บุหรี่ไฟฟ้า: เมื่อรัฐวิ่งไม่ทันนวัตกรรม
  • Social
  • Aug 23, 2019

อย่างที่ทราบกัน บุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นข้อถกเถียงที่มีทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้านอย่างเข้มข้นตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แต่ถึงเช่นนั้นประเด็นที่ว่าก็เหมือนยังไม่มีข้อสรุปที่พอจะไปกันได้ทั้ง 2 ฝ่าย กล่าวคือ ผู้คัดค้านก็มองว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีพิษภัยไม่ต่างอะไรจากบุหรี่จริง ขณะที่ผู้เห็นด้วยก็สะท้อนให้เห็นถึง ทางเลือกในการช่วยลดพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ขณะที่ในแวดวงบุหรี่ไฟฟ้า  (ที่ขณะนี้ยังผิดกฎหมาย) ก็ต่างมีนวัตกรรมใหม่ๆ  ที่ถูกบอกต่อกันในเฉพาะกลุ่ม เป็นตลาดมืดขนาดใหญ่ที่นับวันก็ยิ่งเติบโตขึ้น


ถ้าได้ลองสำรวจโลกของนักสูบ เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าก็ไม่ต่างอะไรจากสังคมของนักแต่งรถ คนชอบแต่งบ้าน  และอีกสารพัดของการสะสมแบบคอเดียวกัน นั่นเพราะชุมชนปิดหลายแห่ง ต่างแลกเปลี่ยนความเห็น สะท้อนประสบการณ์  ยิ่งผิดกฎหมาย ตลาดมืดก็ยิ่งเติบโต อีกทั้งวงจรของบุหรี่ไฟฟ้าก็เปลี่ยนความนิยมไปเรื่อยๆ ตั้งแต่การเติมน้ำยา การหยดสูบ จนมาถึงแบบ Heat-Not-Burn Cigarette (HNB) ซึ่งแทนที่เครื่องสูบบุหรี่ที่เผาไหม้มวนยาสูบแบบเก่า แต่กลับค่อยๆ เพิ่มความร้อนให้บุหรี่อุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปล่อยหมอกควันนิโคตินและสารประกอบอื่นๆ


“มันเป็นการผสมผสานกันระหว่างบุหรี่มาตรฐานและบุหรี่ไฟฟ้าที่มีน้ำยาหอมๆ แบบยุคแรกๆ เครื่องแบบนี้ถูกออกแบบเป็นหลอดแล้วสอดบุหรี่เข้าไป พกพาสะดวก ใช้งานง่าย ผมว่าแบบนี้นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน และคุณเชื่อไหมว่าเวลาเพื่อนคนไหนไปต่างประเทศ ก็จะถูกเพื่อนที่สูบบุหรี่ถามว่ารับหิ้วไหม หรือถ้าไม่มีคนหิ้วมาให้ก็ต้องไปหาซื้อในโซเชียลที่ถูกแนะนำกันปากต่อปาก ผมว่าบุหรี่ไฟฟ้าตอนนี้หาซื้อไม่ยากเลย แม้ว่าจะยังผิดกฎหมายอยู่” ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้ารายหนึ่งบอก


สิ่งที่คนทั่วไปอยากรู้ หนีไม่พ้นคำถามที่ว่า บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่จริงหรือไม่? และมันทำให้การสูบบุหรี่มวนน้อยลงจริงๆ หรือ ? ซึ่งในเวทีเสวนา “จากบุหรี่ไฟฟ้าถึงเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ ทางเลือกเพื่อสุขภาพหรือการตลาดอาบยาพิษ” ซึ่งจัดโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ และเครือข่ายซึ่งได้อธิบายได้ส่วนหนึ่งที่ต้องรับฟัง


ดร.วศิน พิพัฒนฉัตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีสารนิโคติน ก่อให้เกิดการเสพติดเหมือนบุหรี่ ซึ่งมีผลวิจัยจากต่างประเทศตั้งแต่ปี 2493 พบว่า นิโคตินมีคุณสมบัติก่อให้เกิดการเสพติดสูงกว่าเฮโรอีน แอลกอฮอล์ และกัญชา ซึ่งอุตสาหกรรมยาสูบทราบดีแต่ปิดบังความจริงนี้ไว้ 
ขณะที่ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าบางยี่ห้อ มีสารนิโคตินสูงเทียบเท่าบุหรี่แบบปกติ 20 มวน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถให้นิโคตินเร็วขึ้น 2.7เท่าเมื่อเทียบกับบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้ออื่น ๆ เพื่อให้เกิดการเสพติดได้ง่ายขึ้น

 

“ทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย มีผลการศึกษาที่สอดคล้องว่า วัยรุ่นที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อนและลองใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะริเริ่มสูบบุหรี่แบบปกติในเวลาต่อมา และพัฒนาไปสู่การเสพติดยาเสพติดประเภทอื่น โดยสหรัฐฯ พบการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียนมัธยมเพิ่มขึ้นจาก 1.2 ล้านคน ในปี2560 และเพิ่มเป็น 3.6 ล้านคน ในปี 2561 ส่วนประเทศอิสราเอล ห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อหนึ่งเพราะมีระดับสารนิโคตินเกินมาตรฐานขณะที่ไต้หวัน สิงคโปร์ อินเดีย ฮ่องกง มีปัญหาเรื่องการเพิ่มขึ้นของผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชน”

