มากกว่ารสชาติขม ปมปัญหาแรงงานเด็กในโรงงานช็อคโกแลต
  • Social
  • Oct 18, 2019

ช็อคโกแลต เครื่องดื่มยอดนิยมของคนทั่วโลก ด้วยรสชาติที่หอม หวาน มัน จึงไม่ผิดที่ใครๆ ต่างชื่นชอบ ช็อคโกแลตถูกผลิตจากเมล็ดคาเคา (Cacao) หรือที่เรียกว่าเมล็ดโกโก้ แต่ใครจะรู้ว่ารสชาติอันหอมมันที่เราหลงรัก กลับมีเบื้องหลังอันข่มขื่นอย่างการใช้แรงงานเด็กในการผลิต

เมล็ดโกโก้กว่า 70% ถูกผลิตในประเทศแถบแอฟริกา ซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ปริมาณการผลิตของทั้งโลก ประเทศผู้ส่งออกเมล็ดโกโก้รายหลักของโลก คือ ไอวอรี โคสต์ (30.4%) กานา (18.0%) อินโดนีเซีย (16.7%) กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริการายงานว่าพบแรงงานเด็กกว่า 2.1 ล้านคน อยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตช็อคโกแลตในประเทศเหล่านี้

จากรายงานดังกล่าวทำให้ทั่วโลกโดยเฉพาะองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนเรียกร้องประเด็น แรงงานเด็กและความยากจนแก่บริษัทในอุตสาหกรรมช็อคโกแลตต่างๆ ได้แก่ เนสเล่ส์ โกดิวา เฟอร์เรโร เป็นต้นจนมีอนุสัญญาเรียกร้องให้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2543

ล่าสุดในปี 2562 กรีน อเมริกา หน่วยงานต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าและการใช้แรงงานเด็ก เผยแพร่รายงานเกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานเด็กในอุตสาหกรรมการผลิตช็อคโกแลตว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ ยังไม่มีการจัดการเรื่องแรงงานเด็ก โดยแบรนด์ที่อยู่ในขั้นวิกฤตคือ แบรนด์ช็อคโกแลตหรู "โกดิวา" อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่แบรนด์นี้เท่านั้น แต่ยังมี  "เฟอร์เรโร" และ "มอนเดเลซ" ที่เข้าข่ายอีกด้วย

รายงานของกรีน อเมริกา ระบุว่า เด็กจากครอบครัวยากจนจากประเทศกานาและไอวอรี โคสต์ จำนวนมากถึง 1.6 ล้านคน ถูกนำไปเป็นแรงงานเก็บเมล็ดโกโก้และได้ค่าแรงวันละ 2 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นค่าครองชีพที่ถูกที่สุดในโลก ทั้งนี้เป็นการแสดงว่าการจัดการแรงงานเด็กในประเทศยากจนในอุตสาหกรรมล้มเหลว

ทางด้านโกดิวาออกมาตอบโต้รายงานดังกล่าวว่า "ที่ผ่านมาโกดิวาได้ออกกฎทำข้อสัญญากับทางผู้ผลิตโกโก้ที่เป็นบุคคลที่สามอย่างชัดเจนตามมาตรฐานของโกดิวา ซึ่งระบุว่า ห้ามให้มีการบังคับใช้แรงงานเด็ก"

ที่ผ่านมาบริษัทผู้ผลิตช็อคโกแลตและบริษัทโกโก้หลายแห่งได้รวมตัวกันเพื่อยกระดับมาตรฐานของโกโก้ที่ผ่านการรับรองด้านจริยธรรมในการผลิต แต่ทางด้านของกรีน อเมริกา กล่าวว่า การรับรองโกโก้ในเรื่องของจริยธรรมนั้นไม่เพียงพอ บริษัทผู้ผลิตช็อคโกแลตและโกโก้เหล่านี้ต้องคำนึงถึงความยั่งยืนและการยกระดับรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ด้วย

ตามการอ้างอิงของหน่วยงานโกโก้นานาชาติระบุว่า เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ในแอฟริกานั้นต่างมีรายได้ที่ต่ำกว่าเส้นความยากจนของธนาคารโลก โดยมีรายได้ต่ำกว่า 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน รวมไปถึงมีการใช้แรงงานเด็กในอุตสาหกรรมการปลูกโกโก้ด้วยเช่นกัน

ทางด้านประเทศกานาและไอวอรีโคสต์กล่าวว่า "ที่่ผ่านมาบริษัทโกโก้ให้ความสำคัญกับแผนงานความยั่งยืนของตนเอง มากกว่าแผนการจ่ายเงินที่เป็นค่าครองชีพตามที่ประเทศต่างๆ เพื่อบรรเทาความยากจนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้"

เมล็ดโกโก้กว่า 70% ถูกผลิตในประเทศแถบแอฟริกา ซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ปริมาณการผลิตของทั้งโลก ประเทศผู้ส่งออกเมล็ดโกโก้รายหลักของโลก คือ  ไอวอรี โคสต์ (30.4%) กานา (18.0%)  อินโดนีเซีย (16.7%)

เพราะบอนชอนและโบท็อกซ์ คือสิ่งที่ทำให้มีกำลังใจใช้ชีวิตในประเทศที่ประยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี