ๊ อิ อิ๊ คันหูไม่รู้เป็นอะไร เอาสำลีมาปั่นก็ไม่หาย’

เนื้อเพลงข้างต้นเป็นที่คุ้นหูเมื่อ 3-4 ปีก่อน สำหรับบางคนมองว่าเนื้อเพลงนี้ชั่งแต่งได้กินใจดีเหลือเกิน บวกกับท่าเต้นที่เร้าใจจนต้องโยกเอวตาม แต่สำหรับกระแสส่วนใหญ่ของสังคมกลับมองว่าเนื้อเพลงนี้เข้าขั้น เสื่อม และระคายหูจนต้องเบือนหน้าหนี

อาการคันหูที่เนื้อเพลงหมายถึงนี้แปลความหมายมองไปเชิงเรื่องเพศสัมพันธ์หรือเรื่องเซ็กส์ ที่สังคมตีความไปในเรื่องต้องห้าม และ เป็นความเสื่อมที่ไม่ควรพูดในที่สาธารณะ แต่จริง ๆ แล้วไอเรื่องเซ็กส์ที่ทำให้เราเขินอายตัวม้วนเวลาพูดถึงเนี่ยแหละ ทำให้เกิดบางสิ่งบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมานักต่อนักแล้ว รวมถึงยังส่งผลหรือมีอิทธิพลต่อเรื่องอาหารการกินของเราอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย

อโวคาโด มาจากลูกอัณฑะ

ผลไม้พลังสูง ที่ถูกพูดถึงในวงการลดน้ำหนัก แต่ใครจะรู้ว่าอโวคาโดนั้นมีความเชื่อเรื่องเสริมสมรรถภาพทางเพศ

อะโวคาโด มีต้นกำเนิดมาจากรัฐพิวบา ประเทศเม็กซิโก ต่อมาได้แพร่หลายในอเมริกากลาง-อเมริกาใต้ ก่อนจะกระจายไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้ จากหลักฐานทางโบราณคดี ได้ค้นพบหลักฐานการบริโภคอะโวคาโดเป็นครั้งแรกของโลก ในถ้ำแห่งหนึ่งของรัฐพิวบา ตั้งแต่เมื่อ 10,000 ปี ก่อนคริสตกาล

โดยชนชาติแรกที่ได้ลิ้มลองคือ ชาวแอชแทก (Aztec) และด้วยรูปลักษณ์ที่คล้ายอวัยวะหนึ่งในร่างกายของเรา ชาวแอชแทกจึงเรียกมันว่า “Ahuacatl” ในภาษา นาวาทเทิลที่ชาวแอชแทกใช้กัน ซึ่งแปลได้ว่าเป็น อัณฑะ พร้อมกับดำรงความเชื่อว่ามันสมารถเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ เพราะ รูปร่างมันเหมือนลูกอัณฑะ นี่เอง พูดจริง ๆ แล้ว ถ้ารูปร่างของอโวคาโดไม่ได้เหมือนอัณฑะหรือชาวแอชแทกไม่ได้นึกถึงเรื่องเสื่อม ๆ ที่คนสมัยนี้กล่าวว่ากัน เราก็คงไม่ได้รู้จักผลไม้ที่ชื่อว่าอโวคาโดแน่นอน

ยุโรปรู้จักข้าวเพราะเซ็กส์

ข้าวอาหารหลักของคนไทยและเอเชีย ถ้ามองไปฝั่งยุโรปจะเป็นขนมปังหรือแป้งต่าง  ๆ เพราะข้าวเป็นพืชเขตร้อน ถึงอย่างนั้นข้าวก็มาเป็นที่รู้จักของชาวยุโรปมาตั้งแต่ก่อน ค.ศ. 1600 มาแล้ว แต่ความเข้าใจเรื่องข้าวของชาวยุโรปยังไม่แพร่หลายมากนัก หรือพูดง่าย ๆ ว่ามีแต่บางกลุ่มที่รู้จัก จนมาถึงในยุคสมัยของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ ที่ข้าวเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายเป็นอย่างมาก เพราะอะไร?

เพราะเซ็กส์!

