รักบี้ และวาระที่ซ่อนอยู่ในสังคมแอฟริกาใต้
  • Social
  • Nov 6, 2019

การแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลก 2019 รอบชิงชนะเลิศ ณ สนามโยโกฮามา เนชันแนล สเตเดียม ประเทศญี่ปุ่น เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน อังกฤษ อดีตแชมป์โลกปี 2003 พบกับ แอฟริกาใต้ อดีตแชมป์โลก 2 สมัย ในปี 1995 และ 2007

โดยเกมนี้ ฮันเดร พอลลาร์ด ฟลายฮาล์ฟ ของสปริงบ๊อกส์มีโอกาสเตะลูกโทษ 7 ครั้ง ซึ่งพลาดแค่ครั้งเดียว ช่วยให้แอฟริกาใต้ ทำแต้มทิ้งห่าง 18-9 จากนั้นแอฟริกาใต้ ส่ง มากาโซเล มาปิมปี และ เชสลิน โคลเบ ลงมาทำกันคนละไทร์ ส่งผลให้แอฟริกาใต้ เอาชนะ อังกฤษ 32-12 เป็นการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 สูงสุดเทียบเท่า ออลแบล็ก ประเทศนิวซีแลนด์

แถมยังเป็นการทำลายอาถรรพณ์เป็นชาติแรกที่สามารถคว้าแชมป์รักบี้แชมเปี้ยนชิพ และแชมป์รักบี้โลกได้ในปีเดียวกัน ซึ่งก่อนหน้านี้หากชาติใดที่คว้ารักบี้แชมเปี้ยนชิพ จะไม่สามารถคว้าแชมป์โลกได้

นับตั้งแต่  ซิยา โคลิซี กัปตันทีมผิวสีคนแรกของสปริงบ็อกส์ และ แรสซี อีราสมุสเฮด โค้ช เข้ามาคุมทีมเมื่อต้นปี 2018 พวกเขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์รักบี้แชมเปี้ยนชิป สมัยที่ 4 ของแอฟริกาใต้ และล่าสุดได้พาทีมคว้าแชมป์โลกในปีนี้ โดยทั้งสองบุคคลสำคัญของทีมได้ให้สัมภาษณ์เป็นเสียงเดียวกันหลังเกมว่า แชมป์โลกในปีนี้ไม่ต่างกับปี 1995 ที่สปริงบ็อกส์เป็นเจ้าภาพ และคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จท่ามกลางความขัดแย้งในสังคม โดยเฉพาะปัญหาการเหยียดสีผิวและชนชั้น ซึ่งปีนั้น เนลสัน แมนเดลา ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของประเทศแอฟริกา ใช้กีฬารักบี้เป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างคนผิวขาว และผิวสีในแอฟริกาใต้ ที่ขัดแย้งกันมาอย่างยาวนาน ด้วยแชมป์โลกในปีนั้น

จนมาถึงครั้งนี้แอฟริกาใต้ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเวลาของความขัดแย้งในสังคมคล้ายกับปี 1995 ซึ่งทั้งกัปตัน และโค้ชหวังว่าชัยชนะครั้งนี้จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกว่าสนามแข่งขัน และพิสูจน์ให้คนแอฟริกาใต้เห็นอีกครั้งว่า หากทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน ความสำเร็จก็เกิดขึ้นได้

โคลิซี ให้สัมภาษณ์ว่า “เรามีปัญหามากมายภายในประเทศ แต่การที่เรามีทีมแบบนี้ เรามาจากภูมิหลังที่แตกต่างกัน และเราสามารถร่วมกันทำงานเพื่อเป้าหมายเดียวกัน ด้วยความต้องการที่จะทำให้สำเร็จ  เราหวังว่าสิ่งที่เราทำให้กับแอฟริกาใต้ จะแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นเมื่อเราตัดสินใจทำงานร่วมกัน”

