เปิดคู่มือจัดการทรัพย์สิน หลังน้ำลด
  • Social
  • Sep 17, 2019

จากอิทธิพลโซนร้อน โพดุล และพายุโซนร้อน คาจิกิ รวมทั้ง มรสุมตัวออกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ในหลายพื้นที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้สรุปพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย 32 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบ 378,409 ครัวเรือน 

นอกจาก รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือ จ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยตามระเบียบแล้ว ทางสถาบันการเงินต่างๆ อาทิ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในกรณีที่ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อลดความเดือดร้อนทั้งที่ได้รับผลกระทบในมิติของการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพ ด้วยเช่นเดียวกัน 

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทย ประกาศมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ สำหรับลูกค้า สินเชื่อบุคคล โดยพักชำระหนี้นาน 3 เดือน และ พักชำระดอกเบี้ยอีก 3 เดือน ในเดือนที่ 4-6 ลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อ Home For Cash ธนาคารไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน และปรับลดลงอีก 0.25% ในเดือนที่ 4-12

สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่สถานประกอบการได้รับผลกระทบ หรือคู่ค้า แหล่งวัตถุดิบ แรงงาน อยู่ในพื้นที่ประสบภัย ลดดอกเบี้ยลงสูงสุด 1% ต่อปี เป็นเวลา 12 เดือน รวมทั้งพักชำระเงินต้น หรือขยายระยะเวลาสัญญาออกไปสูงสุด 12 เดือน ตลอดจนสนับสนุนวงเงินสินเชื่อ เพิ่มเพื่อฟื้นฟูปรับปรุงซ่อมแซม ซื้อสินทรัพย์ถาวร และวัตถุดิบ โดยให้วงเงินกู้เพิ่มสูงสุด 2 ล้านบาท ดอกเบี้ยเริ่มต้นปีแรก 4% ต่อปี

สำหรับ ลูกค้า SME ธนาคารสนับสนุนวงเงินสินเชื่อเพิ่มในการฟื้นฟูกิจการ หรือลงทุนทดแทนสินทรัพย์ที่เสียหาย เพื่อให้สามารถฟื้นตัวและก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง ในวงเงินสูงสุดรายละ 10 ล้านบาท ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี และสำหรับลูกค้าที่ใช้วงเงินสินเชื่อเดิม ยังลดดอกเบี้ยลงสูงสุด 1% ต่อปี เป็นเวลา 12 เดือน พักชำระหนี้หรือขยายระยะเวลาสัญญาออกไปสูงสุด 12 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้า ภายใต้เงื่อนไขตามที่ธนาคารกำหนด

ทั้งนี้ ลูกค้าสินเชื่อรายย่อยและลูกค้าสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กของธนาคารกรุงไทย สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือได้ทุกสาขา ลูกค้า SME ยื่นได้ที่สำนักงานธุรกิจทั่วประเทศ 74 แห่ง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Call Center 02-111-1111

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์กำหนดมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยผู้ประสบภัยเร่งด่วน ดังนี้

ลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย พักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือนลดอัตราดอกเบี้ยได้สูงสุด 100% ของอัตราดอกเบี้ยเดิมภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือนและขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 5 ปีสำหรับลูกค้าสินเชื่อรถยนต์พักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน และขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 3 เดือน

สำหรับลูกค้าสินเชื่อหมุนเวียน (Speedy Cash) พักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน ลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 50% ไม่เกิน 4 รอบบัญชี

และสินเชื่อส่วนบุคคล (Speedy Loan) พักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน ลดอัตราดอกเบี้ยได้สูงสุด 100% ของอัตราดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 2 เดือน

สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย (SSME) พักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือนลดอัตราดอกเบี้ยได้สูงสุด 100% ของอัตราดอกเบี้ยเดิมภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือนและขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี

ลูกค้าสามารถลงทะเบียนขอรับมาตรการช่วยเหลือได้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ทั้งนี้สามารถติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ของธนาคารทุกช่องทาง ได้แก่ call center 02-777-7777, Website : www.scb.co,th, Facebook : SCB Thailand, Official Line : SCB Thailand และ twitter: SCB Thailand

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ภาระหนี้สินที่มีอยู่กับ ธ.ก.ส. กรณีที่เกษตรกรได้รับความเสียหายด้านการผลิตและส่งผลกระทบต่อรายได้ ธ.ก.ส.จะพิจารณาขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามความหนักเบาของผู้ประสบภัยทุกราย และพิจารณาให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน บรรเทาความเดือดร้อน จำเป็นในครัวเรือนและป้องกันการก่อหนี้นอกระบบ ไม่เกินรายละ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ระยะ 6 เดือนแรก

สินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ตามความจำเป็นแต่ไม่เกินรายละ 500,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR -2 หรือเท่ากับ 4.875% ต่อปี กำหนดชำระคืนไม่เกิน 15 ปี

ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นค่าลงทุนในการสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย หรือลงทุนซ่อมแซมโรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตรหรือฟื้นฟูการประกอบอาชีพการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้ประสบความเดือดร้อนสามารถติดต่อ ธ.ก.ส.ในพื้นที่เพื่อขอรับการช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ได้ทันทีหรือที่ Call Center 0 2555 0555

