คุยกับ นักขับหูหนวก อีกก้าวของโอกาสและความเท่าเทียม
คุยกับ นักขับหูหนวก อีกก้าวของโอกาสและความเท่าเทียม
คุยกับ นักขับหูหนวก อีกก้าวของโอกาสและความเท่าเทียม
คุยกับ นักขับหูหนวก อีกก้าวของโอกาสและความเท่าเทียม
คุยกับ นักขับหูหนวก อีกก้าวของโอกาสและความเท่าเทียม
  • Social
  • Sep 25, 2019

สองมือประกบ หลังจากนั้นมือซ้ายก็แตะเข้าที่อก แล้วสะบัดข้อมือโยกขึ้นลง นั่นคือการแนะนำตัวขั้นต้นว่า “ตนเองคือผู้พิการทางการได้ยิน ภาษามือแปลได้ว่าสวัสดีครับ วันนี้ผมจะมารับใช้คุณ ถ้าเลี้ยวหรือเกิดเหตุให้แตะไหล่ได้เลย ขอบคุณมากครับ”

อากัปกิริยาการสื่อสารในแบบ ไร้เสียง ของ เล็ก-สายัณห์ อินทโต กลายเป็นเรื่องปกติในการทำงานของเขาไปแล้ว มันไม่ต่างจากลายเซ็นที่ทำให้ผู้โดยสารที่เรียกใช้บริการจำเขาได้ 

ภาพเหล่านี้ดูจะกลายเป็นความคุ้นเคยในชีวิตประจำวันของใครหลายคน เพราะคนหูหนวกหันมาทำอาชีพบริการบนท้องถนนกันมากขึ้น ไม่ใช่การนั่งขายสินค้า หรือขอรับบริจาคอย่างในอดีต

เสื้อแจ็คเก็ต หมวกกันน็อคแบบปิดครึ่งหน้า และรถมอเตอร์ไซค์ ไม่ต่างจากเครื่องแบบในการทำอาชีพบริการในลักษณะนี้ ทั้งการส่งเอกสาร ส่งอาหาร และส่งผู้โดยสาร

สำหรับเล็กนั้นก่อนหน้านี้เขาทำงานในบริษัทโรงพิมพ์ จ.สมุทรสาคร ด้วยความที่ตนเองเป็นคนเบื่อง่าย และชอบความท้าทายอยากเจออะไรใหม่ๆ ประจวบกับทางสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ประกาศเปิดรับสมัครอาชีพบริการที่ผู้พิการสามารถทำได้ จึงเป็นจุดเปลี่ยนให้เขาเดินเข้ามาเป็นพนักงานบริการบนหลังแฮนด์มอเตอร์ไซค์อย่างทุกวันนี้ 

ทุกเช้า เขาจะตื่นราว 7 โมง ทำธุระส่วนตัว ก่อนออกจากบ้านในเวลา 8 โมงเพื่อส่งลูกที่โรงเรียน หลังจากนั้นเวลางานของเขาก็จะเริ่มต้นขึ้น ก่อนจะพักกินข้าวตอนเที่ยง และขับมอเตอร์ไซค์ยาวไปจนถึงเที่ยงคืนถึงจะกลับเข้าบ้าน

ตัวเขาเป็นบุคคลที่ถูกจัดอยู่ในความพิการทางการได้ยินประเภท หูหนวก หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลจากความบกพร่องทางการได้ยิน จนไม่สามารถรับข้อมูลผ่านทางการฟังได้

อาการบกพร่องทางการได้ยินนั้นเริ่มขึ้นเมื่อเจ้าตัวอายุสองขวบ สาเหตุมาจากมียุงเข้าไปในรูหู เมื่อพบหมอจึงได้รู้ว่าตนเองได้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่พร้อมกับอาการการสูญเสียการได้ยินไปในทันที

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อการได้ยินเป็นปัญหา และกลายเป็นอุปสรรคในการทำงานของเขาในช่วงเริ่มต้นด้วย ปัญหาแรกที่เจ้าตัวเจอก็คือ การที่ลูกค้าส่งโลเคชั่นให้ไปรับจะมีการสื่อสารที่ผิดพลาด แต่พอทำไปเรื่อยๆ ก็เริ่มปรับปรุงตัวเองใช้การแชทคุยกับลูกค้าแทนการโทร รวมถึงใช้การอ่านปาก หรือใช้ภาษากาย ภาษามือ ก็ทำให้สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ไปได้

นอกจากนี้ ยังมีกรุ๊ปแชทที่มีสมาชิกประมาณ 40 คน สำหรับการพูดคุยปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงานของผู้พิการทางการได้ยินทั้งหลาย เรียกง่ายๆ ว่า เป็นห้องเรียนสำหรับแชร์ประสบการณ์ วิธีการแก้ปัญหา หรือข้อข้องใจที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้พิการที่ขับรถด้วยกันเอง โดยมีสมาชิกจากสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ไทยคอยตอบปัญหา และประสานงานที่เกิดขึ้น