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ชาวแอฟริกาใต้ต่างส่งกำลังใจด้วยการรับชมการถ่ายทอดสด และการทวีตข้อความมากมาย นั่นมันทำให้เห็นว่าพวกเขาต่างโหยหาอดีตในปี 1995 ที่ประธานาธิบดีแมนเดลาใส่เสื้อ Spring and Green เพื่อชมการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลก และสปริงบ๊อกส์ สามารถโค่น ออลแบล็ก ของนิวซีแลนด์ลงได้ และสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์โลกรักบี้ในปีนั้นได้สำเร็จ

มีรายงานว่า ในช่วงนั้นประเทศแอฟริกาใต้ได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศที่เปี่ยมด้วยความหวัง และคำมั่นสัญญาในเส้นทางการเจรจาเพื่อประชาธิปไตย แมนเดลาใช้กีฬารักบี้เป็นเครื่องมือเพื่อเชื่อมความสามัคคีและสร้างชาติในสังคมที่มีการเหยียดผิวอย่างร้าวลึก เขารู้สึกว่ารักบี้นี่แหละที่จะสามารถนำพาแอฟริกาใต้ไปสู่เส้นทางแห่งระบอบประชาธิปไตย

ขณะที่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ภายใต้การปกครองของประธานาธิบดี จาค็อบ ซูมา มีรายงานว่า เขาพัวพันเรื่องอื้อฉาวหลายเรื่องทั้งทุจริตคอร์รัปชั่น เเละการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2018 เขาถูก คณะกรรมการบริหารแห่งชาติ (NEC) แอฟริกาใต้ เรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งภายใน 48 ชั่วโมง เนื่องจากประเด็นการสร้างเครือข่ายคอร์รัปชั่นหลายคดี ซีริล รามาโฟซา เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ต่อ  ซึ่งเขาให้คำมั่นไว้ว่าจะปฏิรูปประเทศ และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างไรก็ดี มีรายงานว่า คนหนุ่มสาวของแอฟริกาใต้ยังรู้สึกโกรธที่เศรษฐกิจของแอฟริกาใต้ขับเคลื่อนไปได้ช้ามาก ประกอบกับสถานการณ์การเหยียดสีผิวที่เริ่มกลับมารุนแรงมากขึ้น และยังไม่เคยหมดไปจากประเทศนี้ แม้ว่าที่ผ่านมาหลายคนจะมองว่ากีฬารักบี้เป็นตัวแทนแห่งความหวัง และความสำเร็จในการสร้างชาติของแอฟริกาใต้ ในทางกลับกันก็มีชาวแอฟริกาใต้อีกไม่น้อยที่มองว่ากีฬารักบี้ยังเป็นตัวแทนของอาณานิคมที่ยังหลงเหลืออยู่ในแอฟริกาใต้

รากเหง้ากีฬารักบี้ของแอฟริกาใต้มีที่มาจากยุคอาณานิคม ในช่วงศตวรรษที่ 19 กีฬาในสหราชอาณาจักรรวมถึงอาณานิคมทั้งหลายถูกจัดระเบียบตามโครงสร้างของชนชั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่  Barbarians, Philistines และ Populace

กล่าวคือ Barbarians เป็นกลุ่มคนชั้นสูง เป็นพวกขุนนาง หรือผู้ดี Philistines เป็นชนชั้นกลาง และ Populace เป็นตัวแทนของกรรมกรชนชั้นแรงงาน

ตามการจำแนกประเภทชนชั้นดังกล่าว ทำให้เห็นว่ากีฬาสร้างความเป็นปัจเจกชน ซึ่งมีการจัดระบบระเบียบโดยกลุ่ม Barbarians ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 พวกเขากีดกันไม่ยอมให้ Populace หรือประชาชนเข้ามายุ่งกับกีฬาของพวกเขา ในขณะที่พวก Philistines พัฒนาเกมของตัวเอง เช่น กรีฑา ฮอกกี้ ฟุตบอล และเทนนิส พวกเขายังขยายฐานไปยังพวก Barbarian ที่มีกีฬาอย่างเช่น ปั่นจักรยาน พายเรือ รักบี้ หลังจากนั้นพวกเขาก็ยินดีที่จะให้ชนชั้น Populace เข้ามาเล่นกีฬาด้วย ผ่านการแนะนำเกมกีฬาด้วยแรงจูงใจทางศาสนาต่อชาวพื้นเมือง