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 2562

มาตรการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย

ลูกค้าเดิม ที่ได้รับผลกระทบหลักประกันเสียหาย ปลอดดอกเบี้ย 4 เดือนแรก
เดือนที่ 5-16 = MRR-2.50% ต่อปี
เดือนที่ 17-24 = MRR-2.00% ต่อปี
ปีที่ 3 = MRR-1.00% ต่อปี
ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา

รายย่อย = MRR-0.50% ต่อปี
สวัสดิการ = MRR-1.00% ต่อปี
วัตถุประสงค์การกู้ชำระหนี้/ซื้ออุปกรณ์ = MRR

ลูกค้าใหม่/เดิมเพื่อปลูกสร้างอาคารทดแทนอาคารเดิมหรือกู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย

ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 3.00% ต่อปี
ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา
รายย่อย = MRR-0.50% ต่อปี
สวัสดิการ = MRR-1.00% ต่อปี
วงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อหลักประกัน

ยกเว้น

  • ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้
  • ค่าประเมินราคาหลักประกัน
  • ค่าธรรมเนียมการขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการกู้และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
  • ค่าตรวจสอบหลักประกัน

สำหรับลูกค้าที่เป็นผู้ประสบภัย ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติ รับค่าสินไหม 15,000 บาท - 20,000 บาทอัตราดอกเบี้ย MLR=6.25% ต่อปี ประกาศ ณ วันที่ 22 พ.ค. 60

มาตราการประนอมหนี้

สำหรับลูกค้าเดิมที่ได้รับผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้

- หลักประกันเสียหาย ปลอดดอกเบี้ยและเงินงวด 4 เดือน

- เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ดอกเบี้ยตลอดระยะเวลาที่คงเหลือ 0.01% ต่อปี

- กระทบต่อรายได้ ดอกเบี้ยคงที่ 1 ปี 1.00% ต่อปี

- เสียหายทั้งหลังไม่สามารถซ่อมแซมได้ ปลอดหนี้ในส่วนของอาคาร ระยะเวลายื่นคำขอกู้และทำนิติกรรม ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2562

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0 2645 9000

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank)

SME Bankออก 2 มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าธนาคารที่จะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้ ได้แก่

1. มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term loan) พักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน ส่วนสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note : P/N) ออกมาตรการช่วยเหลือพักชำระดอกเบี้ยเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน

2. มาตรการวงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้ลูกค้าธนาคารที่ได้รับความเสียหาย มีเงินทุน นำไปฟื้นฟูและหมุนเวียนในกิจการซึ่งมีระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้น (Grace Period) ไม่เกิน 1 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย 0.415% ต่อเดือน ตลอดอายุสัญญา วงเงินสินเชื่อสูงสุดต่อราย ดังนี้

  • ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้วงเงินกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท
  • ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติรวมมากกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท
  • ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติมากกว่า 5 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ทั้งนี้รวมวงเงินเดิมแล้วไม่เกิน 15 ล้านบาท ส่วนหลักประกันให้พิจารณาหลักประกันเดิมก่อนและสามารถใช้หลักประกัน บสย. ค้ำประกัน เฉพาะมาตรการที่เพิ่มไม่เกิน 2 ล้านบาท

นอกจากนั้น สำหรับเอสเอ็มอีที่ต้องการเงินทุนเพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจหลังภัยพิบัติผ่านไปแล้ว ธนาคารได้เตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้รองรับ สำหรับใช้ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ และหมุนเวียน เช่น สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy Loan) ครอบคลุมสนับสนุนกลุ่มเกษตรแปรรูป ธุรกิจท่องเที่ยว/ท่องเที่ยวชุมชน ผู้ประกอบการใหม่ มีนวัตกรรม กลุ่มค้าส่งค้าปลีก ร้านโชห่วย ร้านค้าชุมชน ร้านธงฟ้า ผู้ประกอบการค้าสินค้าเกษตร เป็นต้น คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษบุคคลธรรมดา ใน 3 ปีแรก คิดอัตราดอกเบี้ย 0.417% ต่อเดือน หรือประมาณ 5% ต่อปี และ “นิติบุคคล” คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษใน 3 ปีแรก เหลือเพียง 0.25% ต่อเดือน หรือ 3% ต่อปี

ทั้งนี้ สามารถยื่นขอสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน ‘SME D Bank’ ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ทั้ง 7 วัน จากนั้น เจ้าหน้าที่ธนาคารจะติดต่อกลับ เพื่อนัดหมายเข้าพบ และดูข้อมูลเชิงประจักษ์การดำเนินธุรกิจจริง ช่วยให้สามารถพิจารณาสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว

โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่สาขาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล เข้าเยี่ยมเยือนและสำรวจความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือได้ทันท่วงที และเปิด Call Center หมายเลข 1357 ไว้คอยรับแจ้งให้ความช่วยเหลือ ดังนั้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้ มั่นใจได้ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจาก ธพว. อย่างทั่วถึง และทันท่วงที

