‘หน้ากาก เกลือ เสื้อกั๊ก และนกหวีด’
‘หน้ากาก เกลือ เสื้อกั๊ก และนกหวีด’
‘หน้ากาก เกลือ เสื้อกั๊ก และนกหวีด’
‘หน้ากาก เกลือ เสื้อกั๊ก และนกหวีด’
‘หน้ากาก เกลือ เสื้อกั๊ก และนกหวีด’
  • Social
  • Oct 8, 2019

โลกคือละคร ดังนั้นแล้วฉากในละครก็คือตัวแทนหนึ่งในชีวิตจริง ไม่เว้นแต่ฉากประท้วง ชุมนุมของกลุ่มคน ภาพยนตร์เรื่อง JOKER ได้สร้างฉากการประท้วงโดยใช้หน้ากากเป็นอุปกรณ์ประกอบ นี่คือ ตัวอย่างของการ ประท้วงเชิงสัญลักษณ์ ในโลกความเป็นจริง การประท้วงเชิงสัญลักษณ์ถือเป็นวิธีการที่แพร่หลายที่สุดในโลก จึงอยากพาทำความรู้จักการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ที่ส่งผลถึงปัจจุบัน 

การประท้วง ถือเป็นการแสดงออกด้วยการกระทำ เพื่อแสดงให้เห็นว่าคัดค้าน หรือ ไม่เห็นด้วย มีหลากหลายวิธีรวมถึงการ 'ประท้วงเชิงสัญลักษณ์' เพื่อแสดงว่าเป็นพวกเดียวกัน เป็นการร่วมกลุ่มคนที่มีแนวคิดคล้ายๆ กัน รวบรวมความกระจัดกระจายให้มาเป็นหนึ่งเดียวกัน

หน้ากาก Guy Fawkes Mask

ฉากการประท้วงในภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลุกฮือของพลเมืองชั้นล่างในเมืองก็อธแธมเองก็ตามมักจะมีมีสัญลักษณ์ หน้ากาก ในการชุมนุม นอกจากในภาพยนตร์แล้ว หน้ากากขาวพร้อมรอยยิ้มแสยะ คือสัญลักษณ์การประท้วงในโลกความเป็นจริงครั้งสำคัญหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น

· ปี 2008 พวก “นัก​แฮก​เกอร์นิรนาม” นำมา​ใช้​เป็นสัญลักษณ์ ระหว่างชุมนุมช่วย​เหลือ “จู​เลียน ​แอส​แชงจ์” ​เจ้าของ ​เว็บ​ไซต์วิกิลีค ที่​โดนขัง​ในอังกฤษ คดีที่ 2 สาวสวี​เดน​แจ้งจับข่มขืน

· ปี 2011 ชาวอเมริกัน นำมา​ใช้​ในระหว่าง​การชุมนุมปิดล้อมยึดครองตลาดหุ้นวอลสตรีท Occupy Wall Street ​เพื่อต่อต้านระบบทุนนิยม ​จนเกิดความปั่นป่วนต่อตลาดหุ้นทั่วโลก

· ปี 2019 การประท้วงในฮ่องกง จนรัฐบาลประกาศห้ามประชาชนสวมใส่หน้ากาก

หน้ากากขาวนั้นมีชื่อว่า หน้ากากกาย ฟอว์คส์ (Guy Fawkes Mask) จุดเริ่มต้นของการเป็นสัญลักษณ์การชุมนุมนั้นเริ่มต้นในอังกฤษ ปี 1604 “พระ​เจ้า​เจมส์ 1” บน​เกาะบริ​เตน​ใหญ่ ​หรืออังกฤษ มี​เรื่องพิพาทกับ “นักบวชคริสต์นิกายคาทอลิก” ​จึงตั้งนิกาย English Church ขึ้นมา พร้อมกับปราบปรามพวกคาทอลิก

ชายหนุ่มคนหนึ่ง​เป็นชาวคาทอลิก ​เรียกขานตัว​เองว่า กาย ฟอว์คส์ (Guy Fawkes ) ​ได้ตั้งตัว​เป็นหัวหน้า ต่อสู้ต่อต้าน​การปกครองที่กดขี่ข่ม​เหง​และขี้​โกงของพระ​เจ้า​เจมส์ 1 กับบรรดาสมาชิก สภาขุนนาง

