จับทำไม -ข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านทั่วโลกต้องโทษ
  • Social
  • Dec 6, 2019

การใช้กระบวนการยุติธรรมถูกมองเป็นเครื่องมือในการกำจัดศัตรูทางการเมืองเป็นเครื่องมือที่รัฐบาลเผด็จการหลายประเทศนิยมใช้ เพราะการทำปฏิวัติ หรือรัฐประหารไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับได้ง่ายๆ อีกต่อไป

ในขณะที่การใช้กระบวนการยุติธรรมนั้นกินเวลานาน ทำให้ศัตรูทางการเมืองเสียเวลาและเสียโอกาสทางการเมืองจากการดำเนินคดี โดยเฉพาะการต้องโทษที่เป็นตัวตัดสิทธิทางการเมืองของนักการเมือง ถือว่าเป็นการขจัดคู่แข่งที่ไม่ต้องใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ทรงประสิทธิภาพ

การตั้งข้อหาและดำเนินคดีกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลกมีจำนวนมาก แต่ไม่ได้มีผลลัพธ์ตายตัวเหมือนกันทุกประเทศ หลายกรณีที่ผู้นำฝ่ายค้านก็พลิกกลับมาชนะแม้ถูกเล่นงานแสนสาหัส การกำจัดคู่แข่งทางการเมืองจึงเป็นเพียงการรักษาอำนาจเท่านั้น เพราะชัยชนะที่แท้จริงคือการเอาชนะใจประชาชน

ผู้เขียนชวนผู้อ่านดูข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านประเทศต่างๆ โดนเล่นงาน และผลลัพธ์ที่ตามมาล้วนแตกต่างกันไป


 

อเล็กเซ นาวาลนี

อเล็กเซ นาวาลนี ผู้ก่อตั้ง องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (เอฟบีเค) และเป็นผู้นำการประท้วงต่อต้านประธานาธิบดี วลาดิมีย์ ปูติน ตั้งแต่ปี 2543 นายนาวาลนี ถูกดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์บริษัทไม้แห่งหนึ่ง โดยคำตัดสินของศาลในปี 2556 ชี้ขาดให้เขามีความผิดจริงในคดีดังกล่าว แต่ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปมีคำวินิจฉัยให้คำตัดสินของศาลรัสเซียเป็นโมฆะ นอกจากนี้ยังต้องโทษจำคุกอีก 3 คดีฐานจัดการประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีปูตินอย่างผิดกฎหมายในปี 2557

คำตัดสินดังกล่าวทำให้เขาขาดคุณสมบัติผู้ที่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2561 เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาของศาลว่าได้กระทำความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชั่นมาก่อน

อย่างไรก็ตาม นาวาลนีปฏิเสธข้อกล่าวหา และโต้แย้งว่าข้อกล่าวหานั้นมีขึ้นด้วยเหตุจูงใจทางการเมือง ส่วนผลการเลือกตั้งนั้น ประธานาธิบดีปูตินคว้าชัยชนะ ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศเป็นสมัยที่ 4 ทำให้เขาเป็นผู้นำรัสเซียที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุด นับตั้งแต่ยุคของโจเซฟ สตาลิน เป็นต้นมา

ล่าสุด กรฏาคม 2562 เกิดเหตุชุมนุมต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่สุดในรอบ 8 ปี ที่กรุงมอสโก เพื่อเรียกร้องการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ยุติธรรม หลังผู้สมัครฝ่ายค้านหลายคนถูกห้ามไม่ให้ลงเลือกตั้งในเดือนกันยายน นายนาวาลนี ถูกจับกุมอีกครั้ง ศาลพิพากษาจำคุก 30 วัน จากการเป็นแกนนำชุมนุมครั้งนี้

อ้างอิง:

https://www.bbc.com/news/world-europe-49218726

https://www.bbc.com/news/world-europe-16057045

https://www.theguardian.com/world/2019/sep/29/russia-protesters-demand-end-to-political-crackdown

สม รังสี และ เขม โสกา

เส้นทางการเมืองของอดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาไม่ค่อยสู้ดีนัก นายสม รังสี อดีตหัวหน้าพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ซึ่งเป็นคู่ปรับนายกฯ ฮุน เซน ตลอดกาล ได้ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ และยังมีความพยายามกลับเข้ากัมพูชา