การขอค่าสินไหมทดแทน กรณีรถยนต์ถูกน้ำท่วม

ประการแรกควรตรวจดูความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่เราต่ออายุไว้ทุกปีว่าครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติด้วยหรือไม่

หากเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จะคุ้มครองกรณีเกิดอุทกภัยอยู่แล้ว แต่หากเป็นประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ หรือ 3+ (บางแพคเกจ) จะเป็นต้องตรวจสอบว่ากรมธรรม์ประกันรถยนต์นั้นคุ้มครองในกรณีได้รบผลกระทบหรือไม่ก่อนส่วนประกันภัยรถยนต์ประเภทอื่น ๆ จะไม่รับความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม

ขั้นตอนในการเคลมประกัน

สำหรับเคสที่น้ำท่วมหนักขั้นอุทกภัยหนีไม่ทัน ระหว่างถูกน้ำท่วมให้ถ่ายรูปรถบางส่วนเอาไว้ก่อน และหลังจากน้ำลดแล้วให้โทรเรียกประกันที่กรมธรรม์ด้วยมาดูความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถ

ซึ่งหลังจากที่บริษัทประกันฯ รับทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้วจะดำเนินการตรวจสอบ หากพบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถอยู่ในกรณีที่ไม่ได้ตั้งใจขับลุยเข้ามาในเส้นทางที่น้ำท่วมจะประเมินมูลค่าความเสียหายให้

หากรถของคุณเข้าข่ายความเสียหายโดยสิ้นเชิง ซึ่งหมายถึงเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยที่ได้รับการพิจารณาจากบริษัทประกันฯ ว่ารถยนต์คันที่พังไม่คุ้มที่จะซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้

จะได้รับเงินจากประกัน โดยเงินจะถูกโอนไปยังผู้เอาประกัน ซึ่งบางครั้งคือไฟแนนซ์ที่ทำสัญญากู้เงินซื้อรถไว้

สำหรับกรณีที่ได้รับความเสียหายบางส่วน หรือสามารถซ่อมกลับมาใช้ได้เมื่อประกันรับทราบความเสียหาย ได้รับใบเคลมเรียบร้อยแล้วรถของคุณก็จะได้รับการซ่อมแซมตามความเหมาะสม โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ และเมื่อรถซ่อมเสร็จนำกลับมาใช้ หากพบปัญหาอันอาจจะเกิดจากภัยธรรมชาติที่ได้รับมานั้น สามารถแจ้งอู่หรือประกันได้ทันทีเพื่อเคลมความเสียหายต่อเนื่อง

สำหรับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ผู้เอาประกันต้องจัดเตรียมเอกสารเบื้องต้น ดังนี้

- ใบขับขี่
- บัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนากรมธรรม์ประกันภัย
- ทะเบียนรถยนต์

ที่มา: คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)   และ easycompare 

การขอค่าสินไหมทดแทนกรณีที่อยู่อาศัยถูกน้ำท่วม

คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ออกมาตรการเพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุโซนร้อนโพดุล และพายุโซนร้อนคาจิกิ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ ส่งผลกระทบต่อพืชสวน ไร่ นาข้าว และทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย

หนึ่งในมาตรการที่ใกล้ตัวที่สุด คือการออกคำสั่งให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินวงเงินคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยในทุกกรณี สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มที่อยู่อาศัย ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัยสำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินเอาไว้ใน 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย

(1) กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติจากภัยลมพายุ และภัยน้ำท่วม เป็นจำนวน 20,000 บาท แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่คงเหลืออยู่ เว้นแต่สามารถพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงมีจำนวนที่น้อยกว่าจำนวนเงินดังกล่าว

(2) กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติจากภัยลมพายุ และภัยน้ำท่วม เป็นจำนวน 10,000 บาท แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่คงเหลืออยู่ เว้นแต่สามารถพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงมีจำนวนที่น้อยกว่าจำนวนเงินดังกล่าว

(3) สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีความคุ้มครองเดียวกันกับข้อ (1) และข้อ (2) ให้พิจารณาหลักเกณฑ์เทียบเคียงกัน

หากภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยตามข้อ (1), (2) และ (3) มีการแนบเอกสารแนบท้ายขยายความคุ้มครองสำหรับภัยลมพายุและภัยน้ำท่วมเพิ่มเติมจากความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยมาตรฐาน ให้พิจารณาความเสียหายส่วนเกินกว่าความคุ้มครองมาตรฐานโดยพิจารณาจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย

ที่มา: คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) 

การทรัพย์สินที่เสียหายหลังน้ำท่วมลดลง เป็นอีกหนึ่งมาตรการเร่งด่วนสำหรับผู้ประสบสถานการณ์น้ำท่วมควรรีบจัดการ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

นักเขียนผู้มีใบผู้ประกาศการันตี สนใจเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับการเงิน และการลงทุน รวมทั้งพยายาม เวิร์ก ไลฟ์ บาลานซ์ ให้กับตัวเอง และคนรอบข้าง