"รัศมีแข" ร่องรอยจากบาดแผลของคำพูด
"รัศมีแข" ร่องรอยจากบาดแผลของคำพูด
"รัศมีแข" ร่องรอยจากบาดแผลของคำพูด
"รัศมีแข" ร่องรอยจากบาดแผลของคำพูด
  • Social
  • Nov 19, 2019

"ขอโทษครับ" ...เป็นคำพูดตอบกลับของ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น หลังจบประโยคบูลลี่อย่างคำว่า ทำไมดำจัง ตัวใหญ่เหมือนคิงคอง หรือแม้แต่มองว่าเป็นพวกวิปริตผิดเพศ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัศมีแขกล่าวคำขอโทษแก่ผู้ที่อื่นในเรื่องความเป็นตัวตนของตนเอง และไม่ใช่ครั้งแรกที่คำพูดได้สร้างบาดแผลให้ใครคนใดคนหนึ่ง

วิธีการอดทนอาจจะไม่ใช่ทางออก เราจึงพาไปดูร่องรอยจากบาดแผลของคำพูดบูลลี่ที่เกิดขึ้นกับ รัศมีแข เพื่อตอกย้ำเรื่องนี้แก่สังคมและหาคำตอบจริงๆ จังๆ ให้ได้ว่า เพราะอะไรเราถึงต้องหยุดวงจรการบูลลี่?? ผ่านการพูดคุยแบบเปิดอกในครั้งนี้

เรื่องเล่าแผลเป็นจากคำพูด

สำหรับทุกคนการเป็น แผล ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี โดยเฉพาะการเป็นแผลที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ

“เหมือนมีดบาดตรงที่ถูกบาดซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ มันจะกลายเป็นแผลเป็น ที่ลึกจนยากจะรักษาให้หายดี”  รัศมีแข กล่าว

ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นขณะถูกบูลลี่คือความไม่แฟร์! เหมือนคนคนหนึ่งเอามีดมาแทงเรา แต่เขาไม่มีมีด เขาใช้คำพูดในการทำร้ายเรา โดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย หรือแม้กระทั่งเราต่างฝ่ายต่างไม่รู้จักกันเลย คำพูดเป็นอาวุธที่มองไม่เห็นแต่มีอานุภาพมหาศาล ยิ่งใครโดนทำร้ายซ้ำๆ ที่เดิม จากแผลสดจะกลายเป็นแผลเป็น หรือที่เรียกว่า ปมในใจ แล้วยิ่งเฉพาะแผลเป็นมันหายยาก ต้องเลเซอร์ ต้องทาครีมเป็นปีๆ  จิตใจมนุษย์เราก็ไม่ต่างกัน ล้วนต่างต้องใช้เวลากว่าแผลนั้นจะหาย

ใครบูลลี่มาก็บูลลี่กลับไปเหมือนกัน

รัศมีแขยอมรับว่าเคยใช้วิธีนี้คือ ถ้าใครบูลลี่มาก็จะบูลลี่กลับไปเหมือนกัน แต่สุดท้ายแล้วมันไม่เวิร์ค เพราะมันคือหนึ่งในการสร้างความรุนแรง คนหนึ่งล้อเรามา เราล้อกลับ ถ้าอารมณ์ปะทะกัน มันสามารถเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างเขามาทำร้ายเรา หรือเราไปทำร้ายเขาได้เช่นกัน เพียงแค่เพราะเรื่องคำพูด ดังนั้นแล้วทางที่ดีที่สุดคือการระงับอารมณ์กันทั้งสองฝ่าย คือคนที่จะพูดต้องคิดก่อนว่ามันจะไปทำร้ายใครหรือเปล่า ส่วนคนที่รับฟังคำพูดหรือถูกบูลลี่ก็ต้องคิดเหมือนกัน

แล้วเราจำเป็นต้องอดทนกับการถูกบูลลี่งั้นเหรอ?

สำหรับเราเองความอดทนมีหลายวิธี นิ่งเฉยไปเลยก็ไม่ดี โต้กลับแบบรุนแรงก็ไม่ดี แต่ถ้าหากเราทำตัวเฉยๆ แล้วแสดงให้เขาเห็นว่าสิ่งที่พูดมาไม่โอเคนะ แขว่าอันนั้นคือวิธีที่ดีที่สุด

เส้นคั้นบางๆ ระหว่างการบูลลี่กับล้อเล่น

แขว่ามันต้องมาจากทั้งสองฝ่าย คนที่ถูกบูลลี่ก็ต้องเข้าใจเจตนาด้วย อย่างตัวแขเองก็บูลลี่เพื่อนสนิท คนรู้จักกันเพราะพวกเขาเข้าใจเจตนาของเรา แต่ถ้าเราไม่รู้จักกันเลยแล้วอยู่ดีๆ ตะโกนออกมาว่า ‘โอ้ย ไอ้มืด’ มันจะเกิดคำถามว่าอยู่ดีๆ คุณมาว่าเราทำไม คุณเป็นอะไร ในขณะเดียวกันถ้าเป็นเพื่อนเราพูด เราก็จะหัวเราะเพราะเข้าใจเจตนาของเพื่อนว่าไม่มีเจตนาไม่ดีอะไร

