การเมืองแบบโลกสวยของ "โต้" สุหฤท สยามวาลา
  • Talk
  • Jul 1, 2019

หาก "การเมืองนั้นเป็นเรื่องจริงจังเกินกว่าที่เราจะปล่อยให้พวกนักการเมืองเล่นกันตามลำพัง" ตามคำพูดของ ชาร์ลส์ เดอ โกลล์ (Charles De Gaulle) อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศสช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า วันนี้ผู้คนในสังคมตื่นตัว และพร้อมจะมีส่วนร่วมกับการเมืองอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ขณะเดียวกัน ความตื่นตัวเหล่านี้ก็กลายเป็นชนวนเหตุให้เสียงแตกออกเป็น 2 ฝั่ง ซึ่งสำหรับ โต้ - สุหฤท สยามวาลา รู้สึกว่าไม่น่าใช่สมการที่จะหาคำตอบให้กับสังคมไทย มันยังมีปัจจัยอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้นเยอะ ดังนั้น เขาจึงประกาศตัวอย่างชัดเจนเรื่องของ “ความเป็นกลาง” ในแนวคิดทางการเมือง

“ผมไม่เชื่อว่าผมจะเป็นคนเดียวในประเทศไทย” เขายืนยัน

ถึงแม้การออกตัวกลางของเขาจะตามมาด้วยเสียงด่าทอ (บางครั้งก็เลยเถิดเกินกว่าคำว่าหยาบคายไปเยอะ) แต่เจ้าตัวก็ยังเชื่อมั่นว่า นี่เป็นจุดยืนที่แข็งแรง และชัดเจนที่สุดในฐานะพลเมืองไทยคนหนึ่ง

อะไรคือภาพประกอบทางการเมืองของฝ่ายพลเมืองตรงกลางอย่างเขา

อะไรที่ทำให้คุณบอกว่า ตัวเองขออยู่ตรงกลางเมื่อถูกถามถึงแนวคิดทางการเมือง 

หลาย ๆ ครั้ง ผมมีความรู้สึกว่าเราอาจจะคิดกันไปเอง ว่าเราอยู่ฝั่งนี้ ๆ เราอาจจะลืมกันไปว่าสมัยก่อนเราไม่ต้องอยู่ฝั่งไหนเลย เราก็อยู่ได้ ฝั่งมันมาจากไหน ใครกำหนด ใครสร้างให้วันนี้เรามีฝั่ง แล้วมีความจำเป็นไหมที่เราจะต้องเลือกฝั่ง แกต้องเลือกข้าง คือคุณต้องมีจุดยืนเดียว ใครสร้างขึ้นมาวะ แล้วสังคมก็บอกว่าไม่ได้ด้วยนะ ต้องเป็นแบบนี้ ซึ่งเราไม่เข้าใจตรงนั้น

แล้วถ้าคิดว่าเราเป็นคนที่ได้ผลกระทบจากฝั่งนักการเมืองทั้งหมด ถ้าเราเป็นคนๆ นั้นเราก็รู้สึกว่า เราก็เลือกได้ไหม ว่าเราจะเลือกใคร ชอบอันนั้นของคนนี้ ชอบอันนี้ของคนนั้น ก็เลยรู้สึกว่าสบายใจแบบนั้นว่า การไม่มีฝั่งแล้วหันไปมองคนที่เขากำลังปกครอง มันอาจจะดีที่สุด มากกว่าการที่เขาจะบอกว่า คนนี้ทำผิดเราเงียบ ทำถูกเราชม เราเลือกที่จะบอกว่า ใครก็ตามทำผิดกูว่า ใครก็ตามทำดีเราชม มันควรเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า นั่นคือ เบสิกของเรา ในเมื่อข้างมันเกิดขึ้นมาแล้ว เราจะยอมเป็นคนที่อยู่ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ทำไม ในเมื่อสมัยก่อนมันก็ไม่เคยมี แล้วไม่ยอมจำนนด้วย เพราะไม่คิดว่ามันโอเค

