จะอยู่อย่างนี้ไปอีก 30 ปี?! หญิงจะไม่ทน!
  • Explicit
  • Sep 11, 2019

จากสถิติการหย่าร้างที่เพิ่มมากขึ้นไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่ในประเทศต่างๆ ก็มีอัตราเพิ่มมากขึ้นทุกที ไม่เพียงแต่กฎหมายการจดทะเบียนหย่าที่ปรับเปลี่ยนในง่ายขึ้น และไม่มีการกล่าวโทษต่อกันก่อนจะฟ้องหย่าได้ (เช่นในสหรัฐอเมริกาช่วงยุค 1950 คนจะหย่ากันได้ ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกระทำผิดก่อนจนยอมความไม่ได้) ปัจจุบันมีทั้งการหย่าโดยยินยอม และการฟ้องหย่า เมื่อข้อตกลงระหว่างอดีตคู่ชีวิตไม่ลงตัว

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้หญิง (หรือทั้งสองฝ่าย) ตกลงแยกทางกันง่ายขึ้น เพราะผู้หญิงพึ่งพาตัวเองทางเศรษฐกิจได้ มีหน้าที่การงานพร้อมเลี้ยงตัวเอง ไม่เหมือนในอดีต เช่น ที่จังหวัดน่านสอนต่อกันมาแต่อดีตว่า ผู้หญิงถ้าปั่นฝ้ายไม่เรียบทอผ้าไม่งาม “จะหาผัวไม่ได้” หรือที่สวีเดนเองก็ยังมีการร้อยมงกุฎดอกไม้ของหญิงสาวในช่วงฤดูร้อนเพื่ออธิษฐาน “ขอสามีดีๆ” แต่ถึงวันนี้หากผู้หญิงเลี้ยงตัวเองได้แล้ว ความขัดแย้งในความสัมพันธ์ที่เกินจะรับไหวก็ทำให้ผู้หญิง “จะไม่ทน” อีกต่อไป

แต่กระนั้น การหย่าก็ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ผ่านไปได้โดยง่าย การเป็นโสดอีกครั้งต้องใช้พลังกายพลังใจครั้งยิ่งใหญ่ แต่หากเชื่อว่า “อะไรเกิดขึ้นแล้ว ดีทั้งหมด” ก็ลองรับมือกับเหตุการณ์สำคัญแห่งชีวิตนี้สักครั้ง

คิดให้ดีก่อนหย่า

การหย่ามีราคาของมันอยู่ ไม่ใช่แค่เรื่องการเงิน แต่ต้องคิดถึงอดีตคู่ของคุณ ลูกๆ (ถ้ามี) ปู่ย่าตายาย ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว สมบัติพัสถาน จึงต้องควรพิจารณาให้ดี ที่ประเทศเยอรมนี หากสามีภรรยาตกลงใจที่จะดำเนินการหย่า ทางกฎหมายจะยังไม่ให้หย่าทันที แต่จะให้ระยะเวลาไปพิจารณาสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ลองปรับตัว แยกกันอยู่ หรือหาทางแก้ปัญหาให้ผ่านไปได้ อย่างน้อย 4 เดือน จนมั่นใจว่าทั้งสองต้องการหย่ากันจริงๆ จึงจะจดทะเบียนหย่าให้

การเงิน ค่าเลี้ยงดู

หากเป็นคู่แต่งงานที่จดทะเบียนสมรสกัน กฎหมายการแบ่งสินสมรสหลังหย่าก็มีอยู่ชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็จับเข่าคุยกันครั้งสุดท้าย แบ่งสมบัติกันดีๆ เงินในบัญชีคู่ก็ค่อยๆ มานั่งแยก แบ่งน้องหมาน้องแมวกันไปเลี้ยง ก็น่าจะไหวเนอะ

สำหรับผู้หญิงที่เมื่อแต่งงานแล้ว และไม่ได้ทำงาน การพึ่งพาตัวเองทางเศรษฐกิจให้ได้คือเรื่องสำคัญ เมื่อเริ่มตระหนักถึงสัญญาณว่าชีวิตคู่ไปไม่รอดแล้ว ควรจะเริ่มวางแผนการงานอาชีพสำหรับตัวเอง เชื่อเถอะว่ามันมีทาง เริ่มต้นจากสิ่งที่ทำได้เล็กๆ น้อยๆ ไปอบรมฝึกอาชีพความเชี่ยวชาญต่างๆ มันมีทางไปแน่นอน เห็นมาหลายรายแล้ว ผู้หญิงเราแกร่งพอที่จะยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองนะ

 

ส่วนเรื่องค่าเลี้ยงดูบุตรนั้น สามารถเรียกร้องได้ตามกฎหมาย ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างกันและคำสั่งศาล ส่วนคู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนกัน หากมีลูกด้วยกัน ลูกย่อมอยู่ในสิทธิ์การเลี้ยงดูของแม่ทันที โดยที่พ่อไม่ต้องส่งเสียค่าเลี้ยงดูก็ได้ แต่หากต้องการให้ฝ่ายชายร่วมส่งเสียค่าเลี้ยงดู (นอกจากตกลงเต็มใจกันเอง) ก็ต้องให้ฝ่ายพ่อนั้นจดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักงานเขตหรืออำเภอ หรือมีหลักฐานต่างๆ ชัดเจนว่าผู้นั้นคือบิดา ก็สามารถทำเรื่องยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งการฟ้องเรียกร้องค่าเลี้ยงดูอุปการะบุตรนั้น ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลด้วย