พวกผู้ดีชนชั้นอำมาตย์ต่างก็เชื่ออย่างหัวปักหัวปำว่า การนำข้าวไปต้มในน้ำนมและแต่งกลิ่นด้วยอบเชย จะทำให้เสริมสมรรถภาพทางเพศ มีสรรพคุณเป็นอาหารปลุกกำหนัด หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ทำให้ แข็ง อึด ทน (ใครที่อ่านแล้วรู้สึกว่ารับไม่ได้และหยาบโลนเกินไปให้ข้ามท่อนนี้ไป เพราะมันคือเรื่องจริงในการอธิบายสมรรถภาพทางเพศ) ดังนั้นแล้วข้าวจึงไม่ได้สินค้าที่เป็นที่รู้จักเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ต้องการขั้นสูง ทั้งยังนับเป็นสินค้าหรูหรา มีราคาแพงลิบลิ่ว ซึ่งถ้าในยุคนั้นใครได้ครอบครองข้าวจะต้องยึดอกแล้วประกาศว่า ข้านั้นจะต้องใหญ่อึดยาว ด้วยความภาคภูมิใจแน่นอน

วานิลลา คือความหอมหวานแห่งพรหมจารีย์

วานิลลา รสชาติไอศกรีมยอดฮิต จริง ๆ แล้ววานิลลาเป็นกลิ่นที่ได้จากฝักของกล้วยไม้สกุล Vanilla ต้นกำเนิดจากเม็กซิโก ซึ่งวานิลลามักถูกนำมาใช้แต่งกลิ่นในการทำอาหารประเภทของหวานและไอศกรีม โดยวิธีการคือกรีดฝักวานิลลาออกและขูดนำเอาเมล็ดในฝักไปใช้ประกอบอาหาร หรือนำทั้งฝักไปต้มน้ำและช้อนออก วานิลลาแท้มีราคาสูงมาก จึงทำให้มีการประดิษฐ์กลิ่นวานิลลาสังเคราะห์ที่ราคาถูกกว่า นี่คือข้อมูลเกี่ยวกับวานิลาในเบื้องต้น

แต่จริง ๆ แล้ววานิลลาที่รสชาติหอมหวานนักหนาเนี่ย ชนพื้นเมืองเม็กซิโกเจ้าของถิ่นที่พบวานิลลาเป็นครั้งแรก มองว่ากล้วยไม้วานิลลาเป็นพืชแห่งความโรแมนติก เพราะกล้วยไม้วานิลลาออกดอกในยามเช้าและจะผสมเกสรก็ต่อเมื่อเป็นการนำพาของนกฮัมมิงเบิร์ดและผึ้งบางชนิดเท่านั้น แหม่..เพลงกว่าเราจะหากันจนเจอ ดังมาในหัวเลยทีเดียว

แต่! แต่อีกแล้ว ในสายตาของนักสำรวจดินแดนชาวสเปน (คนกลุ่มแรกที่เจอพื้นดินแม็กซิโก) มองว่าฝักของกล้วยไม้วานิลลากลับมีความคล้ายกับอวัยวะเพศหญิง พวกเขาจึงเรียกพืชชนิดนี้ว่าวานิลลา vanilla มาจากภาษาละติน vagina หรือแปลเป็นไทยคืออวัยวะเพศหญิง ชาวยุโรปจึงนำวานิลลาไปทำยาโป๊ และเรื่องเล่าที่เล่าต่อกันมาว่า วานิลลาจะทำให้ชายมีพละกำลังในการร่วมเพศได้

วานิลลามองยังไงก็เป็นพืชแห่งความโรแมนติกตลอดกาลไม่ว่าจะเป็นความยากของการเกิดในสายตาของชนพื้นเมืองเม็กซิโก หรือจะเป็นความโรแมนติกของนักสำรวจดินแดนชาวสเปน ที่มองบุ๊ปก็เดาออกมานี่คือ vagina แบบไม่ต้องคิดกันเลยทีเดียว

