บอกลาความเป็นส่วนตัว เมื่อสมาร์ทโฟนแอบฟังเราอยู่
  • Social
  • Jun 29, 2019

เมื่อวันก่อนนั่งคุยกับน้องสาวในร้านอาหาร เรื่องเดรสและรถยนต์สีมิดไนท์บลูว่ามันสวยแค่ไหน น้องสาวผู้คลั่งไคล้จิวเวลรี่ บอกว่าถ้าพี่ชอบสีมิดไนท์บลูขนาดนี้ก็ต้องชอบทับทิมซิ ใช่ค่ะ เธอพูดผิด เธอหมายถึงไพลิน หรือแซฟไฟร์ พลอยสีน้ำเงินต่างหาก เราต้องแก้คำพูดของเธอถึง 3 - 4 รอบว่า 'แซฟไฟร์' เพราะเธอเอาแต่พูดผิดว่าทับทิมตลอดเวลา

ประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น เราเปิด Instagram แล้วก็เจอ ad พลอยสีน้ำเงินขึ้นมาทันที สาบานว่าไม่เคยค้นคำเกี่ยวกับจิลเวลรี่ พลอย หรือเครื่องประดับเลย เพราะไม่ได้อยู่ในความสนใจเราเลย ยิ่งพลอยสีน้ำเงิน หรือแซฟไฟร์ ยิ่งไม่เคยพิมพ์เข้าไปในระบบออนไลน์เลย คือ สมาร์ทโฟนคอยฟังเราอยู่ 

เอาล่ะ พวกเรารู้กันอยู่แล้วว่านอกจากบรรดาเสิร์ชเอนจิ้น หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ตามเก็บข้อมูลเราอยู่ตลอดเวลา ประมวลผลหลายระดับ เชื่อมต่อข้อมูล ทำการตลาด และส่งข้อเสนอต่างๆ ตามติดเรายิ่งกว่าเงา เราอยู่ในโลกที่ต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวในโลกออนไลน์ แต่ดูเหมือนว่าเราจะเริ่มชินกันแล้ว สมาร์ทโฟนก็เช่นกัน ด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียง (voice control) ไม่ว่าจะเป็น siri ของไอโฟนหรือ Bixby ของแอนดรอยด์ ก็คอยฟังเราอยู่เสมอ เวลาเราเจออะไรแบบนี้เราก็จะหลอนขึ้นมาแป๊บนึง แล้วก็ปล่อยผ่านไป ในที่สุดก็เคยชินกับมัน ปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะ ว่าเราอยู่ในโลกที่เส้นกรอบของความเป็นส่วนตัวนั้นเบลอเต็มที และเราก็ยินดีแลกกับความสะดวกต่างๆ ที่ได้มา

เคยคุยกับเจ้าของบริษัทสตาร์อัพแห่งหนึ่งเธอบอกว่า "ออกแบบอะไรก็ได้ที่ช่วยให้คนขี้เกียจได้มากที่สุด แล้วจะสำเร็จ" เป็นความจริงอย่างมาก ลองดูแอพต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จก็ล้วนแต่อำนวยความสะดวกให้คนในมุมต่างๆ ยิ่งง่าย ยิ่งสบายเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น

ไม่ต่างจากการสั่งงานด้วยเสียง เรารู้ทั้งรู้ว่าสมาร์ทโฟนติดบั๊ก (Bug - เครื่องดักฟัง) เอาไว้จับคีย์เวิร์ดต่างๆ ในเสียงเจ้าของโทรศัพท์ (และมันกำลังแอบฟังเราอยู่ แม้ไม่ใช่คนจริงๆ แต่เป็นแมชชีน ซึ่งเราก็ปล่อยข้อมูลต่างๆ ให้แมชชีนโดยยินยอม) แต่ถามว่ามีกี่คนที่ปิดฟังก์ชั่นนี้

Florian Shaub ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ที่ School of Information มหาวิทยาลัยมิชิแกน ให้สัมภาษณ์กับรายการบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า "แม้บริษัทสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์อัจฉริยะ (เช่น google home) จะบอกว่าบั๊กที่ติดตั้งเหล่านี้จะจับเฉพาะคีย์เวิร์ดที่ใช้สั่งการเท่านั้น แต่ความจริงคือไมโครโฟนถูกเปิดอยู่ตลอดเวลา และเราไม่มีทางรู้ว่าบริษัทจะร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งต่อข้อมูลที่บันทึกไว้ได้หรือเปล่า" 

เราขอเสริมว่า เราไม่มีทางรู้เช่นกันว่าข้อมูลที่เก็บไว้จะถูกนำไปใช้ทางการค้าหรือใดๆ อย่างไรบ้าง ซึ่งก็ทำกันอยู่แล้วล่ะ มีผลสำรวจในช่วงเดือนธันวาคม 2017 - ธันวาคม 2018 ถึงสถิติประชากรอเมริกันที่ใช้ระบบสั่งการด้วยเสียงผ่านอุปกรณ์อัจฉริยะ ลองเดากันว่ามีกี่เปอร์เซ็นต์

80 % ของคนอเมริกันที่ใช้การสั่งงานด้วยเสียงกับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อัจฉริยะ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันแอบฟังนี่แหละ

ผศ.ฟลอเรียนบอกว่า นี่คือการยินยอมกับสิ่งที่ได้อย่างเสียอย่าง ความสะดวกสบายแลกกับข้อมูลส่วนตัวนิดหน่อย (นิดหน่อยหรือมหาศาล?) บางคนรู้สึกว่ามันน่ากลัว แต่เรื่องนี้กำลังกลายเป็นความปกติของคนยุคเรา  เมื่อก่อนเราต้องใช้เงินซื้อบริการ ตอนนี้เราต้องใช้ข้อมูลแลกมา ไม่รู้ว่าอะไรแพงกว่ากัน แต่ดูเหมือนว่าชีวิตเรามีแต่แนวโน้มที่ต้องยินยอมเสียความเป็นส่วนตัวบางอย่าง เพื่อให้ได้บางอย่างมา ก็โลกนี้ไม่มีอะไรฟรีนี่นา

รู้หรือเปล่า? สมาร์ทโฟนในมือคุณกำลังดักฟังคุณอยู่ แถมคุณยังยินยอมพร้อมใจให้มันดักฟังเสียด้วย ก็ในเมื่อเราอยากได้ความสะดวกสบายอะไรสักอย่าง เราก็ต้องแลกด้วยอะไรบางอย่าง (ข้อมูลส่วนตัว) กลับไปเช่นกัน

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?