ยุติความรุนแรงทุกรูปแบบต่อลูกจ้างทำงานบ้าน
  • Social
  • Nov 25, 2019

แม้จะมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน แต่พื้นที่สื่อต่างๆ ยังคงปรากฎข่าวการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก และสตรีอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเธออยู่ในสถานะด้อยโอกาส และยากที่จะเข้าถึงการคุ้มครองทางสังคม อย่างอาชีพ ลูกจ้างทำงานบ้าน ซึ่งเป็นอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดอาชีพหนึ่ง

โดยเหตุที่ลูกจ้างทำงานบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ต้องอาศัยอยู่ในบ้านนายจ้าง จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกกระทำความรุนแรงและล่วงละเมิดทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ยิ่งหากเป็นลูกจ้างทำงานบ้านที่เป็นแรงงานข้ามชาติด้วยแล้ว ความเสี่ยงก็จะเพิ่มมากขึ้น ในบางกรณีก็มีปัญหาการค้ามนุษย์เพิ่มเข้ามาด้วย

ที่ผ่านมามีข่าวหลายกรณีที่เกิดกับลูกจ้างทำงานบ้านข้ามชาติมากมาย

  • พ.ศ. 2545 มาซู เด็กสาวชาวพม่าเสียชีวิตจาการถูกนายจ้างทำร้ายร่างกาย และสาดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา
  • พ.ศ. 2549 หญิงสาวชาวพม่า 2 คนถูกนายจ้างทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศ
  • พ.ศ. 2553 เด็กสาวชาวพม่าถูกนายจ้างหลอกไปขายบริการทางเพศ
  • พ.ศ. 2556 เด็กหญิงชาวกระเหรี่ยงถูกหลอกไปใช้แรงงานและทำร้ายร่างกาย รวมทั้งหญิงสาวชาวเอธิโอเปียก็ถูกนายจ้างทำร้ายร่างกายเช่นกัน
     

ล่าสุดในปี พ.ศ. 2562 ก็มีข่าวของ เด็กหญิงชาวลาว วัย 14 ปี ถูกนายจ้างทำร้ายร่างกายและถูกล่อลวงไปล่วงละเมิดทางเพศ และยังมีอีกหลายกรณีที่มิได้เป็นข่าว เกิดขึ้นทั้งกับลูกจ้างทำงานบ้านไทย และแรงงานข้ามชาติ มีทั้งการใช้วาจาดูหมิ่นเหยียดหยาม และการลวนลามทั้งทางร่างกายหรือทางวาจา

เมื่อปี พ.ศ. 2553 ได้เกิดการรวมตัวกันของ เครือข่ายลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทย ขึ้นโดยประกอบด้วย 2 ส่วนที่สำคัญ คือ เครือข่ายลูกจ้างทำงานบ้านไทย และเครือข่ายลูกจ้างทำงานบ้านข้ามชาติ มีมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพทำหน้าที่ประสานงานเครือข่ายให้ความรู้เพื่อให้ลูกจ้างทำงานบ้านตระหนักถึงปัญหาของตน รวมทั้งรณรงค์และเรียกร้องสิทธิและการคุ้มครองทางสังคมให้แก่ลูกจ้างทำงานบ้านทุกคน อาทิ

  • การผลักดันให้รัฐบาลไทยรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 189  ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าของลูกจ้างทำงานบ้าน ในปี 2554
  • รณรงค์ให้เกิดกฎหมายคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้านและมีการบังคับใช้อย่างทั่วถึง การรณรงค์ให้ประกันสังคมขยายความคุ้มครอง มาตรา 33 แก่ลูกจ้างทำงานบ้านเช่นแรงงานทั่วไป
  • ส่งเสริมให้มีการใช้จรรยาบรรณและสัญญาจ้างที่ได้มาตรฐานในการจ้างลูกจ้างทำงานบ้าน
  • การแก้ไขขั้นตอนการขออนุญาตทำงานของแรงงานข้ามชาติให้ง่ายและราคาไม่แพง
  • การสร้างทัศนคติที่ดีของนายจ้างและสังคมต่ออาชีพลูกจ้างทำงานบ้าน
  • รวมทั้งการรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรงทุกรูปแบบที่เกิดกับลูกจ้างทำงานบ้าน