ในต่างประเทศคุณจะเลือกข้างไม่มีใครว่าอะไร แต่ทุกครั้งที่เขาว่ากัน เขาก็จะว่านักการเมืองว่า ทำไมคุณทำแบบนี้ ดาราต่างประเทศเขาก็ว่านักการเมือง เขาไม่ได้ว่าคนที่ชอบนักการเมืองคนนั้น คุณใช้ไม่ได้เลยที่ชอบนักการเมืองคนนี้ มันไม่เกี่ยว แต่เราหันไปมองว่า คนที่ปกครองเรา เขาทำแบบนั้นอยู่หรือไม่ ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก มันควรเป็นแบบนี้มากกว่า

แล้วสิ่งที่ปรากฏในสังคมวันนี้คือ?

ก็จะเจอคนที่พยายามให้เราแตกกัน แบ่งข้างกัน แล้วเราจะยอมทำไม เราไม่ควรยอมจำนนกับใครก็ตามที่สร้างฝั่งแบบนี้ ผมเคยเลือกฝั่งแล้วรู้สึกว่าไม่โอเค รู้สึกว่าเราไม่ต้องไปอยู่ฝั่งไหนโดยไม่มีเหตุผล ถ้าเราอยู่บนความเชื่อที่มีเหตุผลทุกอย่างจะดีขึ้น แต่หลายครั้งผมก็โดนว่า ไอ้คนไม่มีฝั่ง มันไม่น่าจะผิดมากหรือเปล่า มันน่าจะได้นะ มันผิดตรงไหน

ถ้าอย่างนั้น เวลาคนไม่มีฝั่งจะดีลกับคนเลือกฝั่ง จะมีวิธีดีลแบบไหน

มันคงยากมาก ถ้าเรากำลังคิดว่าต้องทำอะไรเพื่อต้องอยู่ฝั่งไหน ความคิดมันจะเริ่มไม่ค่อยสมเหตุสมผล เราต้องยอมรับคำดุด่าจากคนที่เขาเลือกฝั่ง เราต้องคิดว่าไม่เป็นไร ตราบใดที่เราไม่เคยด่าคนอื่นเลย จุดยืนของผม คือ ไม่เป็นไรเลย ถ้าสังคมกำลังว่ากล่าวเรา เวลาเป็นแบบนี้กลายเป็นโดนด่าว่า สลิ่มแอ๊บบ้าง กลายเป็นคนไม่มีจุดยืนบ้าง เดี๋ยว! จุดยืนของผมไม่ได้อยู่ที่ต้องเลือกฝั่งไหน จุดยืนของเรามี แถมมั่นคงด้วยว่า คนที่กำลังบริหารอยู่ เขาทำดีอยู่หรือเปล่า นั่นคือจุดยืน

ถ้าไม่แน่ใจค้นหาข้อมูลไม่ดี คือไม่ดี การเลือกฝั่งมันไม่สามารถบอกได้ว่า ถ้าคนนี้ทำไม่ดีแล้วจะกลายเป็นความดีขึ้นมาได้ มันไม่มีหรอกครับ เราต้องศึกษาข้อมูลว่าตกลงมันดีหรือไม่ดี เพราะมันจะมีอีกฝั่งที่คอยโจมตีด้วยข้อมูลที่แปลก ๆ อยู่ ตกลงการดำรงตนในสังคมวันนี้ ต้องเป็นคนที่ศึกษาหาข้อมูลพอสมควร เมื่อพลาดแล้วก็ยอมรับ พลาดแล้วก็ขอโทษ ทำไมต้องตีหน้า ตีตรากันเยอะมาก ซึ่งมันไม่จำเป็น