การฟ้องหย่า

เกิดขึ้นได้ในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายไม่ตกลงหย่ากันโดยยินยอม เมื่อเขียนในฐานะของฝ่ายหญิง การฟ้องหย่าของฝ่ายหญิงมักเกิดขึ้นจากการกระทำผิดของฝ่ายชาย เช่น สามีมีชู้ ทำให้อับอายขายหน้า ทำให้เสียหายดูถูกเกลียดชัง ใช้ความรุนแรง ไม่สามารถร่วมประเวณีได้ตลอดกาล ฯลฯ ก็สามารถติดต่อนักกฎหมาย ทนายความ ยื่นฟ้องหย่าได้ โดยมีแง่มุมทางกฎหมายมากมายที่จะเรียกร้อง ทั้งนี้ก็ต้องศึกษาให้ละเอียด และงานนี้ต้องมีค่าใช้จ่าย

เมื่อเป็นทั้งแม่และพ่อในคนเดียวกัน

หากมีลูก แม่ส่วนใหญ่ขอเลี้ยงลูกเอง ไม่ว่าจะมีพ่อของลูกคอยประคับประคองอยู่หรือไม่ก็ตาม ไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับแม่เลี้ยงเดี่ยวเลย เพื่อนรอบตัวมีคนเป็นซิงเกิลมัมมากมาย อย่างน้อยที่สุดพวกเขาจะกลายเป็นคนที่บริหารเวลาได้ขั้นเทพ (คำจำกัดความนี้ต่างกันไปแต่ละคน) หลายคนฝากลูกไว้กับตายาย และแบ่งเวลาไปหาลูกอยู่เสมอ หลายคนอยู่กับลูก ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อทำงานหรือเตรียมสิ่งต่างๆ ให้ลูก บางคนฝากลูกไว้กับเนิร์สเซอรี่ ระหว่างทำงาน เป็นชีวิตที่วุ่นวายไม่น้อย เหล่าแม่เลี้ยงเดี่ยวจึงเป็นคนยืดหยุ่นและเข้มแข็งมาก และเพื่อนๆ คือที่แหล่งหย่อนใจที่สำคัญ แม่ๆ ที่แบกภาระมากมาย ควรมีเพื่อนสนิทเอาไว้ปรับทุกข์ หรือพึ่งพาอาศัยในโอกาสต่างๆ ด้วย (หรือแม้แต่จิตแพทย์ นักจิตบำบัด ก็ช่วยแบ่งเบาความหนักในใจ หรือช่วยจัดการระบบความคิดให้ได้)

สังคมว่าไงกับแม่หม้าย

ขอกลอกตาหลายๆ รอบ หากใครจะยังยึดติดกับภาพลบของ “แม่หม้าย” ผู้หญิงที่ผ่านการหย่าร้างมา ถึงพ.ศ.นี้แล้ว เรื่องนี้ไม่ควรเป็นประเด็น ราว 10 ปีก่อนหน้านี้ “กิ่งฉัตร” นักเขียนนิยายถึงกับเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับการเริ่มต้นใหม่ของผู้หญิงที่หย่ากับสามีแล้ว เพราะมันเป็นประเด็นทีเดียวว่า “นางเอก” ในนิยายไทย จะเป็น “แม่หม้าย” ได้หรือเปล่า (แน่นอนว่าได้ ผู้หญิงทุกคนคือตัวเอกสำหรับชีวิตของตัวเอง) จัดว่าเป็นการแหวกขนบนางเอกประมาณหนึ่ง แต่ก่อนหน้านั้น ก็มีงานเขียนที่ตั้งคำถามถึงคุณค่าของผู้หญิงกับสถานะที่เปลี่ยนไปมาตลอด อย่ากังวลว่าสังคมจะมองผู้หญิงที่หย่าแล้วอย่างไร คุณค่าของมนุษย์ไม่ได้อยู่ตรงนั้น ขอให้ตั้งเป้าหมายถึงชีวิตที่ตัวเองต้องการแล้วมุ่งหน้าต่อไป

