รอยสัก รสนิยมแห่งลวดลายที่กฎหมายไม่เห็นด้วย
  • Social
  • Jun 29, 2019

รอยสัก ที่เห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันอย่าง ยันต์ห้าแถว เสือผงาด มังกรเลื้อย ลายมินิมอล ชื่อพ่อแม่ ชื่อแฟน ถือเป็นสุนทรีย์อย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมในสังคมไทยมานานแล้ว แต่ปัจจุบันการสักเจาะร่างกายมีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สวนทางกับกฎหมายที่ยังคงไม่เห็นด้วย

หน่วยวิจัย พิว รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ (Pew Research Center) พบว่า วัยรุ่นอเมริกันอายุ 18-25 ปี มากกว่า 1 ใน 3 มีรอยสักติดตัวอย่างน้อย 1 จุด ประเทศไทยเอง คนในสังคมเริ่มนิยมการสักกันมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่นักศึกษา จนเกิดธุรกิจการสักผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่ละร้านก็มีลายเส้น เฉพาะตัวแตกต่างกันไป

เมื่อการสักนั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล และรสนิยมส่วนตัว โดยจุดหมายของประดับลวดลายลงบนร่างกายก็แตกต่างกันไป บ้างอาจจะมองเป็นศิลปะ ไม่ก็มองเป็นสิ่งเตือนใจ หรือลวดลายตามกระแส

แต่ก็ยังมีบางประเทศที่มองการสักเป็นเรื่องลบสำหรับคนหมู่มาก จนถึงขั้นถูก แบน! ในบางประเทศ

  • ประเทศเกาหลีใต้ ถ้าใครได้ตามวงการเคป๊อบจะเห็นนักร้องหรือไอดอลบางคนสักตามร่างกาย แต่ในความเป็นจริงแล้วการสักในประเทศเกาหลีใต้นั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย รวมถึงร้านรับสักด้วยเช่นกัน แต่ไม่ได้ครอบคลุมถึงผู้ที่สัก
  • ประเทศเวียดนาม การสักก็เป็นเรื่องผิดกฎหมายเหมือนกัน นอกจากนั้นคนที่สักยังถูกทัศนคติสังคมทิ่มแทงในแง่ลบอย่างหนัก และรุนแรงถึงขนาดร้านอาหารหรือธุรกิจบริการบางประเภทติดป้ายไม่รับคนที่มีรอยสัก

ยังมีอีกหลายประเทศที่แบนรอยสัก เช่น ประเทศปากีสถาน และญี่ปุ่น เป็นต้น โดยมีเหตุผลทั้งทางศาสนา หรือ การเป็นสัญลักษณ์ของอาชญากรในอดีต

สำหรับประเทศไทยนั้น ถึงแม้ว่าการสักจะเป็นเรื่องที่ไม่ผิดกฎหมาย และทัศนคติสังคมต่อการสักเจาะร่างกายนั้นเปลี่ยนไปแล้ว (หรือเปล่า?) แต่ร้านสักทั่วไปในไทยยังไม่มีการควบคุมให้เป็นมาตราฐาน อย่าง ร้านสักลอยเอย ร้านแบกะดิน ร้านปิดม่าน ร้านตั้งชั่วคราว เป็นต้น

กฎหมายที่ควบคุมกิจการสักเจาะร่างกายในประเทศไทยคือ พ.ร.บ สาธารณสุข พ.ศ. 2535 ที่ควบคุมให้กิจการสัก เข้ามาทำใบประกอบกิจการ กับท้องถิ่น ขณะเดียวกัน กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียนั้นต้องผ่านมาตราฐานโดยกรมอนามัยที่เชี่ยวชาญเท่านั้นถึงจะออกใบประกอบกิจการได้ เหมือนกับว่า ในประเทศไทย ใคร ๆ ก็เปิดร้านสักได้

ยังไม่รวมถึงมาตรฐานของเครื่องมือ สีที่ใช้ในการสัก ความเชี่ยวชาญของช่างที่ประเทศไทยยังควบคุมได้แค่บางส่วนเท่านั้น สวนทางกับความนิยมของการสักที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

ไม่ว่าการเลือกรอยประทับลงบนร่างกาย ตลอดจนกลไกดูแลที่มีมาตรการ และมาตรฐานอย่างชัดเจน ล้วนส่งผลถึงทัศนคติของคนในสังคม กระทั่งเรื่องความปลอดภัยในสิทธิการใช้ชีวิตของเราอีกด้วย

เรียบเรียง: มยุรา ยะทา
 

การสักนั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคลและรสนิยมส่วนตัว ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้บางประเทศจะมองการสักเป็นเรื่องลบหรือถึงขั้นผิดกฎหมาย เช่น ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศเวียดนาม ขณะที่ประเทศไทยการสักไม่ผิดกฎหมายแต่ยังติดทัศนติด้านลบ แต่กลับได้นับความนิยมมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษาไทย

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์