สถิติเด็กหายและการลักเด็ก
  • Social
  • Jan 13, 2020

มูลนิธิกระจกเงา มีสถิติรับแจ้งเด็กหายปี 2562 รวมทั้งหมด 244 ราย กว่า 74% คือ เด็กสมัครใจหนีออกจากบ้าน โดยมักมีอายุเฉลี่ยระหว่าง 13-15 ปี เป็นเด็กหญิง มากกว่าเด็กชาย

แม้ในสถิติ 3 ปีที่ผ่านมาจะพบว่า มีการรับแจ้งลดลงทุกปี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถนิ่งนอนใจได้เนื่องจากยังมีจำนวนเด็กหายเกินกว่า 200 คน ซึ่งยังไม่นับรวมจำนวนเด็กหายที่ไม่ได้แจ้งมาที่มูลนิธีกระจกเงา

เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่ากลุ่มวัยรุ่นอายุ 11-15 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะหนีออกจากบ้าน โดยเฉพาะเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว ทำให้เด็กไว้วางใจเพื่อนหรือคนที่เพิ่งรู้จักในโลกออนไลน์มากกว่า และรู้สึกว่าไม่อยากอยู่บ้านจึงตัดสินใจหนี

โดยนอกจากนี้ มูลนิธิกระจกเงา ยังได้ติดตามข้อมูลพฤติกรรมผู้ก่อเหตุลักพาตัวเด็กในประเทศไทย ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าไม่ได้มีลักษณะเป็นกลุ่ม แต่จะเป็นผู้ที่ลงมือตามลำพังหรือสามีภรรยา ที่เข้าไปพูดคุยตีสนิท หลอกล่อด้วยวิธีการต่างๆ และผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่จะลักพาเด็กโดยพาขึ้นรถสาธารณะ

ส่วนสาเหตุของการลักพาตัวเด็ก พบว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อพาไปกระทำทางเพศ (บางรายอาจฆาตกรรมปิดปาก) นำเด็กไปเร่ร่อนขอทานหรือขายสินค้า และบางรายมีความเสน่หาในตัวเด็ก อยากนำไปเลี้ยงดู

หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายยังระบุอีกว่า ในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศที่กระทำต่อเด็ก ไม่ได้มีกระบวนการป้องกันการก่อเหตุซ้ำ เพราะยากในการปรับทัศนคติผู้ก่อเหตุ ขณะที่ในสหรัฐอเมริกาก็พบว่า ไม่สามารถปรับพฤติกรรมคนเหล่านี้ได้ รัฐจึงใช้มาตรการป้องปราม ติดตาม เฝ้าระวังผู้ก่อเหตุแทน

โดยในประเทศไทยนั้น ไม่ได้มีระบบติดตามคนกลุ่มนี้อย่างจริงจัง จึง มีแนวโน้มที่คนเหล่านี้ไปก่อเหตุซ้ำอีกตามสถิติที่ผ่านมา

โดยมูลนิธิกระจกเงา แนะนำวิธีการดูแลเด็กเมื่อพาออกไปนอกบ้าน ดังนี้

  • ทราบรูปพรรณของเด็ก ส่วนสูง น้ำหนัก สีเสื้อผ้า

  • ถ่ายรูปล่าสุดพร้อมชุดที่สวมใส่ของเด็ก ก่อนพาเด็กออกจากบ้าน

  • ทำป้ายชื่อ เบอร์ติดต่อครอบครัวติดตัวเด็กไว้

  • บอกเด็กว่าหากพลัดหลง ให้ไปที่จุดนัดเจอหรือแนะนำเด็กว่าควรขอความช่วยเหลือกับใคร

  • สอนเด็กว่าหากตกอยู่ในอันตราย มีคนแปลกหน้าจูงมือหรือพาไปที่ไหน ให้เด็กตะโกนขอความช่วยเหลือ

แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สติถิเด็กหายจะลดลง แต่ก็ยังไม่เคยลดลงน้อยกว่าปีละ 200 คน ซึ่งยังไม่นับรวมกรณีเด็กหายที่ยังไม่ได้แจ้ง วิธีปรับทัศนคติผู้ก่อเหตุก็เป็นไปได้ยาก จึงให้ผู้ปกครองระมัดระวังและเฝ้าดูแลเพื่อพาเด็กออกนอกบ้าน

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์