คุณจะซ้าย จะขวาก็ทำไป ผมมีหลักยึดของผม ผมไม่มีวันจะด่าคุณว่า คุณอยู่ซ้ายเพราะคิดไม่เป็น คุณขวาเพราะคุณบ้า ไม่ คุณอยู่ไป ซ้าย ขวาได้ทั้งนั้น แต่คุณต้องให้ผมอยู่ตรงกลางด้วย อย่าพยายามยัดเยียดให้ผม ผมจะอยู่ตรงกลาง คุณอยู่ ซ้าย หรือขวาได้ ผมก็อยู่ตรงกลางได้ แล้วมีคนอีกหลายคนที่อยากอยู่ตรงกลาง มองประโยชน์หรือสิ่งที่นักการเมืองทำแบบไม่หลับหูหลับตา จริงๆ มันไม่ได้เป็นกลางเลยนะ มันแค่เฝ้ามองว่าใครทำ

ช่องว่างของอายุ หรือการเติบโตมาคนละยุค เกี่ยวไหม

ผมเป็นคนไม่เชื่อคำว่า คนรุ่นใหม่ แล้วเอาอายุมาครอบนะ โคตรไม่มีเหตุผล คุณเคยเห็นคนอายุ 20 ที่โคตรโบราณเลยไหม มี! เขาอนุรักษ์นิยมมากๆ เขาไม่พยายามเปิดรับสิ่งใหม่ ถามว่าเขาเป็นคนรุ่นเก่าไหม ถ้าเราตัดสินใจด้วยอายุ มันก็ไม่ใช่ ทั้งหมดมันเป็นเรื่องความคิด ถ้าจะให้นิยามว่า คนรุ่นใหม่ ต้องคิดยังไงถึงจะเรียกว่าคนรุ่นใหม่ เออ.. มันก็ไม่รู้ ผมพยายามจะไม่นิยามเยอะเกินไป ยากมากที่จะนิยาม และรู้สึกว่าไม่เห็นจะต้องเครียดเรื่องนั้นด้วย

สมมติว่าคนที่คิดอะไรที่หลุดจากกรอบหน่อย เขาอาจจะไม่ใช่คนรุ่นใหม่ก็ได้นะ ถ้าเป็นคนอายุ 20 ปีบอกว่า ระบบประชาธิปไตยไม่เวิร์กสำหรับประเทศไทย คนนั้นเป็นรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่า ถ้าถามว่าคนอายุ 65 ที่บอกว่า ไม่! เราจะต้องมีเมืองหลวง 5 เมือง จะต้องหลุดจากกรอบทุกอย่างหมด มันก็ไม่มีอายุอีก เราจะตีตราเขาว่าเป็นคนรุ่นใหม่หรือเปล่า แล้วมันทำได้หรือไม่ มันเป็นความคิดที่อยู่บนฐานข้อมูลที่เกิดขึ้นเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมเลยสนุกกับมัน ไม่พยายามจะหาชายแดนว่า แบบนี้เป็นคนรุ่นเก่า แบบนี้คนรุ่นใหม่ หรือแบบทางนี้ผิดหรือถูก มันไม่เป็นไรหรอกคุณจะตราหน้าใครเป็นอะไรได้ทั้งนั้นแหละ

จุดเริ่มต้นของมุมมองแบบนี้มาจากไหน

มันถึงจุดต่ำสุดทางความคิดอะไรบางอย่างว่า เวลาเราเดินทาง เวลาเราเห็นประเทศที่เขาพุ่งเอา ๆๆๆ แล้วเราหันกลับมามองว่า เดี๋ยวนะ เราต้องการใครสักคนที่กำลังมาเปลี่ยนแปลงประเทศได้แล้ว เปลี่ยนโครงสร้าง เปลี่ยนการบริหารทั้งหมด แล้วผมรู้สึกว่า มีฐานความคิดในแง่ของการที่จะเปลี่ยน ไม่ใช่สักแต่จะเปลี่ยน เพราะว่าความเป็นอนาล็อกในโลกนี้มันหายไปแล้ว มันไม่มีเวลาที่จะเรียนรู้เยอะขนาดนั้น เวลาดิจิทัลขึ้นมา มันดิสรัปชั่น ก็รู้สึกว่า ได้โปรดเถอะ ประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์เต็มรูปแบบอย่างจีน วันนี้เดินไปมากกว่าเราไม่รู้กี่ขุมแล้ว หรือแคนาดาเองก็ตาม ขณะที่ประเทศที่อาจจะเจริญก้าวหน้าต่ำที่สุดคือ อเมริกา เพราะเทคโนโลยีเริ่มตกต่ำ ประเทศที่จะดีเขาจะมีระบบใหม่ๆ มาเสริมเสมอ โดยไม่จมปลักอยู่กับการนั่งเถียงทางการเมืองมากเกินไป

