ไฟป่า "แอมะซอน" แรงกระเพื่อมสู่ธุรกิจหนังสัตว์
  • Social
  • Sep 3, 2019

ผลพวงจากไฟป่าแอมะซอน ไม่ได้กระทบเฉพาะในมิติทางนิเวศวิทยา ชีวิตสัตว์ป่าและพันธุ์พืชท้องถิ่นอันหลากหลาย หรือกระทบกับพื้นที่ป่าฝนขนาดใหญ่ซึ่งถือว่าเป็นปอดของโลกเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อไปถึงวงการธุรกิจหนังสัตว์ขนาดใหญ่ของโลกหลายแบรนด์ ที่เห็นว่าธุรกิจของตนก็มีส่วนทำให้เกิดไฟครั้งนี้ และอยากหยุดมันไว้ให้เร็วที่สุด 

มีรายงานข่าวว่า กลุ่มเกษตรกรรมเลี้ยงสัตว์ที่แผ้วถางที่ดินสำหรับฟาร์มปศุสัตว์ และผู้ค้าหนังสัตว์ในบราซิล น่าจะเป็นต้นเหตุที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าฝนแอมะซอนที่โหมกระหน่ำจนสร้างความเสียหายไปแล้วกว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร หรือเกือบ 2 ล้านไร่!!

ฟาร์มปศุสัตว์เหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งผลิตเนื้อวัวของบราซิลเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งส่งออกเครื่องหนังที่มีค่าไปยังต่างประเทศ ถูกส่งไปผลิตเป็นเครื่องหนังของแบรนด์ดังยักษ์ใหญ่ต่างๆ ในแถบยุโรปและอเมริกา

หนึ่งในแหล่งที่รับเครื่องหนังเหล่านั้นไปผลิตสินค้า ก็คือบริษัทแม่ของสหรัฐอเมริกาในแบรนด์รองเท้า กระเป๋า และเสื้อผ้าชื่อดัง เช่น Vans, Timberland, The North Face, Dickies, Kipling และอีกมากมาย ลุกขึ้นมาประกาศกร้าวว่าจะไม่ซื้อเครื่องหนังและหนังจากบราซิลโดยตรงอีกต่อไป

Folha de São Paulo หนึ่งในร้านค้าของบราซิลรายงานว่า บริษัท VF Corp. แจ้งศูนย์อุตสาหกรรมฟอกหนังของบราซิลว่าจะระงับการสั่งซื้อเครื่องหนังจากประเทศเนื่องจากการปศุสัตว์ของบราซิลเป็นต้นเหตุของไฟไหม้ป่าแอมะซอน ซึ่งประธานกลุ่มการค้าของบราซิลเอง ก็มีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ทำจดหมายแสดงความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ส่งตรงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของบราซิลด้วย

ส่วนทางด้านเจ้าของแบรนด์ดัง VF Corp. ก็ออกมาชี้แจงว่าปริมาณหนังสัตว์ที่ได้มาจากบราซิลนั้นน้อยมาก อย่างไรก็ตามไม่สามารถรับรองได้ว่าหนังสัตว์เหล่านี้ เป็นหนังสัตว์ที่ได้มาจากการทำปศุสัตว์ที่ได้มาตรฐานและปฏิบัติตามข้อกำหนดการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น VF Corporation และแบรนด์ต่างๆ ในบริษัท จึงตัดสินใจที่จะไม่จัดหาเครื่องหนังและหนังจากบราซิลโดยตรงสำหรับธุรกิจในบริษัท จนกว่าจะมีความมั่นใจว่าวัสดุที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของทางบริษัท จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศบราซิลรวมถึงสิ่งแวดล้อมโลก

ก่อนหน้านี้ในปี 2009 เคยมีข้อมูลเกี่ยวกับการทำฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่และผลิตเครื่องหนังเพื่อส่งออกของบราซิล ถูกพบว่ามีส่วนในการตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอน แผ้วถางป่าเพื่อใช้พื้นที่ไปทำฟาร์ม ซึ่งทางหน่วยงานกรีนพีซได้ตีพิมพ์การสอบสวนเกี่ยวกับเส้นทางการฟอกเงินในธุรกิจการค้าหนังสัตว์ (Companies laundering) และการซ่อนเนื้อวัวจากโรงฆ่าสัตว์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าแอมะซอน ที่เตรียมจะส่งขายผ่านซัพพลายเชนที่ซับซ้อนหลากหลายเจ้า เรื่องนี้เคยเป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนอาจจะยังจำได้

จากไฟไหม้ป่า เชื่อมโยงไปถึงธุรกิจเครื่องหนัง เสื้อผ้าแฟชั่น และสร้างแรงกระเพื่อมต่อมายังผู้บริโภคด้วย 

ในแง่ของธุรกิจเสื้อผ้าและรองเท้าแฟชั่นของบริษัทอื่นๆ ที่เห็นข่าวการระงับซื้อหนังจากบราซิลครั้งนี้ ต่างก็ตื่นตัวก็ออกมาตรวจสอบสินค้าของตัวเองกันยกใหญ่ว่ามีการซื้อหนังมาจากแหล่งที่ได้มาตรฐานหรือไม่ อย่างเช่น Nike ก็เริ่มออกมาดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้ซื้อหรือใช้วัสดุหนังสัตว์ที่เชื่อมโยงกับการตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอน

ส่วนในด้านของผู้บริโภคเอง ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุน Fashion Revolution ได้เรียกร้องให้แบรนด์รองเท้าและเสื้อผ้าแฟชั่นต่างๆ ออกมาแสดงความโปร่งใสเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาจัดหาหนังสัตว์จากบราซิล ว่าได้มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้หรือไม่ และต้องไม่มีส่วนเชื่อมโยงกับฟาร์มปศุสัตว์ที่มีส่วนทำให้เกิดไฟไหม้ป่าแอมะซอน

แต่เอาเข้าจริง มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าของแบรนด์ที่จะติดตามประวัติที่มาเกี่ยวกับวัสดุหนังสัตว์ของพวกเขาว่าได้มาจากแหล่งไหน เพราะมันต้องผ่านซัพพลายเออร์หลายเจ้า และมีขั้นตอนที่ซับซ้อนยุ่งยาก ถ้าจะให้ชัวร์จริงๆ สิ่งเดี่ยวที่ทำได้ตอนนี้ก็คือ คงต้องหยุดซื้อหนังจากฟาร์มปศุสัตว์ของบราซิลไปโดยสิ้นเชิง

-------------------------------

อ้างอิง

qz.com

https://edition.cnn.com/2019/08/30/business/vf-corp-brazilian-leather-amazon-scli-intl/index.html

https://www.vans.com/shop/mens-shoes

https://www.facebook.com/timberland/

https://www.thenorthface.com/homepage.html

กลุ่มเกษตรกรรมเลี้ยงสัตว์ที่แผ้วถางที่ดินสำหรับฟาร์มปศุสัตว์ และผู้ค้าหนังสัตว์ในบราซิล น่าจะเป็นต้นเหตุที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าฝนแอมะซอนที่โหมกระหน่ำจนสร้างความเสียหายไปแล้วกว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร หรือเกือบ 2 ล้านไร่!!

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต