น่ากลัวกว่าผี คือไม่มีเงินออม
  • Biz Life
  • Oct 30, 2019

วันที่ 31 ตุลาคม นอกจากเป็น วันฮาโลวีน หรือ วันปล่อยผี ตามความเชื่อทางตะวันตกแล้ว ยังเป็น วันออมแห่งชาติ ของไทยอีกด้วย

วันออมแห่งชาติ เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2541 ตามมติของคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการออมที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตในทุกยุคทุกสมัย เพราะการออมเป็นการบริหารเงินส่วนสำคัญสำหรับใช้ในอนาคต และวางแผนต่างๆ ในชีวิต

ใครๆ ก็รู้ว่าเงินออมนั้นสำคัญ แต่เมื่อย้อนดูสถิติบัญชีออมทรัพย์ของคนไทย (ข้อมูลล่าสุด ณ เดือนสิงหาคม 2562) มีมากถึง 89,216,436 บัญชี พบว่ากว่า 88.7% ของบัญชีออมทรัพย์ทั้งหมด หรือจำนวน 79,154,639 บัญชี มีเงินยอดฝากน้อยกว่า 50,000 บาท

ขณะที่บัญชีออมทรัพย์ที่มีเงินอยู่ที่มีเงินสะสมจำนวนอื่นๆ ที่สัดส่วนที่ต่างกันมาก ดังนี้ 

50,001 - 100,000 บาท มี 3,290,076 บัญชี (3.68%)

100,001 - 200,000 บาท มี 2,583,315 บัญชี (2.89%)

200,001 - 500,000 บาท มี 2,244,872 บัญชี (2.51%)

500,001 - 1,000,000 บาท มี 985,748 บัญชี (1.1%)

1,000,000 - 10,000,000 บาท มี 896,352 บัญชี (1%)

10,000,000 - 100,000,000 บาท มี 57,125 บัญชี (0.06%)

100,000,000 - 500,000,000 บาท มี 3,610 บัญชี (0.004%)

500,000,000 บาท ขึ้นไป มี 699 บัญชี (0.0007%)

นอกจากนี้ ข้อมูลจากการเข้าถึงบริการทางการเงินภาคครัวเรือน 2559 ของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า พฤติกรรมการออมของคนไทยโดยส่วนใหญ่ตั้งเป้าหลักๆ ไว้ว่า ออมเงินไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉินหรือเจ็บป่วย 37.5% ออมเงินเพื่อใช้ในยามเกษียณ 29.9% และใช้สำหรับบริหารรายรับ-รายจ่าย 12.8%

ตัวเลขเหล่านี้มองได้หลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยไม่เห็นความสำคัญของการออมอย่างจริงจัง หรือช่องว่างความเหลื่อมล้ำยังคงเวิ้งว้างมาทุกยุคทุกสมัย ฯลฯ

จงกลัวไม่มีกิน อย่ากลัวไม่มีเหมือนเพื่อน

ไลฟ์สไตล์และความเป็นอยู่ที่เน้นการเจริญของวัตถุ ที่ต้องมีแบบคนนั้น ต้องใช้แบบคนนั้น ต้องไปแบบคนโน้น ประกอบกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ยิ่งทำให้การออมถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่เชื่อเถอะว่าทุกคนทำได้ และสามารถทำไปพร้อมๆ กับการหาความสุขให้ชีวิตได้ด้วย

ที่ผ่านมาหลายคนบริหารเงินตามสมการแบบแรก คือ “เงินได้ - เงินใช้จ่าย = เงินออม” ทำให้เก็บเงินไม่ได้สักทีเพราะใช้เท่าไหร่ก็ไม่พอ ใช้ยังไงก็ไม่เหลือเก็บ

ในทางกลับกัน คนที่เก็บเงินสำเร็จจะเกิดการจากสมการ “เงินได้ - เงินออม = เงินใช้จ่าย” เข้าวลีเงินที่ไม่เห็นคือเงินที่ไม่ได้ใช้ หากทำตามสมการที่ 2 โดยแบ่งเงินจากรายได้มาออมอย่างน้อย 10% ของทุกๆ เดือน โอกาสปั้นเงินก้อนสำหรับอนาคตก็ไม่ใช่แค่เรื่องยาก ซึ่งเงินที่ถูกหักออกเพื่อเก็บสามารถทำได้หลาหลายวิธีตามความสะดวกของแต่ละคน 

ไม่ว่าเริ่มต้นจากการ ออมผ่านบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคาร ที่อาจใช้วิธีไม่ใช้บัตรเอทีเอ็มหรืออีแบงก์กิง สร้างความลำบากเล็กๆ ในการถอน

ออมผ่านบัญชีฝากประจำ ต้องฝากตามจำนวนและถอนตามระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด ได้ดอกเบี้ยขยับขึ้นมาจากฝากแบบออมทรัพย์อีกนิด

หรือจะ ออมแบบลงทุน สำหรับคนที่ต้องการให้เงินสะสมที่มีอยู่งอกเงยก็สามารถศึกษาการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสรับดอกเบี้ยที่มากขึ้นกว่าการฝากในบัญชีออมทรัพย์ หยอดกระปุก หรือผังดิน เช่น การลงทุนในกองทุน หุ้น พันธบัตร หุ้นกู้ ฯลฯ ซึ่งผลตอบแทนก็มีความแตกต่างกันออกไปตามความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ

ไม่ว่าจะเป็นการเก็บแบบไหน แต่ผลลัพธ์จากการสร้างนิสัยออมก่อนใช้อย่างสม่ำเสมอจะเป็นจุดเริ่มต้นทางการเงินที่ดี ที่อาจทำให้เงินออมในบัญชีของคุณกระโดดอยู่กลุ่มที่มั่งคั่งขึ้นตามกำลังของตัวเอง ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ฉะนั้น อย่าปล่อยให้ความสุขในวันนี้ตามไปหลอกหลอนคุณในอนาคตในรูปแบบของความจน ที่อาจทำให้ทรมานกว่าการเจียดเงินไปออมหลายร้อยหลายพันเท่า

นอกจากวันที่ 31 ตุลาคม จะเป็นวันฮาโลวีนตามความเชื่อทางตะวันตกแล้ว ยังเป็น "วันออมแห่งชาติ" ของไทย และถึงเวลาที่คนไทยต้องเริ่มออมเงิน และวางแผนทางการเงินก่อนที่จะถูกความจนหลอกหลอน

นักเขียนผู้มีใบผู้ประกาศการันตี สนใจเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับการเงิน และการลงทุน รวมทั้งพยายาม เวิร์ก ไลฟ์ บาลานซ์ ให้กับตัวเอง และคนรอบข้าง

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?