ส่วนหนึ่งของความมั่งคั่งในอาณาจักโรมันเกิดจาก หอย

ถ้าให้นึกถึงยาโด๊ป เชื่อว่าหอย คือตัวเลือกที่ทุกคนนึกออก โดยเฉพาะหอยนางรม ที่กินแล้วฟิต ปั๊ง ดึ๋ง ดั๊ง โดยมีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ออกมายอมรับ ในประวัติศาสตร์เองก็มีเรื่องหอย ๆ อยู่เช่นกัน จนถึงขนาดสร้างความมั่งคั่งไห้อาณาจักโรมันเลยทีเดียว

เพราะไอความเลื่องลือว่าหอยนางรมสามารถกระตุ้นทางเพศได้เนี่ยแหละ เป็นเครื่องมือเด็ดของอาณาจักรโรมัน จากที่เริ่มแรกนั้นหอยในยุคหนึ่งมักจะถูกพรรณนาเปรียบเทียบกับหญิงโสเภณี จากเหล่ากวีทั้งหลาย หรือแม้แต่จิตกรเอกต่าง ๆ นึกง่าย ๆ ว่ารูปเทพวีนัส (เทพเจ้าที่เป็นเหมือนแม่แห่งสรรพสิ่งต่าง ๆ ) ยังวาดอยู่บนเปลือกหอย แสดงว่าเรามองเรื่องหอย และเพศหญิง เชื่อมโยงกันมาตั้งแต่อดีตแล้ว ซึ่งนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื่อว่า หอยช่วยเสริสมรรถภาพทางเพศได้ เพราะ คิดง่าย ๆ เหมือนเรากินเพศหญิงเข้าไป

และหลังจากการพรรณนาเปรียบเทียบผู้หญิงกับหอยนางรมของเหล่ากวีแล้ว ยิ่งทำให้เกิดความเชื่อว่าหอยกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศได้เข้าไปอีก อารมณ์เดียวกันกับเราเชื่อว่านางเงือกมีจริงจากบทกลอนแต่งของสุนทรภู่  อาณาจักรโรมันจึงใช้หอยนางรมในการเย้ายวนผู้บริโภคหรือใช้นัยในการปกครองคน เมื่อหอยนางรมได้ชื่อว่าทำให้สุขภาพทางเพศแข็งแรง หอยนางรมจึงสร้างความมั่งคั่งและอำนาจ   จากการอุปมาว่ามันแข็งแรงขึ้นจริง ๆ  เกิดอาการหึกเหิมกินหอยกันเอาเป็นเอาตาย ทำให้อาณาจักรอบข้างเกรงกลัวอาณาจักรโรมัน เมื่อเป็นดังนั้นอาณาจักรโรมันจึงขยายอำนาจส่งไปยังเกาะบริเทน รวมถึงค้าขายหอยนางรม เป็นมั่งคั่งกันทั้งอาณาจักร นี่คืออิทธิพลของหอยโดยแท้จริง  

จากเรื่องราวที่กล่าวมา ทำให้เห็นว่าเรื่องของเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมชาติ และถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิต และความเป็นอยู่ของมนุษย์ จากคำกล่าวของ Dr. Will Durant ซึ่งเป็นนักเขียนและนักปรัชญาชาวอเมริกัน ได้กล่าวไว้ว่า “รองจากความหิว เรื่องเพศ เป็นสัญชาตญาณ รุนแรงที่สุด และเป็นปัญหาใหญ่โตที่สุด ”

นี่เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องเซ็กส์บนจานอาหาร ซึ่งยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้ได้ว้าวกันอีกมาก ไม่แน่มุมมองเรื่องเซ็กส์ของคุณจะเปลี่ยนไป แล้วพบกันตอนที่ 2 เซ็กส์บนจานอาหาร (2)  เรือล่มปากอ่าว สู่เรื่องเล่าอาหารบนเตียง

เรื่อง : มยุรา ยะทา 

 

 

Dr. Will Durant ซึ่งเป็นนักเขียนและนักปรัชญาชาวอเมริกัน ได้กล่าวไว้ว่า “รองจากความหิว เรื่องเพศ เป็นสัญชาตญาณ รุนแรงที่สุด และเป็นปัญหาใหญ่โตที่สุด ”

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?