สม รังสี ลี้ภัยไปฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2558 เนื่องจากโดนคดีหมิ่นประมาท และถูกศาลตัดสินจำคุกข้อหายุยงปลุกปั่นในปีถัดมา ส่วนพรรคของเขาตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2555 ก็ได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ถูกคำสั่งศาลให้ยุบพรรคในปี 2560 ความผิดโทษฐานวางแผนโค่นล้มรัฐบาลพรรคประชาชนกัมพูชาของฮุน เซน ที่ปกครองประเทศมานานกว่า 30 ปี

เขม โสกา อดีตรองหัวหน้าพรรคซีเอ็นอาร์พี แม้เพิ่งได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังถูกกักบริเวณในบ้านพักข้อหากบฏตั้งแต่ปี 2560 แต่สถานะทางการเมืองยังคงถูกดำเนินคดีด้วยข้อหากบฏ ถูกสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวทางการเมือง และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

อ้างอิง :

https://www.bbc.com/news/world-asia-50367724

https://www.bbc.com/news/world-asia-23311394

อันวาร์ อิบราฮิม 

อันวาร์ อิบราฮิม วัย 72 ปี อดีตผู้นำฝ่ายค้าน และอดีตรองนายกฯ ปัจจุบันเป็นว่าที่นายกฯ รัฐมนตรีมาเลเซีย ต่อจากดร.มหาธีร์ มูฮัมหมัด ชีวิตการเมืองก่อนจะมาถึงจุดที่เป็นอนาคตผู้นำประเทศ อันวาร์เผชิญมรสุมการเมืองกว่า 2 ทศวรรษ

สมัยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลังควบคู่ไปกับตำแหน่งรองนายกฯ ในรัฐบาลดร.มหาเธร์ มูฮัมหมัด ในปี 2541 ในขณะนั้นมาเลเซียเผชิญกับวิกฤติการเงินเอเชีย อันวาร์เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาแต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากมหาเธร์ เขาถูกปลดออกจากรัฐบาลและพรรคอัมโน และเป็นผู้นำการประท้วงต่อต้านนายมหาเธร์ นำไปสู่การจับกุมเขาในที่สุด

ในปี 2542 นายอันวาร์ถูกดำเนินคดีว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตและรักร่วมเพศ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายร้ายแรงในมาเลเซีย เขาถูกตัดสินจำคุก 6 ปี ต่างชาติประณามการพิจารณาคดีและการจำคุกนายอันวาร์ว่าเป็นข้อกล่าวหาทางการเมือง ต่อมาศาลตัดสินว่าหลักฐานที่ใช้ตัดสินไม่น่าเชื่อถือ เขาจึงได้รับการปล่อยตัวในปี 2547

หลังได้รับอิสรภาพเขากลับสู่เวทีการเมืองอีกครั้งในฐานะแกนนำฝ่ายค้าน คว้าที่นั่งได้กว่า 1 ใน 3 ของรัฐสภาในการเลือกตั้งปี 2551 แต่ก็ถูกกล่าวหาเรื่องรักร่วมเพศอีกครั้ง ในที่สุดปี 2555 ศาลได้ยกคำฟ้อง โดยชี้ว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ

ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2556 นายอันวาร์นำฝ่ายค้านสู้ศึกเลือกตั้ง แม้ไม่ได้รับชัยชนะจัดตั้งรัฐบาลแต่ก็สามารถกวาดที่นั่งไปเป็นประวัติศาสตร์ แต่อันวาร์ต้องกลับเข้าคุกอีกครั้งเมื่อศาลกลับคำยกฟ้องคดีเก่าที่เขาถูกตัดสินจำคุกฐานมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน

ปี 2561 ดร.มหาเธร์ มูฮัมหมัด ผู้ที่เคยเป็นทั้งมิตรและศัตรูที่ทำให้นายอันวาร์ถูกจับเข้าคุก คว้าชัยชนะชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากนายนาจิบ ราซัค ได้ มหาเธร์ได้รับคะแนนนิยมจากกลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายค้านโดยการให้คำมั่นว่าจะคืนอิสรภาพให้แก่นายอันวาร์ และเป็นไปตามสัญญา นายอันวาร์ได้รับการอภัยโทษ เขากลับเข้าสู่รัฐสภาได้อีกครั้งจากการคว้าชัยชนะการเลือกตั้งซ่อมที่เมืองพอร์ต ดิ๊กสัน