ต่อมากลุ่มกาย ฟอว์คส์ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ​แต่​ไม่มี​ผู้​ใด​เคย​เห็นหน้าของตัว​เขา ​เนื่องจากจะซ่อน​ใบหน้า​ไว้​ใต้หน้ากากตลอด​เวล พร้อมกับวาง​แผนลอบฆ่าสมาชิกสภาขุนนางอังกฤษ​ให้ตาย​ทั้งหมด พร้อมกับพระ​เจ้า​เจมส์ 1 ด้วย​การวางระ​เบิดอาคารสภา (House of Lords)

​วันที่ 5 พ.ย.1605 กลุ่มกาย ฟอว์คส์ ถูกตำรวจลับจับ​ไว้​ได้ก่อนจะ​ได้จุดระ​เบิด ​เรียก​เหตุ​การณ์นี้​ในยุคนั้นว่า “กบฏดินปืน” (Gunpowder plot) จึงถูกประหารชีวิตต่อมา ​เมื่ออังกฤษ​เปลี่ยน​แปลง​การปกครอง​เป็นระบอบประชาธิป​ไตย​แล้ว รัฐบาลอังกฤษ​ได้จัดงานฉลอง วันกบฏดินปืน ทุกคืน 5 พฤษภาคม ของทุกปี ​เรียกว่า Bonfire Night ​เพื่อ​เชิดชู​ความกล้าหาญ ​และ​การกล้าที่จะต่อสู้กับ​ความ​ไม่ถูกต้องของ​ผู้ครองอำนาจรัฐ

​เรื่องราวนี้ถูกนำมา​เขียน​เป็นหนังสือ​การ์ตูน ​และ​ในปี 2006 ถูกสร้าง​เป็นหนังบน​แผ่นฟิล์มชื่อ “V for Vendetta” อย่างไรก็ตามหน้ากากที่เราเห็นในวันนี้ได้รับการออกแบบโดยนักวาดภาพประกอบ David Lloyd

สวย​เก๋ของ​ใบหน้าสีขาว ที่มีรอยยิ้มลึกลับ ​และ​แก้ม สี​แดง หนวดกว้างหงายที่ปลาย​ทั้งสอง ​และ​เคราบาง​แหลม​แนวตั้ง คือลักษณะเฉพาะของหน้ากาก

หลังจากหนังออกฉาย หน้ากากกาย ฟอว์คส์ (Guy Fawkes Mask) ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงที่นิยมไปทั่วโลก

เกลือ

สัตยาเคราะห์เกลือ (Salt Satyagraha) หรือ Salt March เป็นการแสดงออกทางการเมืองในการประท้วงรัฐบาลอังกฤษในอินเดีย นำโดย มหาตมะ คานธี (Mohandas Gandhi) ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน ค.ศ. 1930 นับเป็นการเดินขบวนครั้งแรกในการรณรงค์การ“ดื้อแพ่ง” ซึ่งได้รับความสนใจไปทั่วโลก

การผลิต และจำหน่ายเกลือในอินเดียนั้นเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับชาวอินเดีย เพราะเกลือถูกสงวนให้กับกิจการของอังกฤษ เนื่องจากอังกฤษต้องการผูกขาดเกลือไว้ซึ่งได้ทำกำไรให้อังกฤษมายาวนาน โดยได้ผ่านกฎหมายหลายฉบับตั้งแต่พระราชบัญญัติเกลือ ค.ศ.1882 ที่ห้ามชาวอินเดียผลิตหรือจำหน่ายเกลือด้วยตนเอง นั่นทำให้ชาวอินเดียต้องซื้อเกลือราคาแพงกว่าปกติเพราะต้องบวกภาษีเพิ่มเข้าไปอีกทำให้เกลือมีราคาสูง

เรื่องเกลือนี้ส่งผลกระทบต่อชาวอินเดียส่วนใหญ่ที่ยากจน และไม่สามารถซื้อเกลือได้ด้วยเงินของตนเอง การประท้วงต่อต้านภาษีเกลือของอินเดียเริ่มต้นในศตวรรษที่ 19 ซึ่งยังคงเป็นประเด็นถกเถียงที่สำคัญมาตลอดระยะเวลาหลายปีของการปกครองอินเดียของอังกฤษหรือบริติชราช

ปี 1930 มหาตมะ คานธี ชนชั้นสูงชาวอินเดียจึงตัดสินใจเดินเท้าประท้วงพร้อมผู้ติดตามหลายคนจากเมืองอาห์มาดาบัด (Ahmadabad) รัฐคุชราตไปยังเมืองดานดิ (Dandi) บริเวณชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก เมื่อไปถึงชายทะเลก็กอบเกลือกำมือหนึ่งขึ้นมา เป็น การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการผลิตเกลือ

หลังจากนั้น เขาเดินประท้วงผลิตเกลืออย่างต่อเนื่องจนถูกจับ แต่แทนที่เรื่องจะเงียบ คนอินเดียหลายหมื่นคนออกมาเดินไปหาเกลือเองแบบคานธีบ้างจนถูกจับจำคุกกว่า 60,000 คนภายในเวลาหนึ่งปี

ข้าหลวงใหญ่แห่งอังกฤษประจำอินเดียเจรจาให้คานธียุติการประท้วงนี้ แต่ข่าวการจับกุมผู้ประท้วงก็ได้สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อนานาชาติ จนไม่นานก็เป็นสาเหตุให้อังกฤษมอบเอกราชแก่อินเดียในเวลาต่อมา

เกลือจึงกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญในการต่อสู้เพื่อเอกราชของอินเดีย

เสื้อกั๊กเหลือง

ชาวฝรั่งเศสสวมกั๊กเหลือง ชักชวนกันผ่านกรุ๊ปเฟซบุ๊ก ออกมาประท้วงบนท้องถนนทั่วประเทศในเดือนพฤจิกายน 2561 ต่อต้านนโยบายขึ้นภาษีน้ำมันของรัฐบาล และมาตรการรักษ์โลกอื่นๆ ซึ่งเป็นการประท้วงที่รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ของฝรั่งเศส

ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีเอมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศสประกาศชัดเจนตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้งว่าจะให้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นนโยบายหลัก เมื่อได้เป็นรัฐบาลจึงได้ออกมาตรการหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการขึ้นภาษีสำหรับน้ำมันดีเซล สร้างความไม่พอใจแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจในฝรั่งเศสอยู่ในช่วงวิกฤตจึงมีผู้เข้าร่วมประท้วงปริมาณมหาศาลในทุกๆ วันเสาร์

ทำไมต้องเสื้อกั๊กเหลือง? 

“เสื้อกั๊กสีเหลือง” เป็นเสื้อที่ผู้ขับขี่รถทุกคันในฝรั่งเศส ต้องมีไว้ในรถของตน ตามกฎหมายของประเทศ ที่เริ่มบังคับใช้เมื่อปี 2008 (พ.ศ.2551)โดยถือเป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น รถเสียกลางทาง ผู้ขับขี่ก็จะต้องสวมเสื้อกั๊กนี้ ให้ผู้ขับขี่รถยนต์คันอื่นๆ เห็นได้ชัดเจน ทั้งนี้ หากผู้ขับขี่รถคันใดไม่มีเสื้อกั๊กสีเหลือง ก็จะถูกปรับเป็นเงิน 135 ยูโร การที่ประชาชนสวมใส่กั๊กเหลืองนั่นหมายความว่า ประชาชนกำลังอยู่ในภาวะฉุกเฉิน ได้รับความเดือดร้อน จากการขึ้นภาษีน้ำมันของนายกรัฐมนตรีเอมานูเอล มาครง

การประท้วงของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง มีความยืดเยื้อ และมีรุนแรงอย่างควบคุมไมได้ สุดท้าย นายมาครงก็ต้องยอมถอย ประกาศยกเลิกแผนการขึ้นภาษีตรึงค่าไฟฟ้า และแก๊ส รวมถึงการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ลดภาษีต่าง ๆ มากมายแม้จะทำให้ขาดดุลงบประมาณ ทำให้ผู้ประท้วงส่วนใหญ่พอใจ

ตอนนี้ผ่านไปครึ่งปียังคงมีการประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองอยู่ทุกวันเสาร์ แม้ผู้เข้าร่วมจะน้อยลงมาก ๆ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญต่างๆ กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง ก็ยังคงเคลื่อนไหวอยู่เสมอ อย่างกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองได้วิพากษ์วิจารณ์การบริจาคเงินเพื่อบูรณะซ่อมแซมภายหลังเหตุเพลิงไหม้อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีสว่ากลุ่มคนรวยในประเทศฝรั่งเศส บริจาคเงินเพื่อที่จะได้ลดภาษี

นกหวีด

วันที่ 31 ตุลาคม 2556 เสียงนกหวีดแรกที่ดังขึ้นที่สถานีรถไฟสามเสน เพื่อต่อต้านการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม “ฉบับสุดซอย” ของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมบนท้องถนนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ภายใต้การบริหารจัดการของ 9 อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งต่อมาเรียกตัวเองว่า คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)

