เอกชัย วรรณแก้ว ศิลปินไร้แขนผู้ไม่เคยหยุดเดิน
เอกชัย วรรณแก้ว ศิลปินไร้แขนผู้ไม่เคยหยุดเดิน
เอกชัย วรรณแก้ว ศิลปินไร้แขนผู้ไม่เคยหยุดเดิน
เอกชัย วรรณแก้ว ศิลปินไร้แขนผู้ไม่เคยหยุดเดิน
  • Talk
  • Oct 16, 2019

ะเรียกเขาว่า จิตรกรผู้พิการ, ศิลปินไร้แขน, มนุษย์เพนกวิน หรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะต่อให้จำชื่อเขาไม่ได้ แต่สิ่งที่เขาทำ ก็ยากที่จะลืม เพราะใครจะคิดว่าคนที่มีร่างกายไม่สมบูรณ์ อย่าง  “เอกชัย วรรณแก้ว” จะตั้งใจทำอะไรบางอย่างที่คนส่วนใหญ่มองข้ามไป

หากใครยังนึกเรื่องเขาไม่ออก “เอกชัย วรรณแก้ว” คือคนๆ เดียวกับเจ้าของเรื่องราวอันครึกโครมเมื่อหลายปีก่อนที่ว่า มีคนหนุ่มซึ่งพิการแขนทั้งสองข้าง มีขาที่สั้นผิดปกติ หากแต่กำลังมุ่งมั่นศึกษาศิลปะอย่างเอาจริงเอาจัง

หลายปีก่อน เอกชัยมุ่งหน้าสู้กรุงเทพฯเป็นครั้งแรกในชีวิตเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยเพาะช่าง เพราะความฝันอยากเป็นครูสอนศิลปะเด็กที่อยู่ห่างไกล และเมื่อหลายปีก่อนเขาก็เพิ่งเป็น 1 ในคนไทยไม่กี่คน ที่เดินเท้าขึ้นไปพิชิตยอดเขาคิลิมันจาโร ยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกาด้วยความสูง 5,895 เมตรเพื่อไปวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

จากเด็กหนุ่มไร้แขน จาก อ.ชุมแสง  นครสวรรค์ นับสิบปีที่เขามุ่งมั่นทำงาน จากห้องพักนักการภารโรงวิทยาลัยเพาะช่างที่ฝ่ายอาคารปันให้เด็กพิการจากต่างจังหวัดได้พักอาศัยเพราะไม่มีที่ไป  ถึงวันนี้เอกชัยเป็นศิลปินที่ใช้ทักษะทางศิลปะยังชีพได้อย่างภูมิใจ  เขาเรียนปริญญาโท ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เป็นประธานโครงการอาสาศิลป์ และบ้านศิลปะเอกชัยวรรณแก้ว และมีโครงการที่เป็นประโยชน์แก่สังคมที่ชื่อ  Pay It Forward ยิ่งให้ยิ่งได้ เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส

1.

เอกชัย วรรณแก้ว เกิดในครอบครัวที่ยากจนมาก พ่อแม่เป็นชาวนา มีพี่น้อง 5 คน เอกชัยเป็นน้องคนสุดท้อง ซึ่งเกิดมาพร้อมความพิการทางร่างกาย แต่เขาไม่เคยโทษโชคชะตา ไม่เคยโทษใคร ในวัยเด็ก เอกชัยใช้วิธีการกลิ้งแทนการเดิน เพราะไม่มีแขน ส่วนขาก็สั้นมาก จนเรียกว่าเกือบจะไม่มี สิ่งเดียวที่ทำให้เขาใช้ชีวิตได้ คือ ลำตัว แต่เมื่อเห็นคนอื่นวิ่งและเดินได้ เอกชัยก็ลองหัดเดินบ้าง จนหน้าคว่ำหน้าหงายนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดเขาก็เรียนรู้วิธีการล้มที่ไม่ทำให้เจ็บตัว แล้วก็ค่อยๆ ลุก และเดินได้ในที่สุด

นอกจากนี้เขายังทำกิจกรรมหลายอย่างได้ ถึงขนาดที่ว่าคนปกติยังอาย เช่น พายเรือ เตะบอล ดูแลตัวเองได้ และที่เขาถนัดที่สุด คือ การวาดรูป ซึ่งฝึกฝนจากความชอบ โดยเริ่มจากการใช้เท้าหัดวาดการ์ตูนที่พวกพี่ๆ วางทิ้งไว้ ในขณะที่เขาต้องอยู่บ้านคนเดียว

“ตั้งแต่จำความได้ ตอนเด็ก ๆผมชอบวาดรูป วาดการ์ตูน คิดจะวาดอะไรก็วาด ไม่รู้หรอกมันถูกหรือผิด สวยหรือไม่สวย รู้แค่ว่าชอบ และได้ทำในสิ่งที่ชอบเท่านั้น หลาย ๆ คนก็ชื่นชมว่าผมวาดสวย ผมก็ดีใจ และสนใจเรียนรู้ศึกษามาเรื่อย ๆ จบปริญญาตรี จิตรกรรม”

 เมื่อเริ่มโตขึ้น อายุประมาณ 10 ขวบ เขาก็มีความคิดอยากเรียนหนังสือ แต่กลับถูกปฏิเสธจากโรงเรียนแถวบ้าน โดยให้เหตุผลว่า เขาไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ กลัวว่าจะเป็นภาระของคนอื่น แต่พ่อของเขาก็ยังสู้ พาไปพบกับศึกษาธิการจังหวัด ท่านบอกให้เขาลองถอดเสื้อและช่วยเหลือตัวเองด้านต่างๆ ซึ่งเขาก็ทำได้เป็นอย่างดี ในที่สุดเขาจึงได้เรียน

 จากการบ่มเพราะวิชาและการต่อสู้ด้วยการคิดบวก ทำให้เขาสามารถก้าวข้ามปมด้อยด้านร่างกาย เขาสามารถสอบเข้าวิทยาลัยเพาะช่างได้ด้วยความสามารถของตนเอง แม้ว่าขณะสอบจะไม่มีอุปกรณ์เหมือนเพื่อนคนอื่นๆ แต่เขาก็ได้คะแนนดี และไม่เคยใช้ปมด้อยเป็นอภิสิทธิ์ใดๆ

2.

ทุกวันนี้เอกชัย ดำรงชีพด้วยการเขียนภาพ ทำงานศิลปะในรูปแบบต่างๆที่ทักษะที่มีพอจะทำได้ ควบคู่กับการพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับโครงการต่างๆ

“ผมไม่ขอเรียกตัวเองว่าเป็นศิลปิน แต่เรียกว่าคนชอบงานศิลปะมากกว่า ผมทำงานทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ และไม่ได้ยึดติดว่ามันจะออกมาอยู่ในรูปแบบไหน ขอเพียงได้ใช้ความคิด ได้ใช้หัวใจที่จะสื่อสารผลงานออกไป เพราะผมเชื่อว่างานที่ดีมันสามารถสร้างความคิดให้กับคนได้ สร้างแรงบันดาลใจ และเปลี่ยนมุมมองที่มีให้กับสังคม สร้างพลังให้เขาลุกขึ้นมาทำอะไรต่างๆให้สิ่งรอบข้างมันดีขึ้นได้”

นอกจากการต่อสู้กับความพิการทางด้านร่างกายแล้ว เขายังต้องต่อสู้กับความอัตคัดขัดสนอีกด้วย เพราะสิ่งแวดล้อมเมืองหลวงแตกต่างจากบ้านเดิมที่นครสวรรค์อย่างสิ้นเชิง เอกชัยต้องปรับตัวปรับใจเป็นอย่างมาก เขาไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม แต่ก็ไม่ได้ไปขอใคร กลับทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เรียนต่อ ทั้งเอาโทรศัพท์ไปจำนำและทำงานทุกอย่างเพื่อส่งตัวเองเรียน

“สมัยนั้นหลังจากเรียนเสร็จ ตั้งแต่18.00น.-01.00น.ผมไปรับจ้างวาดรูปที่ใต้สะพานพุทธเพื่อหาเงินเป็นค่าเล่าเรียน วาดรูปแล้วค่อยกลับมาทำงานที่อาจารย์สั่งไว้ เชื่อไหมว่าที่สะพานพุทธผมได้เห็นชีวิตของผู้คนมากมาย คนมารับจ้างวาดรูปบางคนจบปริญญาตรี บางคนได้รับรางวัล เคยชนะการประกวดมาก่อน แต่พอชนะแล้วก็จบกัน ไม่มีเวทีให้เขาไปต่อยอด“

“เช่นเดียวกับทุกวันนี้ เวลาผมไปน ผมก็จะเจอศิลปินอีกมากที่อยากจะทำงาน มีใจอาสา แต่ยังไม่มีพื้นที่ให้เขาได้ทำ ผมจึงมองถึงการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินที่มีจิตอาสา ได้มาทำทำประโยชน์เพื่อสังคม เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนโดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกด้านชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์”

3.

“ผู้พิการอย่างเขาทำไมต้องการทำอะไรมากมายขนาดนี้” อาจเป็นคำถามที่แสดงถึงทัศนคติที่ไม่ดีนัก แต่นั่นก็เป็นคำถามที่ตรงไปตรงมา ด้วยคนทั่วไปไม่เข้าใจว่า เหตุใดผู้พิการอย่างเขาถึงยังต้องลงแรงเพื่อทำอะไรมากมาย

คำถามนี้ เอกชัย ตอบชัดๆว่า เขาทำเพื่อสร้างโอกาสให้กับคนที่ด้อยกว่า หรือคนที่ดีแต่ยังไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง นั่นเพราะทุกวันนี้เขามีพื้นที่ทำงานเพราะหลายคนให้โอกาส ตั้งแต่การได้เรียนที่เพาะช่าง ได้อยู่บ้านพักนักการภารโรง ได้ออกสื่อโทรทัศน์ ได้ร่วมโปรเจคต่างๆ

 “กระทั่งการพูดคุยในวันนี้ ผมก็ถือว่าเป็นโอกาสนะ แต่ละชิ้นส่วนที่ผมได้รับค่อยๆปะติดปะต่อกันจนทำให้ผมได้ทำงาน มีแรงใจ แรงกายที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้หน้าที่ของผมในตอนนี้คือการบอกให้คนอื่นเห็นว่า คุณอย่ามองในสิ่งที่ตัวขาดจนพลาดในสิ่งที่ตัวเองมี และคุณต้องมีพลัง มีความเชื่อที่จะทำความดีต่อไป หากวันนี้คุณคิดว่าตัวเองยังไม่ดีพอก็ขอให้รู้ไว้ว่าไม่มีใครที่เพอร์เฟคไปทุกอย่างหรอกครับ คนเราจะพิการอะไรก็ได้ แต่อย่าพิการหัวใจ ถ้าคนอย่างผมทำได้ คุณก็ต้องทำได้”

ปัจจุบัน เอกชัยเป็นหนึ่งในศิลปินวาดภาพสีน้ำมันที่ได้รับการยอมรับให้ร่วมแสดงภาพเขียนกับศิลปินชื่อดังหลายท่าน อีกทั้งยังเป็นหนี่งในทีมศิลปินของโครงการ Art for All ที่พร้อมทำประโยชน์เพื่อสังคมดังเช่นที่เขาคิดไว้ว่า วันหนึ่งเขาจะมุ่งมั่นให้โอกาสกับคนด้อยโอกาส เพื่อไม่ให้คนเหล่านี้ถูกสังคมทำร้ายอย่างที่เขาเคยประสบมาแล้ว

ทำโครงการที่เป็นประโยชน์แก่สังคม Pay It Forward ยิ่งให้ยิ่งได้ เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และวิ่งกิจกรรม อาสาศิลป์ ปิดทองหลังพระ  เพื่อหาทุนสนับสนุน 4 หน่วยงาน ได้แก่1.อุทยานการอาชีพชัยพัฒนา มูลนิธิชัยพัฒนา 2.ชมรมประติมากรไทย เพื่อเป็นทุนการศึกษาสำหรับนักเรียน นักศึกษาทางด้านศิลปะ

3.มูลนิธิกระจกเงาเพื่อสมทบทุนช่วยสร้างระบบน้ำบาดาล ณ ศูนย์การเรียนรู้ไร่ส้มวิทยา จ.เชียงใหม่ 4.โครงการ The Hope Thailandเพื่อสมทบทุนช่วยเหลือสุนัขจรจัด

ทั้งหมดมาจากไอเดีย ของผู้ชายที่ไร้แขน ตัวสั้น ขาสั้น จนทำให้ได้รับฉายาว่า ศิลปินไร้แขน, มนุษย์เพนกวิน และอะไรอีก ฯลฯ ตามแต่ใครจะเรียก

หากที่ว่ามานั้น มีจุดร่วมอย่างเดียวกันคือการอยากทำอะไรเพื่อให้สังคมนี้มันดีขึ้นกว่าที่เป็น ในฐานะศิลปินคนหนึ่ง

ศิลปินไร้แขนผู้ไม่เคยหยุดเดิน

ติดตามกิจกรรมต่างๆของเอกชัยได้ที่ เพจ Ekachai Wannakaew หรือเว็บ www.ekachai-lifeunlimited.co

ทุกวันนี้เอกชัย ดำรงชีพด้วยการเขียนภาพ ทำงานศิลปะในรูปแบบต่างๆที่ทักษะที่มีพอจะทำได้ ควบคู่กับการพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับโครงการต่างๆ

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?