สิ่งสำคัญที่สุดคือก่อนที่เราจะรู้เจตนา เราต้องรู้จักกันก่อน การเรียกว่าบุลลี่หรือไม่บุลลี่มันอยู่ที่จุดประสงค์มากกว่า อย่างเช่นการใช้คำพูดที่เขาคนนั้นอยากให้เราเสียใจ เจ็บปวด หรือเป็นเดือดเป็นร้อน หรืออีกแบบคือคนที่ไม่ได้ตั้งใจแต่หลุดปากออกไป คือไม่มีเจตนาที่จะทำ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

ขอโทษที่เป็นตัวของตัวเอง

จริงๆ แล้ว เราไม่รู้หรอกว่าการบูลลี่มันเริ่มต้นจากตรงไหน หรือใครเป็นคนเริ่ม แต่มันไม่ควรมีใครต้องเจ็บปวดเพราะการเป็นตัวของตัวเอง ถึงแม้ว่าแขจะเป็นคนมีชื่อเสียงแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังโดนบูลลี่อยู่ อย่างล่าสุดที่ไปงานวิ่งมาแล้วมีคนพูดว่า "ดำจัง" หรือว่า "เหมือนพี่ไมค์ ภิรมย์พร" ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงเหมือนกัน บางครั้งมันก็อึดอัด ส่วนใหญ่ก็จะแสดงอาการให้เห็นเลยว่า "ฉันไม่ได้แฮปปี้"

บางครั้งเราก็พูดคำขอโทษออกไป ที่เราขอโทษคือไม่ได้เสียใจหรือรู้สึกผิดนะ แต่เราขอโทษในลักษณะที่ทำให้คุณไม่สบายใจ ก็พูดไปตรงๆ เลยว่า "ขอโทษนะครับ ที่ดำ เพราะพ่อเป็นอัฟโฟรอเมริกัน แขไม่ได้ตั้งใจดำ มันเป็นอย่างนี้ของมันเอง" ซึ่งเราว่าก็ดีนะ การที่เราต้องมาขอโทษที่เราเป็นแบบนี้ คมดี คนฟังก็ต้องรู้สึกซี๊ดกันบ้าง

เด็กๆ ทุกคนที่ฟังแขอยู่ ใครที่กำลังน้อยเนื้อต่ำใจอะไรก็แล้วแต่  ไปเสิร์ชบียอนเซ่  ไปดูชีวิตโอปราห์ วินฟรีย์ หรือแม้แต่รัศมี แข เอง สังเกตดูว่าคนที่ประสบความสำเร็จทุกคนชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แล้วเก็บเอามาเป็นแรงบันดาลใจว่าเรื่องที่คุณเผชิญอยู่ไม่ได้เกิดกับคุณคนเดียวในโลก มันมีคนอื่นๆ อีกที่โดน และเขาก็สามารถก้าวผ่านมันได้

ทำอย่างไรให้หลุดพ้นจากวงจรแห่งการบูลลี่

สิ่งสำคัญคือตัวเราเอง ไม่มีใครช่วยได้ สังคมช่วยได้ทุกวันนี้คือช่วยบำบัดคนที่ถูกบูลลี่ มีไลน์ มีเพจที่เปิดให้คำปรึกษาเกี่ยวกับคนที่ถูกบูลลี่ แต่ไม่มีใครไปห้ามปรามหรือพูดคุยเกี่ยวกับคนที่ชอบบูลลี่คนอื่นเลย ไม่มีเพจไหนเลยที่พูดถึงคนจำพวกปากหมา มันแทบไม่มีเลย

สุดท้าย แขอยากจะฝากบอกว่าการบูลลี่คนอื่นมันก็มีความสุขอยู่ได้แป๊บเดียว สักพักความสุขนั้นก็จะหายไป คุณไปทำความเข้าใจกับตัวเองดีกว่า คุณรู้อยู่แก่ใจว่าคำพูดบางคำมันไม่ดี แล้วพูดออกมาทำไม ก่อนพูดคิดสักนิดไหม เพราะคำพูดถือเป็นสิ่งสำคัญ

สถิติจากกรมสุขภาพจิตเปิดเผยข้อมูลว่า เด็กนักเรียนไทยโดนกลั่นแกล้งถึง 60,000 คน ถือเป็นอันดับ 2 ของโลก และยังมีกลุ่มเยาวชนมากกว่าร้อยละ 50 มีพฤติกรรมกลั่นแกล้งผ่านโลกไซเบอร์และคุกคามผู้อื่นผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

เพราะบอนชอนและโบท็อกซ์ คือสิ่งที่ทำให้มีกำลังใจใช้ชีวิตในประเทศที่ประยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?