การดูแลจิตใจตัวเอง

ต่อให้อยู่ด้วยกันต่อไม่ไหว เลือกแล้วว่าแยกทางกันจะทำให้ต่างฝ่ายต่างมีความสุขมากกว่า แต่การหย่าก็เป็นเหตุการณ์ยากลำบากครั้งสำคัญของชีวิต บางคนรู้สึกเป็นอิสระ แต่ก็ยังเจ็บปวดอยู่ดี บางทีก็เป็นบาดแผลในใจ ที่ต่อให้เวลาเยียวยาจนกลายเป็น ”แผลเป็น” ซึ่งไม่เจ็บแล้ว แต่มันก็ยังอยู่ตรงนั้น ไม่หายไปไหน ฉะนั้น ต้องให้เวลากับตัวเองที่จะเศร้า ลาพักร้อนไปพักใจบ้าง ปรึกษาเพื่อน คุยกับครอบครัว ยอมอ่อนแอบ้าง รู้ว่าเจ็บปวดและอนุญาตให้ปล่อยตัวให้โศกเศร้างอแงได้ แต่อย่าพึ่งเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด หรือกินแก้เครียด การตามล้างตาเช็ดผลของมันไม่สนุกหรอก

การหย่าร้างเป็นเหมือนจุดที่คุณจะทบทวนและตั้งต้นมองภาพชีวิตของตัวเองใหม่ ว่าจากนี้ได้ต้องการอะไรในชีวิต แล้ววางแผนเดินไปสู่จุดนั้น เหมือนกับการอยากไปเที่ยวสักที่ คุณก็เลือกจุดหมายปลายทาง แล้ววางแผนไป บนเส้นทางที่เลือกแยกจากอดีตสามีแล้ว อาจจะขรุขระบ้าง แต่ชีวิตย่อมมีทางไปของมันเสมอ ถ้ารู้สึกวุ่นวายใจทำอะไรไม่ถูก ให้มองย้อนไปที่เป้าหมาย เรียงลำดับความสำคัญ วางแผนแล้วทำไปตามลำดับ ก้าวแรกๆ ยังไม่แข็งแรง แต่ก้าวต่อไปเรื่อยๆ จะรู้ว่าตัวเองแกร่งกว่าที่คิด

ครอบครัวที่ดีคือเบาะรองรับสำคัญ

ในช่วงเวลาเผชิญกับความยากลำบาก อย่าเก็บงำความทุกข์อยู่กับตัวเอง แม้แต่ครอบครัวที่ปกติไม่ได้แสดงออกถึงความรักกันขั้นอบอุ่น ก็ยังเป็นเบาะรองรับเราได้ การมีครอบครัวที่ดีพร้อมสนับสนุนเป็นพรอันประเสริฐ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย คุณควรจะพึ่งพาและขอบคุณความรักจากครอบครัวให้มาก ซึ่งครอบครัวในที่นี้อาจไม่ได้หมายความเพียงพ่อแม่ญาติพี่น้อง แต่เพื่อนที่ดีก็คือครอบครัวได้เช่นกัน

ชีวิตคู่รุ่นใหม่

ที่จริงแล้วความสัมพันธ์ของคนรุ่นใหม่ อาจไม่จำเป็นต้องเท่ากับสามี ภรรยา เสมอไป หากรักจืดจาง หรือเมื่อเวลาผ่านไปไลฟ์สไตล์เกิดเข้ากันไม่ได้ขึ้นมาซะงั้น สามีภรรยาก็อาจจะอยู่ร่วมกันในรูปแบบใหม่ เป็น Life Partner ที่พอแปลว่าเป็นคู่ชีวิตแล้วคนก็จะคิดถึงแต่ความเป็น “ผัวเมีย” กัน แต่ในโลกปัจจุบันไปถึงอนาคต รูปแบบการใช้ชีวิตสามารถเปลี่ยนไปตามความต้องการของเราได้ โดยไม่ต้องยึดกับมาตรฐานสังคม

Life Partner อาจไม่ได้เป็นคู่ผัวตัวเมียกันอีกต่อไป แต่อาจยังคงเป็นพ่อและแม่ของลูก อยู่ร่วมบ้าน แต่ไม่ร่วมเตียง ในเมื่อเศรษฐกิจโลกก็ตกต่ำลงทุกวัน ถ้าคุยกันแบบแฟร์ๆ ก็เหมือนรูมเมทซึ่งแชร์ที่อยู่อาศัย แชร์ทรัพยากรร่วมกัน รวมถึงเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้มีความสัมพันธ์แบบเปิด (Open Relationship) เพราะหากแยกกันอยู่ การหาบ้านใหม่ การใช้ชีวิตแบบโสดค่าใช้จ่ายมันสูงกว่าเยอะ แต่ก็นั่นแหละ สังคมไทยกว่าจะไปถึงจุดนั้นก็ไม่ง่าย แต่ควรพิจารณาถึงความหลากหลาย การใช้ชีวิตที่ยืดหยุ่น ไม่จำเป็นต้องตามมาตรฐานทั่วไปของสังคม ตราบที่มันไม่ได้ไปล้ำเส้นใคร

สู้ๆ นะคะ

.

อ้างอิง SCB, พีสิริทนายความ, HelpGuide

ในวันที่เลือกเดินออกมา “โสด” อีกครั้ง ต้องอาศัยเรี่ยวแรงในการเป็น “บ้าน” ให้กับตัวเอง แต่ชีวิตย่อมมีทางไปของมันเสมอ

เด็กวันพุธที่ย่อยวัฒนธรรมย่อยเป็นอาหารของจิตวิญญาณ

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?