ทั้งนี้นายมหาเธร์ได้ประกาศไว้ว่าจะดำรงตำแหน่งนายกฯ เพียง 2 ปีเท่านั้น ก็จะส่งต่อให้กับนายอันวาร์ นั่นหมายความว่า นายอันวาร์จะต้องได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2563 ด้วย

อ้างอิง :

https://www.anwaribrahim.com/profile/

https://www.springnews.co.th/global/364330

https://www.bbc.com/news/world-asia-16440290

อองซาน ซูจี

ดอกไม้เหล็กของเมียนมาร์ นางอองซาน ซูจี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาแห่งรัฐ และเป็นประธานพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) โดย ซูจีไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ เนื่องจากมีข้อห้ามในรัฐธรรมนูญห้ามให้ผู้ที่มีคู่สมรสและบุตรเป็นชาวต่างชาติดำรงตำแหน่ง โดยสามีของเธอ นายไมเคิล อริส และบุตรของเธออีกสองคน ถือสัญชาติอังกฤษ

เส้นทางการเมืองของซูจีเต็มไปด้วยการต่อสู้กับรัฐบาลทหาร เริ่มต้นด้วยการมีบทบาทเรียกร้องประชาธิปไตยจากรัฐบาลทหารของนายพลเนวิล ที่ปกครองประเทศมากว่า 20 ปี เธอจัดตั้งพรรคเอ็นแอลดี พร้อมดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค ไม่นานนักที่รัฐบาลทหารจะเห็นความพยายามของซูจี และกักบริเวณเธอภายในบ้านพัก ตัดการติดต่อจากภายนอกในปี 2532

รัฐบาลเสนอข้อตกลงว่าจะปล่อยเธอเป็นอิสระถ้ายอมเดินทางออกนอกประเทศ แต่ซูจีปฏิเสธข้อเสนอ และยืนยันจะต่อสู้จนกว่ารัฐบาลทหารจะปล่อยให้ประเทศปกครองด้วยรัฐบาลพลเรือน และปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง

การกักบริเวณภายในบ้านพักกินระยะเวลานาน และรัฐบาลทหารได้ลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของซูจีอยู่ตลอด เช่นในปี 2552 ถูกตัดสินจำคุก 3 ปี ลดลงเหลือ 18 เดือน โดยให้ถูกกักบริเวณในบ้านพักตามระยะเวลาที่ถูกตัดสิน เนื่องจากอนุญาตให้ชาวอเมริกันคนหนึ่งซึ่งว่ายน้ำไปที่บ้านพักของเธอ เข้าไปในบ้านพักถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขการกักบริเวณ

กว่าจะได้รับการปล่อยตัวอย่างเป็นทางการในปี 2553 หลังจากได้รับอิสรภาพ นางอองซานได้รับชัยชนะในการเลือกหัวหน้าพรรค และนำพรรคเอ็นแอลดีคว้าชัยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในปี 2556 ต่อมามีการตั้งตำแหน่ง “ที่ปรึกษาแห่งรัฐ” เพื่อให้นางอองซานมีบทบาทในการบริหารประเทศ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตามบทบาทของเธอในฐานะผู้นำประเทศตอนนี้ไม่สู้ดีนัก เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์จากต่างชาติในการแก้ปัญหาในประเทศ เช่นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแคนาดาลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ถอนสถานะพลเมืองกิตติมศักดิ์ที่มอบให้แก่นางอองซาน ซูจี  เนื่องจากความล้มเหลวในการยุติการไล่ล่าสังหารชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงญา

อ้างอิง :

https://www.bbc.com/thai/international-45677318

https://www.biography.com/political-figure/aung-san-suu-kyi

การกำจัดคู่แข่งทางการเมืองจึงเป็นเพียงการรักษาอำนาจเท่านั้น เพราะชัยชนะที่แท้จริงคือการเอาชนะใจประชาชน

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์