ปรารถนา หร่งศรีทอง ล่ามภาษามือเล่าว่า จริงๆ แล้ว ผู้พิการทางการได้ยินสามารถทำอาชีพอื่นๆ แบบคนปกติได้เยอะมาก เพียงแค่ใช้การสื่อสารทางอื่นที่ไม่ใช่เสียงแค่นั้นเอง สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย คือ ศูนย์กลางที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดหาอาชีพให้แก่สมาชิกในสมาคมด้วยเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นภาคสังคมก็ต้องช่วยกันให้คนกลุ่มนี้กล้ามีจุดยืนของตนเอง

ในทำนองเดียวกัน สุวดี เฟื่องโคตร ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ แกร็บ ประเทศไทย บอกเล่าว่า กลุ่มผู้พิการทางการได้ยินนี้สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีใบขับขี่ มีรถส่วนตัว แล้วอยากหาอาชีพเสริม เรามองว่าคนหูหนวกกลุ่มนี้ไม่ได้มีทางเลือกในอาชีพมากนัก ทางองค์กรจึงร่วมมือกับสมาคมฯ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้คนขับกลุ่มนี้มีความเท่าเทียมในฐานผู้ขับขี่ สามารถหารายได้เสริมช่วยครอบครัวได้

“การเข้าถึงการเดินทางสาธารณะควรที่จะเป็นเรื่องของทุกคน มันไม่ควรจะมีข้อจำกัดในด้านการเดินทางใดๆ ทั้งสิ้น จึงเป็นที่มาของโครงการ break the silence ในเรื่องของคนพิการทางการได้ยิน ก็จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งการสื่อสาร ทั้ง live chat กับผู้โดยสารโดยที่ไม่ต้องสนทนากันต่อหน้า เกิดความสะดวกสบายกับการเข้าถึงอาชีพและรายได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว ยังมีคนพิการหลายส่วนไม่ว่าจะทั้งการได้ยิน ทางสายตา หรือแม้กระทั่งคนที่นั่งวีลแชร์ คนกลุ่มนี้ยังคงมีสมรรถภาพ ในการดำรงชีวิตประจำวัน และสามารถทำอย่างอื่นได้ แต่ด้วยนโยบายหลายๆ อย่างทำให้พวกเขาค่อนข้างถูกจำกัดในการเข้าถึงการหารายได้อยู่

เรื่องการที่คนทั่วไปมองว่า คนหูหนวกไม่เหมาะกับอาชีพนี้ เขายืนยันว่า จะไม่สนใจ ตอนนี้คิดแต่จะไปพัฒนาตัวเอง ทำให้ดียิ่งขึ้นในทุกวันที่ได้ออกไปให้บริการลูกค้า 

“ถึงแม้จะพูดไม่ได้ แต่เพิ่มการยิ้มแย้ม อัธยาศัยเข้าไปด้วยเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจเรามากขึ้น” เขาตอบโต้ด้วยความทะมัดทะแมง

-Side Dish-

ในประเทศไทย มีผู้พิการที่ได้รับการออกบัตรประจำตัวคนพิการ จำนวน 2,041,159 คน ความพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมายมีจำนวน 375,680 คน หรือร้อยละ 18.41

ความพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมายแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  • หูหนวก หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องในการได้ยิน จนไม่สามารถรับข้อมูลผ่านทางการได้ยิน

  • หูตึง หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องในการได้ยิน

  • ความพิการทางการสื่อความหมาย หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องทางการสื่อความหมาย เช่น พูดไม่ได้ พูดหรือฟังแล้วผู้อื่นไม่เข้าใจ เป็นต้น

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้พิการ อายุ 15 - 60 ปี ที่สามารถทำงานได้จำนวน 882,576 คน แต่มีผู้ที่ประกอบอาชีพ เพียงจำนวน 218,392 คน ร้อยละ 24.74 จากทั้งหมด

กรมการจัดหางาน แนะนำอาชีพที่ผู้พิการทำได้ 1.พนักงานธุรการ 2.พนักงานบันทึกข้อมุล 3.พนักงานขาย 4.พนักงานบัญชี 5.พนักงงานฝ่ายผลิต 6.พนักงงานคลังสินค้า 7.พนักงานตรวจสอบคุณภาพ 8.พนักงานซักรีด 9.ช่างเชื่อม 10.เจ้าหน้าที่บริการงานช่าง

ในประเทศไทย มีผู้พิการที่ได้รับการออกบัตรประจำตัวคนพิการ จำนวน 2,041,159 คน ความพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมายมีจำนวน 375,680 คน หรือร้อยละ 18.41

เพราะบอนชอนและโบท็อกซ์ คือสิ่งที่ทำให้มีกำลังใจใช้ชีวิตในประเทศที่ประยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี