กดดัน ภาระ กังวล สิ่งที่ต้องเจอเมื่อเป็น นศ. จบใหม่
  • Biz Life
  • Jun 30, 2019

“ยังหากินเองไม่ได้” 
“เกรงใจ ไม่อยากขอเงินใช้”
“บริษัทยังไม่โทรมา” 
“งานจะเหมาะกับตัวเองไหม”

นอกจากจะเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ของสถาบันอุดมศึกษาแล้ว นี่ยังเป็นช่วงเดียวกันกับฤดูหางานของ เด็กจบใหม่ ด้วย

ไม่ว่าจะได้ทำงานในสายงานที่สนใจ หรือได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมากับงานอย่างเต็มที่ แต่ภาวะหนึ่งที่เหล่าแรงงานจบใหม่จะต้องเจอในช่วงเปลี่ยนผ่านก็คือ อาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของการใช้ชีวิต 

"เอายังไงกับชีวิตดี!?" มักเป็นคำถามที่หลายๆ คนต้องเผชิญระหว่างหางาน ซึ่งมีปัจจัยความกดดันที่เกิดจาก...

วิกฤตการค้นหาตัวเอง ว่า ตนเองเหมาะกับงานตามที่สาขาตัวเองจบมาหรือเปล่า หรือ "ควรไปทำงานอะไรดี" ถ้าได้งานที่ตัวเองไม่ชอบจะทำอย่างไร รวมถึงโดนไซโคจากป้าข้างบ้านที่เราไม่รู้จักมาคอยสอดส่องถามความเป็นไปของเราอยู่

ช่วงเวลาการรอบริษัทตอบรับ เป็นปัจจัยรองลงมา หลังจากที่เด็กจบใหม่ร่อนใบสมัครไปตามบริษัทต่างๆ แล้ว ช่วงเวลารอช่างยาวนาน รวมถึงถ้าใครอกหักมาจากที่ทำงานหลายๆ แห่ง ทำให้เริ่มตัดพ้อกับตนเองว่า "เราไม่ดีพอหรือเปล่า" แล้วรู้สึกแย่กับตัวเองเรื่อย ๆ 
อีกเรื่องสำคัญ ที่ทำให้เด็กจบใหม่เกิดสภาวะแย่กับตัวเองคือ เรื่องเงินเรื่องทอง

“แค่บ่นว่าที่บ้านทำกับข้าวซ้ำกันทุกวัน แล้วโดนตวาดกลับมาว่า ยังหากินเองไม่ได้ ทำให้เราน้ำตาแตก มันยิ่งกว่าสะเทือนใจ” บัณทิตป้ายแดงคนหนึ่งเปิดอกถึงความอัดอั้นที่ตัวเองกำลังเจอ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลังจากก้าวขาออกจากรั้วมหาลัยแล้ว สำหรับหลายคน นี่ไม่ใช่แค่การ "จบการศึกษา" แต่มันคือการรับผิดชอบต่อตัวเอง ไม่ต่างจากการออกจากอ้อมอกของพ่อแม่

แต่ระหว่างที่จะไปใช้ชีวิตมีเงินเดือนเป็นของตนเองนั้น อีกทางก็ต้องพึ่งพ่อแม่ อยู่บ้านรอตอบรับจากบริษัท ขาดรายได้ และต้องเซฟรายจ่ายให้น้อยที่สุด ยิ่งทำให้เกิดภาวะเครียดกดดันตัวเองมากขึ้นไปอีก

นอกจากปัจจัยหลัก ที่ทำให้เด็กจบใหม่เกิดภาวะเครียด ยังไม่รวมถึง การเหงาจากการห่างเพื่อน ความยุ่งยากในการทำเอกสารต่างๆ อีกมากมาย 

สำนักข่าว ABS ของประเทศฟิลิปปินส์ ได้แนะนำว่า วิธีที่ง่ายที่สุดในการลดภาวะเครียดของเด็กจบใหม่ คือ "การปล่อยวาง" และ "เตรียมพร้อม" เป็นสองสิ่งที่อยากให้เด็กจบใหม่ตระหนักถึงที่ควบคู่ไปด้วยกัน

เริ่มต้นจากการเตรียมพร้อม วางแผนชีวิตว่า หลังจากจบแล้วภายใน 2 เดือนแรกทำอย่างไร เดือนต่อมาทำอะไร ถ้าไม่ได้งานภายใน 5 เดือนทำอะไรต่อ เพราะเมื่อเตรียมพร้อมแล้ว ทำให้เห็นเส้นทางที่ไปต่อ ไม่มีเวลาว่างมาฟุ้งซ่าน เมื่อเตรียมพร้อมแล้ว มันก็จะทำให้เราปล่อยวางในบางเรื่องที่กำลังตระหนกอยู่

แต่นี้ก็เป็นเพียงวิธีแนะนำเบื้องต้นเท่านั้น ถ้าใครเกิดภาวะเครียดหนักๆ แนะนำว่าไปพบจิตแพทย์ดีกว่า เพราะอาจจะทำให้เลยเถิดไปถึงภาวะอื่นๆ ได้

ชีวิตการทำงาน ไม่ใช่การปั่นโปรเจคภายในคืนสองคืน ถ้าใครเครียดขึ้นมาก็คงไม่ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ต้องจัดการความเครียดนั้นให้ได้

การลดภาวะเครียดของเด็กจบใหม่ คือ "การปล่อยวาง" และ "เตรียมพร้อม" เมื่อชีวิตการทำงาน ไม่ใช่การปั่นโปรเจคภายในคืนสองคืน การจัดการความเครียดนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์