เพื่อให้ลูกจ้างทำงานบ้านทุกคนในประเทศไทยได้รับการคุ้มครองตามมาตรฐานแรงงานสากล และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ที่ประชุมใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ ครั้งที่ 108 ได้ประกาศอนุสัญญาฉบับใหม่ที่เป็นมาตรฐานแรงงานสากลว่าด้วย ความรุนแรงและการคุกคามทางเพศ ฉบับที่ C190 โดยอนุสัญญาฉบับดังกล่าวได้ให้คำนิยามของ ความรุนแรงและและการคุกคามในโลกของการทำงานถึงการกระทำใด ๆ ที่เป็นแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นที่ยอมรับ หรือการคุกคามต่าง ๆ ที่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย จิตใจ เพศ และเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงพฤติกรรมใด ๆ ที่เป็นความรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศ

การรณรงค์ และผลักดันให้เกิดการรับรองอนุสัญญาฉบับดังกล่าวจึงมีความสำคัญยิ่งต่อการยุติความรุนแรงทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นของลูกจ้างทำงานบ้าน ซึ่งมีบ้านเป็นที่ทำงาน ในขณะเดียวกันสังคมไทยก็ต้องช่วยกันเผยแพร่ความรู้เรื่องความรุนแรงให้ทุกคนได้ตระหนัก และช่วยกันสอดส่องไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้นในสังคมไทย

ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสันติสุขให้เกิดในสังคม โดยหยุดกระทำความรุนแรงและล่วงละเมิดทั้งทางร่างกายและจิตใจต่อลูกจ้างทำงานบ้านและผู้หญิงทุกคน

 

หมายเหตุ :

วันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็น วันขจัดความรุนแรงต่อสตรีสากล (International Day for the Elimination of Violence against Women) โดยได้รับการรับรองจากองค์การสหประชาชาติเมื่อปี พ.ศ. 2542 สืบเนื่องมาจากการตระหนักถึงความรุนแรงต่อสตรี หลังเหตุการณ์สังหารนักเคลื่อนไหวทางการเมืองสตรีชาวโดมินิกัน 3 คน คือ แพทริเซีย มาเรีย และมิเนอร์วา ในคืนวันที่ 25 พฤศจิกายน 2504 สาเหตุมาจากเหตุผลทางการเมือง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2534 ได้เกิดเหตุสังหารหมู่นักศึกษาหญิงของมหาวิทยาลัยมอนทรีออล ประเทศแคนาดา จำนวน 14 คน หลังจากเหตุการณ์นั้นส่งผลให้กลุ่มผู้ชายกว่า 1,000,000 คน ตระหนักถึงความสำคัญต่อปัญหาความรุนแรงต่อสตรี และต้องการยุติปัญหาดังกล่าว จึงรณรงค์ให้ผู้ชายทั่วโลกร่วมรับผิดชอบต่อปัญหาความรุนแรงต่อสตรี และแสดงตนว่าจะไม่เป็นผู้กระทำความรุนแรงต่อสตรี โดยการติดสัญลักษณ์ริบบิ้นสีขาวที่ปกเสื้อ หมายถึง การยอมรับว่าจะไม่ทำร้ายหรือนิ่งเฉยต่อการใช้ความรุนแรงต่อสตรีในทุกรูปแบบ

สำหรับประเทศไทยได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2542 กำหนดให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเป็น เดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี เพื่อมุ่งเน้นที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทั้งต่อเด็กและสตรี โดยดำเนินการรณรงค์ตลอดเดือนพฤศจิกายน ให้สังคมได้ตระหนักและร่วมป้องกันและขจัดความรุนแรงต่อเด็กและสตรีให้หมดสิ้นไป และใช้ “ริบบิ้นสีขาว แสดงจุดยืน ไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย ไม่กระทำความรุนแรงต่อสตรี”

 

อ้างอิง:

-อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับคนงานทำงานบ้าน: ศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบทางกฎหมาย ในการที่ประเทศไทยจะให้สัตยาบัน, รัชต์ บุราทร, คณะนิติศาสตร์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, พ.ศ. 2557

-แรงงานข้ามชาติหญิง บทพิสูจน์ความเป็นคน และความเป็นลูกจ้างบนเส้นทางกระบวนการยุติธรรม, มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.), พ.ศ. 2560

-สตม. ช่วยด.ญ. ชาวลาว วัย 14 ปี เหยื่อความรุนแรงนายจ้าง, https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/844411

 

ความรุนแรงและและการคุกคามในโลกของการทำงานถึงการกระทำใด ๆ ที่เป็นแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นที่ยอมรับ หรือการคุกคามต่าง ๆ ที่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย จิตใจ เพศ และเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงพฤติกรรมใด ๆ ที่เป็นความรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศ

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?