มวลประชาชน กับ นกหวีดคู่ใจ คือหนึ่งในภาพประวัติศาสตร์การเมืองไทย และถือว่านกหวีดเป็นสัญลักษณ์ในการชุมนุมประท้วงในปี 2556

“นกหวีด” เป็นแนวคิดของ สุเทพ เทือกสุวรรณ ทว่าคนที่ทำให้เป็นจริงคือ เถกิง สมทรัพย์ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์บลูสกาย ที่จัดทำ “นกหวีดสายล่อฟ้า” จนฮิตติดตลาดไปทั่ว

“กำนันสุเทพบอกว่าที่นึกถึงนกหวีด เพราะสมัยก่อน เวลาครูจะเรียกรวมเด็ก จะเป่านกหวีด ก็เป็นสัญลักษณ์ที่หาง่าย ยังไม่มีใครใช้ แต่จุดเด่นคือใช้ทำได้หลายอย่าง แสดงออกว่าชอบใจ-ไม่ชอบใจ ใช้ได้หมด” สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซีไทยเมื่อ 30 ตุลาคม 2560

ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศแรกที่นำเอานกหวีดมาเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง ก่อนหน้านี้นกหวีดมีบทบาทในการเมืองทั้งประเทศอังกฤษ และออสเตรเลีย

จุดเริ่มต้นของการเป่านกหวีด (Whistleblower) มาจาก “ราล์ฟ เนเดอร์” (Ralph Nadar) นักกฎหมาย นักเขียนและนักต่อสู้เพื่อสังคมชาวอเมริกัน ผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของอเมริกา ในปี ค.ศ. 1970 เขาได้ตัดสินใจเป่านกหวีดในสภา เพื่อเตือนรัฐบาลที่เริ่มมีพฤติกรรมทุจริตในการบริหารบ้านเมือง

คำว่า Whistleblower แปลตรงตัวได้ว่า “คนเป่านกหวีด” ซึ่งคนเป่านกหวีด เปรียบเสมือนผู้มีหน้าที่แจ้งว่า มีการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมายเกิดขึ้นอย่างไรก็ตาม ช่วงต่อมาอเมริกาก็ได้มีการร่างกฎหมายเกี่ยวกับ คนเป่านกหวีด ชื่อว่า Whistleblower Protection Act 1989 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการคุ้มครอง โดยคุ้มครองเจ้าหน้าที่รัฐ และข้อมูลที่มีความเชื่อมโยงหรือเผยให้เห็นถึงการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น การใช้อำนาจโดยมิชอบ การคอรัปชั่น เป็นต้น โดยผู้ที่มีข้อมูลการทุจริตสามารถรายงานให้แก่ผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานภายนอกได้ อีกทั้งยังมีการพัฒนากฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้ที่เป่านกหวีดแจ้งเบาะแส โดยมีบทลงโทษนายจ้างที่มีการขมขู่ หรือกลั่นแกล้งพนักงาน

นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวยังมีการสร้างแรงจูงใจการเป็นคนเป่านกหวีดโดยตอบแทนเป็นเม็ดเงินให้แก่ผู้ที่ให้ข้อมูลการกระทำความผิดอีกด้วย อย่างไรก็ตามกฏหมายที่ว่านี้ก็ยังมีจุดอ่อนตรงที่คุ้มครองแค่เพียงเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น ซึ่งต่อมาหลากหลายประเทศก็ได้ให้ความสำคัญกับกฏหมายในลักษณะนี้ เช่น ประเทศอังกฤษ ประเทศออสเตรเลีย

 

อ้างอิง

https://www.bbc.com/thai/international-45103631

Salt March. (2018), fromwww.history.com

https://www.independent.co.uk/news/uk/home-news/anonymous-how-the-guy-fawkes-mask-became-an-icon-of-the-protest-movement-a6720831.html

คณะกรรมการคุ้มครองกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (www.lawreform.go.th)

จิราภา ภิญญสาสน์

การประท้วง ถือเป็นการแสดงออกด้วยการกระทำ เพื่อแสดงให้เห็นว่าคัดค้าน หรือ ไม่เห็นด้วย มีหลากหลายวิธีรวมถึงการ 'ประท้วงเชิงสัญลักษณ์' เพื่อแสดงว่าเป็นพวกเดียวกัน เป็นการร่วมกลุ่มคนที่มีแนวคิดคล้ายๆ กัน รวบรวมความกระจัดกระจายให้มาเป็นหนึ่งเดียวกัน

เพราะบอนชอนและโบท็อกซ์ คือสิ่งที่ทำให้มีกำลังใจใช้ชีวิตในประเทศที่ประยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?