ตอนนี้มันมีความคิดอยากจะเรียกร้องให้ระบบมันเวิร์กเพื่อให้เราจะก้าวไปได้เร็วกว่านี้ ตอนนี้ความก้าวหน้าทั้งหมดมันอยู่ในภาคเอกชน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร มันดิ้นรนกันเองสูงมากเลย แต่ต่างจังหวัดเรายังช้ามาก เรายังเห็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เวลาเลือกตั้งใครพูดการศึกษาทุกคนชอบ แต่ปากท้องก่อน จึงไม่อยากให้ความขัดแย้งบ้าๆ บอๆ นี้มันเกิดขึ้น ในความขัดแย้งทุกคนมีลูก ทุกคนมีอนาคต มันเป็นอนาคตร่วมกันหมด เรารวมกันได้ เราพุ่งเลย อย่างนี้มันวนเวียนอยู่จนเบื่อเต็มทีแล้ว จริงๆ ผมมีความหวังกับการเลือกตั้งมากเลย และโคตรขนลุกเวลาไปเลือกตั้ง โดยเฉพาะครั้งล่าสุด แต่แบบ... เฮ้อ... อะไรของมันวะ มันควรจะพุ่งได้แล้ว

ถ้ามีคนมาบอกว่า แนวคิดแบบนี้แหละพวกโลกสวย?

พี่ก็อยู่ของพี่ไป พี่อย่ามาทะเลาะกับผม อย่าด่าว่าผมโลกสวย การเปลี่ยนแปลงทั้งหมด เกิดจากความที่เราโลกสวย มีหวังว่ามันจะเป็นไปได้ การอยู่แบบไม่มีหวังอยู่กับความจริง หมดหวังในความคิดตลอดเวลาว่าเป็นไปไม่ได้ เราจะอยู่กับที่

เราเคยโดนหัวเราะเยาะ วันที่บอกว่าช่วยหลีกทางให้รถพยาบาล นี่เรื่องง่าย ๆ เลยนะ แต่แค่เราเชื่อว่ามันจะเกิด การต่อคิว...คนไทยไม่มีทางทำได้หรอก มันมีมนุษย์ป้า มนุษย์ลุง ไอ้โลกสวย เดี๋ยวถ้าเราไม่ยอมเหมือนกันหมด ผมคิดว่า มันต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน โลกสวยมันมีเหตุผล และวิธีการ มันไม่ได้ฝันลมๆ แล้งๆ การที่เราโลกสวย ผมกำลังฝันอะไรที่มันผิดอยู่หรือเปล่า บอกว่าโลกสวยนั้นมันผิดยังไง แล้วผมจะฟัง แต่พูดเหมารวมว่าโลกสวยกูไม่เชื่อมึงหรอก ก็ไม่เป็นไร อยู่อย่างเดิมไป แต่ผมไม่เอาด้วย ผมขอพยายามโลกสวยของผม แล้วพยายามให้มันเปลี่ยนแปลงไปทางนั้นดีกว่า โดนประจำแหละ ไอ้เรื่องโลกสวยเนี่ย

ถ้าอย่างนั้น การเมืองแบบที่โลกสวยมากๆ ควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

