หนุ่มสาวหลบไป เมื่อคนแก่จะครองโลกในอีก 30 ปี!
  • Social
  • Oct 28, 2019

หากวันนี้คุณยังเป็นสาวโสด-หนุ่มโสด และมีแนวโน้มว่าในอนาคตอาจจะไม่มีคู่หรือไม่มีบุตร ลองคิดเล่นๆ สิว่าคุณมองตัวเอง (ที่จะกลายเป็นผู้สูงวัย) ในอีก 30 ปีข้างหน้าไว้ยังไง?

แน่นอนว่าพอถึงตอนนั้นประเทศไทยและอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลกคงจะเข้าสู่วิกฤต สังคมผู้สูงอายุ คาดการณ์กันว่าเมื่อวันนั้นมาถึงกำลังแรงงานวัยหนุ่มสาวในการขับเคลื่อนประเทศจะลดลง ภาระในการดูแลด้านสาธารสุขของประชากรผู้สูงวัยจะเพิ่มขึ้น ทำให้ศักยภาพของประเทศในด้านต่างๆ ลดลง แต่เดี๋ยวก่อน! มันจะเป็นอย่างที่คิดกันจริงหรือ? เพราะเมื่อเร็วๆ นี้มีผลการวิจัยออกมาว่าสังคมผู้สูงอายุในปีค.ศ. 2050 อาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิด! 

ย้อนกลับไปดูข้อมูลประชากรในไทยกันสักนิด... ก่อนหน้านี้มีข้อมูลจาก United Nations World Population Ageing พบว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ โดยสมบูรณ์ (Aged Society) ซึ่งสหประชาชาติระบุว่า ประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ในสัดส่วนเกินร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ ถือว่าประเทศนั้นก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Society และจะพัฒนาไปเป็น "สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ" (สัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20)

จากข้อมูลประชากรของประเทศไทยปี 2562 จำนวนประชากรในประเทศไทยมีประมาณ 66,374,000 คน เป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 11,587,000 คน หรือ คิดเป็น 17.6% ของประชากรทั้งหมดแปลว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว และคาดการณ์ว่าในปี 2564 ไทยจะเข้าสู่สังคมประชากรสูงวัยแบบสมบูรณ์ โดยมีผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปีเกิน 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด

ผลที่ตามมาของประเทศที่เข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งหากเป็นประเทศกำลังพัฒนา เมื่อมีผู้สูงอายุมากขึ้นทำให้ปัจจัยการผลิตทางด้านแรงงานลดลง ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวมากขึ้น การลงทุนการออมน้อยลง ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GNP) หรือรายได้ประชาชาติน้อยลง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่งบประมาณรายได้ลดลง รัฐบาลต้องสนับสนุนงบประมาณด้านสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุมากขึ้น อีกทั้งเกิดปัญหาสังคมตามมา เช่น ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง สภาพจิตใจย่ำแย่ และความเสื่อมโทรมทางร่างกาย จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่

แต่เมื่อเร็วๆ นี้กลับมีผลวิจัยชุดหนึ่งที่น่าสนใจโดย อิปซอสส์ เผยรายงานผลวิจัยชุดล่าสุด Getting Older-Our Aging world ระบุตัวเลขคาดการณ์ว่าในอนาคตอีกไม่เกิน 30 ปีข้างหน้า จำนวนผู้สูงวัยจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว โดยในปี 2050 ทั่วโลกจะมีจำนวนผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กว่า 2,100 ล้านคน และจะเป็นครั้งแรกที่โลกมีจำนวนคนแก่มากกว่าคนหนุ่มสาว โดย 1 ใน 5 ของประชากรโลกในปี 2050 จะเป็นผู้สูงวัย ซึ่งสถิติดังกล่าวได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้สูงอายุจะครองเมืองในทุกพื้นที่ของโลก 

งานวิจัยชิ้นนี้มองว่าผู้สูงอายุในโลกอนาคตอีก 30 ปีข้างหน้าไม่ใช่กลุ่มประชากรที่สร้างปัญหา แต่เป็นกลุ่มประชากรที่มีศักยภาพของโลกอนาคตด้วยซ้ำ ซึ่งได้อธิบายข้อดีของประชากรในสังคมผู้สูงวัย สำหรับโลกอนาคตไว้หลายข้อ ดังนี้

  • ผู้สูงอายุ เป็นคีย์เวิร์ดความสำเร็จธุรกิจในอนาคต

การเติบโตของประชากรสูงอายุเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์โลกอนาคต ในขณะเดียวกันก็สร้างความท้าทายให้สังคมธุรกิจและแบรนด์สินค้าและบริการต่างๆ ที่จะต้องพัฒนาให้ทันผู้บริโภคที่มีบริบทและเงื่อนไขของอายุที่เปลี่ยนไป เราสามารถมองสังคมผู้สูงอายุเป็นข้อดีได้ กล่าวคือ อนาคตในอีก 30 ปีข้างหน้าผู้คนทั่วโลกจะมีความเชื่อมั่นในพลังของเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงชีวิตของผู้สูงอายุ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักฟิสิกส์ และบุคลากรทางการแพทย์จะคิดค้นและสร้างสิ่งต่างๆ ที่ทันสมัยเพื่อตอบโจทย์ให้แก่ประชากรโลกวัยชราได้มากขึ้น ถือเป็นปีทองแห่งวงการเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสุขภาพ และในแง่ของสินค้าและบริการ ยุคนี้จะเป็นยุคที่สร้างโอกาสทางธุรกิจมากมายจากผู้คนที่มีอายุยืนยาวมากขึ้น

ผลการวิจัยพบว่า ประชากรบางประเทศ เช่น อินเดีย ตุรกี มีความรู้สึกที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับการก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงวัย (ประมาณ 67%-73%) ในขณะที่ผู้คนทั่วโลกยอมรับว่าการที่พวกเขาเป็นผู้สูงอายุกลายเป็นข้อดีและมีประโยชน์ทำให้พวกเขามีเวลาอยู่กับเพื่อนและครอบครัว (36%) เวลาสำหรับงานอดิเรกและการพักผ่อน (32%) เวลาสำหรับวันหยุดและการเดินทาง (26%) และเลิกงาน (26%)

  • ความแก่ ไม่ได้บอกที่ตัวเลขอายุเสมอไป

คำว่าคนสูงวัยในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน การใช้อายุเป็นเกณฑ์อาจจะไม่แม่นยำเหมือนเดิม กล่าวคือสมัยก่อนเรามักจะเข้าใจว่ากลุ่มคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปคือกลุ่มผู้สูงอายุ แต่สมัยนี้เมื่อมีการวิเคราะห์ใหม่จะเห็นว่า ผู้สูงวัยเริ่มต้นที่อายุ 66 ปี โดยเฉลี่ย ในประเทศสเปนมองว่าผู้สูงวัยเริ่มต้นที่อายุ 70 ในขณะที่คนซาอุดีอาระเบียชี้ 49 ก็แก่แล้ว สําหรับประเทศไทยคนที่อายุ 60 ปี เป็นอายุเริ่มต้นของผู้สูงวัยที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอย่างมีนัยยะสำคัญ ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุเองพวกเขาเห็นด้วยว่าโดยเฉลี่ยแล้วพวกเขาจะรู้สึกเด็กกว่าอายุจริงถึง 9 ปี ทำให้ ตัวเลขอายุ ไม่ใช่มาตรวัดที่แม่นยำอีกต่อไป

  • ในอนาคตผู้สูงอายุจะมีสุขภาพดีกว่าเดิม

ผลสำรวจถัดมาระบุว่าคนทั่วโลกส่วนใหญ่ส่วนใหญ่คาดว่าจะมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงมากขึ้นในวัยชรา (57%) โดยมีตัวเลขผลสำรวจจากผู้คนในโคลัมเบียเห็นด้วยว่าในอนาคตพวกเขาจะเป็นคนแก่ที่มีสุขภาพดีขึ้นมากถึง 89% , อาร์เจนตินา 88% , จีน 88% , เปรู 86% และมาเลเซีย 85% เปรียบเทียบกับผู้คนในประเทศที่เห็นด้วยน้อยที่สุดว่าพวกเขาจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นเมื่อเป็นกลุ่มผู้สูงวัยในโลกอนาคต ได้แก่ เกาหลีใต้ 17% , ฝรั่งเศส 20% , ญี่ปุ่น 23% และเบลเยียม 24%

  • ผู้สูงวัยในอนาคตใช้เทคโนโลยีเก่ง

ผลวิจัยบอกอีกว่าคนสูงวัยจำนวนมากรู้จักการใช้เทคโนโลยีและเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน หาข้อมูล พูดคุย และสั่งสื่อสินค้าผ่านโลกออนไลน์ พบว่าคนสูงวัยชาวอังกฤษจำนวน 43% นิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ทำให้การซื้อสินค้าออนไลน์เป็นกิจกรรมหลักของผู้สูงวัยในประเทศอังกฤษ ในขณะเดียวกัน 84% ของผู้สูงวัยในแคนนาดาใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อเข้าถึงข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ และสำหรับในประเทศไทยกว่า 1.2 ล้านของผู้สูงวัยที่มีอายุเกิน 60 ปี (75%) เข้าถึงโลกอินเทอร์เน็ต ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ดังนั้นความเชื่อที่ว่าผู้สูงวัยไม่ยอมปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่จึงเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องอีกต่อไป