มีการจัดงานแข่งขันรักบี้ในแถบตะวันตกของแอฟริกาใต้เป็นครั้งแรกในปี 1897 โดยเงื่อนไขในการเข้าร่วมได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า รับเฉพาะผู้มีเชื้อสายยุโรป ในเมืองเวสเทิร์นเคป เมืองสเตลเลนบอช นักเรียนผิวขาวในพื้นที่แสดงความกังวลที่จะต้องเล่นรักบี้กับพวก คนผิวสี พวกเขารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้เกี่ยวข้องต้องจัดให้พวกเขาแยกกันเล่น นี่เป็นภาพสะท้อนของสังคมในศตวรรษที่ 19 และ 20 ซึ่งผู้คนถูกรวมเข้าด้วยกัน ในขณะเดียวกันก็ถูกกีดกันจากการมีส่วนร่วมในการเล่นกีฬา หลังสงครามโลกครั้งที่สอง จึงเริ่มมีการเคลื่อนไหวของคนผิวดำในหมู่สหพันธ์กีฬา ที่สะท้อนความคิดผ่านทางการเมืองเพื่อต่อต้านความเหลื่อมล้ำเหล่านี้

จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังมีรายงานว่าความเหลื่อมล้ำยังคงเกิดขึ้นอยู่ในวงการกีฬาของแอฟริกาใต้ สื่อมากมายได้รายงานเกี่ยวกับสถานที่เล่นกีฬาไม่เพียงพอ และขาดโอกาสในการมีส่วนร่วมในชุมชนที่ยากจน มีการคอรัปชั่นทุกหนทุกแห่ง ผู้บริหารด้านกีฬาของแอฟริกาใต้พยายามที่จะจัดการกับความไม่เท่าเทียมกันในอดีตผ่านช่องทางการเมืองในแอฟริกาใต้ การศึกษาที่ดีนั้นถือเป็นกุญแจสู่โลกของการกีฬา

อย่างไรก็ตาม คนหนุ่มสาวจำนวนมากก็ไม่มีโอกาสในระดับนั้น เนื่องจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยมีอยู่เพียงไม่กี่แห่ง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นทีมตัวแทนระดับประเทศ

ด้วยวิธีนี้นี่เอง การมีส่วนร่วมในการเล่นกีฬายุคใหม่ก็ไม่ต่างไปจากสมัยอาณานิคมที่คนผิวขาวยังคงมีสถานะทางเศรษฐกิจสูงกว่าคนผิวดำและมีความไม่เท่าเทียมกันในอีกหลายด้าน

อีกทั้งยังมีการมองว่ากีฬารักบี้นั้นเป็น ‘พื้นที่ของการแบ่งแยกสีผิวยุคใหม่’ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะใช้กีฬาลบภาพการแบ่งแยกเชื้อชาติที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และต้องรอดูว่าการคว้าชัยชนะในปีนี้จะทำให้เกิดการสร้างเรื่องเล่าใหม่ขึ้นอีกครั้งบนเรื่องเล่าแห่งชัยชนะเดิมเมื่อปี 1995 สมัยแมนเดลา และใช้เรื่องเล่าแห่งชัยชนะในปี 2019 นี้เยียวยาและสมานความขัดแย้งในสังคมได้อีกไหม

 

อ้างอิง

theguardian.com

theconversation.com

rugbyworldcup.com

aljazeera.com

 

แม้ว่าที่ผ่านมาหลายคนจะมองว่ากีฬารักบี้เป็นตัวแทนแห่งความหวัง และความสำเร็จในการสร้างชาติของแอฟริกาใต้ ในทางกลับกันก็มีชาวแอฟริกาใต้อีกไม่น้อยที่มองว่ากีฬารักบี้ยังเป็นตัวแทนของอาณานิคมที่ยังหลงเหลืออยู่ในแอฟริกาใต้

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์