ดูที่นโยบาย นโยบายพรรคไหนไม่คิดไปข้างหน้า ไม่เปลี่ยนโครงสร้าง ไม่มีอะไรใหม่ๆ อยู่กับของเดิมๆ ทิ้งไปเลย มันมีอันเดียวที่จับต้องได้คือ นโยบายของพรรคการเมือง มากกว่าความเชื่อของพรรคการเมืองที่เรามีต่อเขา และด่าได้ถ้าเขาไม่ทำ การเมืองทุกประเทศมันมีฐานเสียง มีการตลาด แต่เมื่อคุณได้อำนาจ สิ่งเดียวที่ประชาชนยังเหลือจับได้อยู่คือ นโยบายที่คุณสัญญาไว้ เมื่อคนทั้งประเทศเลือกนโยบายของพรรคนี้เราก็ต้องไปต่อไหม อะไรที่ทำได้ก็ทำ ผมเรียกว่า ปกครองตนเอง สิ่งที่เราพอจะทำได้ให้กับสังคม กับตัวเอง กับการพัฒนาในแง่ต่างๆ เราก็ทำกันไป มันไม่ได้เป็นโลกสวยในแบบที่ทำไรไม่ได้ ข้อมูลมันเป็นแบบนี้ ควรจะเชื่อแบบนั้น

คำถามคือ ใครได้ประโยชน์มากที่สุดต่อการแตกแยกของเรา ใครไม่ต้องการให้คนปรองดองมากที่สุด มีนักการเมืองไหนที่พูดปรองดองแล้วอยากให้คนปรองดองเป็นปึกแผ่นบ้าง มีใครพูดบ้าง คือไม่ต้องหวังว่าจะปรองดอง แค่เราเลิกด่ากันเองก่อน นั่นก็ปรองดองมากแล้ว

แม้จะเป็นคนเดียวในประเทศที่เชื่อในแนวทางนี้ก็ยังยืนยันว่าจะเชื่อต่อไป?

ผมไม่เชื่อว่าจะเป็นคนเดียวในประเทศ มีคนไม่กล้าพูดเยอะ! โดนด่าบ้างไอ้... ไอ้เหี้ยมึง มึงไม่มีจุดยืน ไอ้คนอยู่บนเลน..ไม่ใช่ อะไรดีก็ชม อะไรไม่ดีก็ไม่เอา แค่นี้ง่าย ๆ แต่มันต้องสู้! เรื่องพวกนี้ไม่ยอม เราควรต้องหันไปมองพวกนั้น มานั่งกัดกันเอง ด่ากันเองทำไม

จะทำอะไร ล้มรัฐบาลเหรอ เร็วๆ กี่เดือนแล้วยังไม่มี ครม. แล้วรู้ไหมทุกคนรอหมด จะนับบ้านับบออะไรก็ได้เพราะคุณขึ้นเป็นอำนาจแล้ว แต่เร็วๆ ซัดกันให้นัวเลย เอาเลย เอาให้ประเทศแม่งเจริญไปเลย ทุกคนจะได้หุบปาก พอบอกให้เร่งตั้ง ครม. แล้ว ต้องใจเย็นๆ นะ เดี๋ยว! มันมีประเทศไหนบ้างเลือกตั้งเสร็จตั้ง 3-4 เดือนแล้ว ยังปรึกษาว่าจะนับคะแนนยังไง โอ๊ยยย! รู้หมดแล้วว่าวางแผนมา รู้แล้ว ตอนนี้บริหารสักที โชว์มาเลย ชนะแล้วก็ไม่เป็นไร แต่อย่าให้เราอดทนรอ มันประเทศอะไรวะ เออ คุณชอบฝั่งที่เป็นรัฐบาล คุณต้องบังคับให้เขาขึ้นไปบริหารให้เร็วที่สุด ฝ่ายค้านเวลาอยู่ในสภาก็ต้องแฉให้มากที่สุด อย่างมีปัญญานะ อย่าสักแต่แฉ มันทุเรศ

เพราะฉะนั้นคนที่ปกครองบ้านเมืองต้องมีเหตุผล มีความสามารถจริงๆ ถ้าล่ม เราออกไปเลือกอีก เลือกแม่งทุก 6 เดือนนี่ละ โดนด่า เปลืองภาษีชิบหาย ก็มันล่มน่ะ แปลว่า มันไม่มั่นคงไง เลือกตั้งใหม่ เลือกยังงี้ดูว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไหมวะ ให้มันรู้ไป เอ้า!