ผู้สูงวัยในปัจจุบันและในอนาคตอีก 30 ปีข้างหน้าจะเป็นคนแก่ที่เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งยังมีความต้องการและความชื่นชอบในเทคโนโลยี ซึ่งแตกต่างจากความเชื่อของสังคมผู้สูงวัยในอดีตอดีต การมองว่าผู้สูงวัยชอบอยู่บ้านเลี้ยงหลานจึงเป็นความเชื่อที่ไม่สะท้อนภาพความเป็นจริงของผู้สูงวัยในปัจจุบัน

  • ผู้สูงวัยในอนาคตจะท่องเที่ยวมากขึ้น

จากสถิติในประเทศเปรู พบว่าครึ่งหนึ่งของผู้สูงวัยต้องการออกไปท่องเที่ยว 40% ต้องการเริ่มธุรกิจของตัวเอง และอีกมากกว่า 3 ใน 4 ของผู้สูงวัยทั้งในประเทศไทยและฝรั่งเศส ยังมีความสนใจ และต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ได้ต้องการอยู่บ้านหรือทำสิ่งที่จำเจอีกต่อไป

  • ผู้สูงวัยคือกลุ่มหลักของการจับจ่ายใช้สอย

จากความต้องการของผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้นและเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน ตลาดผู้สูงวัยมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในประเทศอังกฤษเม็ดเงิน 320,000 ล้านปอนด์ ซึ่งนับเป็น 47% ของมูลค่าตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมดมาจากกลุ่มผู้สูงอายุ ในฝรั่งเศสผู้สูงวัยมีเงินที่เตรียมไว้ใช้ท่องเที่ยวถึง 22,000 ล้านยูโร ในญี่ปุ่นเองผู้สูงอายุยังเป็นเจ้าของทรัพย์สินถึง 1,439 ล้านล้านเยน ซึ่งนับเป็น 80% ของตลาดการเงินทั้งหมด

ผู้สูงอายุทั่วโลกกว่า 90% พร้อมใช้จ่ายสําหรับอาหาร และผู้สูงอายุจำนวน 73% พร้อมใช้จ่ายสําหรับเสื้อผ้า สําหรับตัวเอง 

  • ข้อควรระวัง

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสังคมผู้สูงอายุในโลกอนาคตจะมีข้อดีอยู่มากมาย แต่อย่าลืมว่าหากขาดการบริหารจัดการที่ดีก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีคนแก่เยอะกว่าคนหนุ่มสาวก็คงส่งผลกระทบในแง่ลบและความเสี่ยงในหลายๆ ด้านได้เช่นกัน เช่น ในบางประเทศที่ไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือกับสังคมผู้สูงอายุไว้อย่างดี ทำให้ประชากรมีความกังวลเป็นพิเศษใน 2 เรื่องหลัก คือเรื่องการเงิน และสุขภาพ โดยในประเทศไทยมีผู้คนจำนวนมากถึง 79% วางแผนที่จะทำงานต่อหลังอายุเกษียณเพราะกลัวว่าจะมีเงินไม่พอในช่วงวัยชรา ซึ่งเป็นจำนวนสูงกว่าในประเทศแคนนาดาที่มีสวัสดิการจากรัฐที่ดีกว่าอย่างชัดเจน

ฉะนั้นการเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบของประเทศที่กำลังพัฒนาจึงควรเริ่มวางแผนและลงมือทำให้เร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ "ยิ่งแก่=ยิ่งจน" และเพื่อเตรียมความพร้อมดึงศักยภาพของผู้สูงวัยมาใช้พัฒนาในมิติต่างๆ ได้มากขึ้นแทนที่จะมองเป็นปัญหาอย่างที่เคย

------------------------

อ้างอิง:

https://www.ipsos.com/ipsos-mori/en-uk/global-study-finds-high-levels-concern-about-ageing

https://il.mahidol.ac.th/th/i-Learning-Clinic/general-articles/%E0%

http://www.ipsr.mahidol.ac.th/ipsrbeta/th/Gazette.aspx

https://positioningmag.com/1250924?fbclid=IwAR3mxfWwz68N_wh8NFNNJIWAjo9ynZNXu8EPxMKksLrg7p6qPoogkF1qu4A

การเติบโตของประชากรสูงอายุเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์โลกอนาคต ในขณะเดียวกันก็สร้างความท้าทายให้สังคมธุรกิจและแบรนด์สินค้าและบริการต่างๆ ที่จะต้องพัฒนาให้ทันผู้บริโภคที่มีบริบทและเงื่อนไขของอายุที่เปลี่ยนไป เราสามารถมองสังคมผู้สูงอายุเป็นข้อดีได้ กล่าวคือ อนาคตในอีก 30 ปีข้างหน้าผู้คนทั่วโลกจะมีความเชื่อมั่นในพลังของเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงชีวิตของผู้สูงอายุ

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?