ซักฟอกงบ’ 63 ทางรอดและทางร่วง
  • Social
  • Oct 16, 2019

“มาช้าดีกว่าไม่มา” สำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563ที่จะเริ่มอภิปรายในวันที่ 17 –19 ตุลาคมนี้ถือเป็นการเปิดอภิปรายงบประมาณที่มีฝ่ายค้านจริงมาซักฟอกในรอบ 5ปี โดยประเด็นที่ฝ่ายค้านรอชำแหละงบกว่า 3.2 ล้านล้านบาท หนีไม่พ้นคือการอภิปรายงบประมาณที่เพิ่มขึ้นในกระทรวงต่างๆ และการลดงบประมาณในบางกระทรวง

ประเด็นเรื่องการโหวตผ่านไม่ผ่าน ดูไมน่าเป็นห่วงสำหรับรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ เพราะแม้จะปริ่มแค่ไหนแต่ก็ยังไม่แผลงฤทธิ์จนรัฐบาลระส่ำซึ่งเหตุการณ์ที่รัฐบาลเคยโหวตแพ้ก็เป็นเรื่องร่างข้อบังคับประชุมสภา

คณิตศาสตร์การเมืองตอนนี้เสียงสภามีอยู่ 497 เสียงจาก 500 เสียง ภาวะปริ่มน้ำเสียงที่รัฐบาลมีห่างจากฝ่ายค้านอยู่คือ 6 เสียง โดยฝั่งรัฐบาลมี 249 เสียงเมื่อหักเสียงของประธานและรองประธานสภา ส่วนฝ่ายค้านมี 243 เสียง ตัดเสียงของ นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น ถูกคำพิพากษาให้จำคุก หักเลือกตั้งซ่อม จ.นครปฐม เขต 5 และเสียงของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

ตลกร้ายของรัฐธรรมนูญ60 คือ ไม่ได้แยกชัดเจนว่ารัฐมนตรีห้ามเป็นส.ส. จึงทำให้รมต.ทุกท่านโหวตงบประมาณที่ตนเองจะเอาไปใช้ได้ในทางกฎหมาย แต่เรื่องความเหมาะสมผู้เขียนขอให้ผู้อ่านพิจารณาต่อ

การลงมติในวาระสุดท้าย แม้ฝ่ายรัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะชนะแต่ก็ประมาทไม่ได้ ต้องมีการเช็คชื่อตบเท้าส.ส.ที่เข้าสภา เพราะถ้ารัฐบาลแพ้มติในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย รัฐบาลจะต้องลาออก หรือต้องยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ แต่การเลือกตั้งใครจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ เมื่อดูจากผลการเลือกตั้งและกติกาการเลือกตั้งครั้งล่าสุด แม้การจัดตั้งรัฐบาลขึ้นใหม่จะไม่ง่าย แต่ด้วยไม้ต่อรองชั้นดีจาก ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งของคสช. ก็อาจมีรัฐบาลที่ไม่สามารถออกกฎหมายงบประมาณได้ กลับมาชนะการเลือกตั้งและออกงบประมาณใหม่ 

และแม้ว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณไม่ผ่านสภาจริง  ยังมีก็อก 2 คือ มาตรา 141 ของรัฐธรรมนูญ 60 กำหนดว่าให้ใช้กฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายของปีก่อนไปพลางๆ ก่อน ดังนั้นภาวะ Government Shutdown จึงไม่น่าเกิดขึ้น

ทีเด็ดของเรื่องนี้ยังอยู่ที่ มาตรา 143 ของรัฐธรรมนูญ ถ้ากฎหมายฉบับนี้เข้าสภาแล้ว ส.ส.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 105 วัน ถ้าเกินกำหนดระยะเวลาถือว่าเป็นการเห็นชอบ และเสนอต่อวุฒิสภาพิจารณา ให้แล้วเสร็จภายใน  20 วัน และถ้าส.ว.พิจารณาเกินกำหนดเวลาก็ถือว่าเห็นชอบอีกเหมือนกันดังนั้นต่อให้ยื้อกันอย่างไร ก็ติดกรอบตามรัฐธรรมนูญ

ลองมองต่อไปในอนาคต แม้ว่างบประมาณจะผ่าน แต่ถ้ารัฐบาลไม่ระวังการใช้จ่ายงบประมาณให้ดีอาจตกหลุมที่ตัวเองขุดขึ้นมาตามพ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่งจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือสำคัญของฝ่ายค้านต่อจากนี้ โดยมีสาระสำคัญคือห้ามรัฐบาลทำประชานิยม และคณะรัฐมนตรียังต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ทั้งการจัดทำงบประมาณ และการก่อหนี้ หากไม่ปฏิบัติตามมีบทลงโทษส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วินิจฉัย ดังนั้นนโยบาย “แจกเงิน” ต่างๆของรัฐบาลจะถูกมองเป็นประชานิยมด้วยหรือไม่ เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องระมัดระวัง

การออกนโยบายสมัยที่ยังมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติอาจจะง่ายสำหรับผู้ยึดอำนาจ การพิจารณางบประมาณที่ใช้เวลาครึ่งวัน หรือออกกฎหมายงบประมาณ “เพิ่มเติม”  ก็เกิดขึ้นได้ง่ายในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การได้ซักฟอกงบประมาณที่จะถึงนี้จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีในการตรวจสอบถ่วงดุลเพื่อให้รัฐบาลนำงบประมาณที่มาจากการจัดเก็บภาษีของประชาชนนำมาใช้แก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง

 

อ้างอิง: 

http://bbstore.bb.go.th/cms/1567510394_5475.pdf

https://www.komchadluek.net/news/scoop/392703

https://ilaw.or.th/node/4773

 

ในอนาคต แม้ว่างบประมาณจะผ่าน แต่ถ้ารัฐบาลไม่ระวังการใช้จ่ายงบประมาณให้ดีอาจตกหลุมที่ตัวเองขุดขึ้นมา ตามพ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 จะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือสำคัญของฝ่ายค้านต่อจากนี้

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?