ดร.บุญอยู่  ขอพรประเสริฐ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก กล่าวในเวทีเดียวกันว่า ตามกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าห้ามโฆษณาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ภาคธุรกิจทำคือ ใช้ปรากฎในสื่อออนไลน์ เน้นให้ข้อมูลเชิงวิชาการผ่านบทความเชิงให้ความรู้ โดยแฝงว่าจะช่วยลดการสูบบุหรี่ได้ และบุหรี่ไฟฟ้ามีโทษน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา ซึ่งธุรกิจใช้เทคนิคการเขียนแบบเนียนๆ แล้วเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะ ผ่านโซเชียลมีเดีย จนทำให้เกิดกระแส แต่จริงๆ แล้วเป็นกลยุทธ์แฝงโฆษณา ทำให้คนส่วนหนึ่งแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอาจเชื่อได้ว่าเป็นเรื่องจริง


ถึงตรงนี้เราไม่ได้คัดค้านหรือสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า ชนิดอยู่ร่วมกันไม่ได้ แต่อยากนำเสนอข้อมูลอีกด้านเพื่อคัดค้านกับแนวคิดที่เรารับฟังมาจากบุคลากรสายสุขภาพ และ ผศ. ดร. อุ่นกัง แซ่ลิ้ม อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ก็ได้อธิบายอีกมุมว่า เมื่อบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย จึงเกิดตลาดมืดที่มีมูลค่ามหาศาล และวิธีการกำหนดเป็นสินค้าต้องห้ามก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

จากการทำวิจัยและได้ข้อมูลที่เปิดเผย พบว่า เมื่อปี 2560 หากคิดจากผู้ค้ารายใหญ่และรายเก่า บุหรี่ไฟฟ้ามีมูลค่ารวมถึงประมาณ 2,800-6,000 ล้านบาทต่อปี และเติบโตขึ้นแบบเท่าตัวในแต่ละปี 
“ถ้ามองมูลค่าเดี่ยวๆ อาจดูเยอะ แต่ถ้าเทียบกับบุหรี่มวนที่ประมาณ 120,000 ล้านบาท คิดเทียบประมาณ 5% นับว่าไม่เยอะ แต่โตเร็ว และการที่ทำให้คนหันมาสนใจกันมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เป็นเพราะเขาเริ่มหาข้อมูลเพื่อหาทางออกการเปลี่ยนพฤติกรรม จากการสำรวจพบว่าบุหรี่ไฟฟ้าเข้าถึงได้ในกลุ่มชนชั้นกลางที่รายได้พอสมควร เพราะการลงทุนเครื่องมีราคาค่อนข้างสูง เทียบกับบุหรี่ทั่วไปที่แยกซื้อได้”

 

ผศ. ดร. อุ่นกัง ย้ำว่า ไม่ได้สนับสนุนให้คนสูบบุหรี่ แต่เมื่อกระแสโลกเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วถ้ายังมองโลกแบบเดิมๆ จะตามไม่ทันกระแสโลก หากบุหรี่ไฟฟ้าถูกใช้การควบคุมเดียวกันกับมาตรการบุหรี่มวน รัฐก็จะได้ประโยชน์ และถือเป็นการเคารพสิทธิ์ ให้ทางเลือกแก่ผู้เสพติดสารนิโคติน รวมถึงลดปัญหาการตีความโดยเจ้าหน้าที่ผู้จับกุม
“ผมว่าถึงเวลาต้องคุยกัน และเปิดโอกาสให้มีการวิจัยในไทย หากลุ่มตัวอย่างในไทยและเก็บสถิติ เอาข้อมูลมาวัดกันไปเลยว่ามันช่วยให้เลิกบุหรี่ได้จริง และดีกว่าบุหรี่จริงหรือไม่ ไม่มีใครสนับสนุนให้สูบบุหรี่ การเลิกบุหรี่คือดีที่สุด แต่เมื่อยังมีการสูบ ผู้สูบก็ควรจะมีทางเลือก”
“แต่ถึงเช่นนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าใครๆจะเข้าถึงได้ บุหรี่ไฟฟ้าก็ควรจะได้รับการควบคุม เพื่อให้รัฐเก็บภาษีได้ และคัดกรองผู้ซื้อตามกฎหมาย”

เข้มงวดในระดับเดียวกับบุหรี่มวน


 

บุหรี่ไฟฟ้าในไทยยังผิดกฎหมาย เป็นสินค้าต้องห้าม แต่อีกด้านหนึ่งตลาดมืดที่ว่าด้วยบุหรี่ไฟฟ้าก็เติบโตขึ้นเช่นกัน ถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่รัฐไทยต้องจัดการให้ดีกว่าเดิม?


Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?