เอาอะไรมาเชื่อว่าจะเปลี่ยนได้

โลกสวย! อันตรายมากนะ ถ้าคุณเชื่อว่ามันไม่มีทางเปลี่ยน คุณเสร็จเลย แล้วอย่ามาด่าพวกโลกสวย ถ้าคิดว่า ประเทศนี้ไม่มีทางไปไหนได้แล้ว You are Dead man ถ้าคุณจะยอมรับให้มันเป็นแบบนี้ก็อยู่ไป ผมไม่ยอม ผมจะยอมโลกสวย เรียกร้องให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลง ถ้าคิดว่าลูกเราอายุ 18 โตขึ้นมาลุงตู่ยังอยู่ก็เอาเถอะ ผมไม่เอาด้วย ขอให้มีความสุข ถ้ายังแฮปปี้ก็ไปไม่เป็นไร แต่ลุงตู่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงจนเราปรบมือก็ได้ ลุงตู่เปลี่ยน เอาให้สุดยอดเลย เอาให้คนมันตะลึงสิ เอาไอ้พวกเลือกอนาคตใหม่กลับเป็นพวกให้หมด ดี สู้ด้วยสิ่งใหม่ ๆ เอาอนาคตใหม่ให้ล้มเลย เห็นด้วย นั่นคือสิ่งที่อยากเห็น

ถ้าอย่างนั้น คนในสังคมวันนี้ควรเป็นอย่างไร

ติดตามการเมือง อย่าเอาแต่ทำมาหากิน ด่านักการเมืองที่ทำชั่ว ไม่ยอมรับ อย่าหลับหูหลับตา อย่าเป็นคนตาบอด ถูกไหม ทำไมอีกฝั่งหนึ่งที่เขาเห็นข้อบกพร้องของคนที่เราชอบได้ ทำไมเราไม่เห็น เราต้องเห็น แล้วเราจะสว่าง ฉะนั้นเราต้องฟังฝั่งตรงข้าม ฟังว่าเขาด่าอะไรบ้าง แล้วไปศึกษา หาข้อมูล ไม่โอเค ก็บอกไม่โอเค ไม่ใช่หลับหูหลับตาชอบอยู่นั่น

มาถึงตอนนี้ ส่วนตัวคุณเชียร์พรรคไหน?

อนาคตใหม่ ถามว่าอนาคตใหม่ต้องถูกทั้งปีทั้งชาติไหม ไม่ ทำชั่วก็ด่า ถามว่าอนาคตใหม่ต้องถูกเสมอไหม ไม่ได้ พี่ธนาธรต้องถูกไปหมด ไม่! ผิดก็ด่า ถูกก็ชมพลังประชารัฐ ก็เหมือนกัน ถ้าถูกก็ชม หาว่า ไม่มีจุดยืน ไม่! ผมเลือกอนาคตใหม่! นี่ไง ก็ไม่ชอบพลังประชารัฐ แต่พลังประชารัฐทำดีขึ้นมาเราชม ทำไมไม่มีจุดยืนล่ะ ไม่มีจุดยืนตรงไหน ใครดีผมชม จนโดนตราหน้าทุกวันนี้ไง

 

เรื่อง: ชัยณรงค์ กิตินารถอินทราณี

ภาพ: กอบภัค พรหมเรขา

ถ้าคุณจะยอมรับให้มันเป็นแบบนี้ก็อยู่ไป ผมไม่ยอม ผมจะยอมโลกสวย เรียกร้องให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลง

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?