New Word
  • Social
  • Jul 22, 2019

ข่าวสารทุกวันนี้ไหลเข้าหาเร็วจนบางทีเราไม่รู้ตัวว่าอะไรเกิดขึ้นไปบ้าง แต่ละวันมีเรื่องมากมาย ดราม่าส่งไม้ต่อกันไม่ว่างเว้น และคำศัพท์ใหม่ก็เกิดขึ้นอย่างไม่ขาดสายเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะคำศัพท์หรือคำพูดบางคำที่เป็นคำใหม่ ไม่คุ้นหู ทั้งเกิดจากการผสมเสียง ทั้งเกิดจากคำพูดของคน หรือได้อิทธิพลจากเหตุการณ์บางเรื่อง

คำศัพท์เหล่านี้ล้วนบอกบริบท หรือสถานการณ์สังคมได้ดี Bottom Line จึงชวนมาย้อนรอยดูความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในช่วงปี 2017-2019 ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีเหตุการณ์อะไรที่สำคัญ และมีเรื่องไหนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกของเราถึงขั้นต้องถูกจารึก  ผ่านการบัญญัติศัพท์ใหม่ที่น่าสนใจของ Merriam-Webster และ ออกซ์ฟอร์ด พจนานุกรมชื่อดังที่ใช้ในการอ้างอิง และ ค้นหาความหมายของคำเป็นอันดับต้นของโลก

ปี 2017

เว็บไซต์ Merriam-Webster ได้บัญญัติคำศัพท์ใหม่ทั้งหมด 150 คำ โดยคำเด่นๆ ได้แก่

Dumpster fire ความวิบัติ หายนะ ความวินาศสันตะโร มักใช้กับสถานการณ์ที่เลวร้ายหรือมาจากการจัดการที่ผิดพลาด เป็นวลีแห่งปี 2559 ของ American Dialect Society

Throwing shade ที่คล้ายคลึงกับคำไทยว่า "กระแนะกระแหน" ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากกลุ่มเกย์ผิวดำและที่มีเชื้อสายลาตินอเมริกาในช่วง 30 ปีก่อน

Microaggression คำนี้แอบแฝงการเหยียดสีผิว เพราะหมายถึงกิริยาที่ผู้ทำอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่ถูกมองได้ว่าเป็นการแสดงอคติต่อคนชายขอบของสังคม

Ghosting หมายความว่า "หนีหายจากคนที่คบอยู่หรือจากเพื่อนๆ อย่างปัจจุบันทันด่วน"

Unicorn ไม่ใช่สัตว์ตำนานอย่างม้ายูนิคอร์นที่เรานึกถึงกัน แต่คำนี้หมายถึง ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯขึ้นไป เรียกว่า เหนือกว่าเพชรน้ำงาม คือ การค้นหายูนิคอร์น หรือ ธุรกิจมูลค่ามหาศาล

Mansplain ลดรูปมาจาก man explain หมายถึง การอธิบายแบบผู้ชาย ซึ่งเป็นการอธิบายเชิงดูถูกความรู้ของคู่สนทนา เพราะคิดว่าเขาหรือเธอไม่มีความรู้เรื่องนั้นมาก่อนเลย 

Glamping มาจากคำว่า Glamorous กับ camping มารวมกัน ให้ความหมายว่า การไปตั้งแคมป์ออกค่ายนอกสถานที่ ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน 

Wordie ผู้ที่สนใจเรื่องคำศัพท์ ซึ่งใช้รูปแบบการเขียน –ie ลงท้าย เหมือนคำว่า foodie คือผู้ที่สนใจเรื่องอาหาร

ถ้าสังเกตดูแล้วคำศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้นใน 3 คำแรกนั้น ทุกคนคงเดาได้ว่าในปี 2017 นี้ประเด็นการเหยียดผิวและเชื้อชาติถูกพูดถึงในวงกว้างมากขึ้น ไม่ว่าจะการประกาศหมั้นของเจ้าชายแฮร์รี กับ เมแกน มาร์เคิล นักแสดงหญิงผิวสี ที่ถูกเหยียดว่าไม่เหมาะสมเนื่องจากมีเชื้อสายแอฟริกัน

หลังจากนั้นมาการเหยียดก็ถูกพูดถึงในหลายต่อหลายครั้งในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นงาน MTV Video Music Awards ที่เน้นประเด็นทางสังคม ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ในสหรัฐอเมริกาอย่างมาก โดยเฉพาะการเหยียดสีผิว

ถึงขนาด MTV ได้ริเริ่มรางวัลใหม่ Best Fight Against the System ที่มอบให้กับศิลปินและนักเคลื่อนไหวทุกคนที่พร้อมต่อสู้กับระบบซึ่งสร้างความไม่เป็นธรรมในสังคม หรือ เป็นการพูดถึงผ่านหนังเรื่อง Get out (ลวงร่างจิตหลอน) ที่พูดถึงการเหยียดได้อย่างลึกซึ่งและคมคายผ่านการแสดง จนได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ

ปี 2018
พจนานุกรมออกซ์ฟอร์ดบัญญัติคำว่าเด่น ๆ ไว้ 3 คำคือ

Toxic Masculinity  ‘ความเป็นชาย’ กลายเป็นสิ่งที่อันตรายและน่ากลัวหากใช้มันผิดวิธีกับเพศตรงข้าม 

Techlash หมายความว่ากระแสแง่ลบโต้กลับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เริ่มมีอำนาจมากเกินไป เช่น Facebook, Google

Cakeism มาจากสำนวนว่า Having one’s cake and eating it too. (การจับปลาสองมือ) ซึ่งสะท้อนถึง Brexit ที่มีความยากลำบากและลักลั่นในการเจรจาออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร

อีกฟากหนึ่ง ทาง เว็บไซต์ Merriam-Webster ได้บัญญัติคำศัพท์ใหม่ที่น่าสนใจคือ

Cryptocurrency เป็นคำตรงด้านตรงด้านบนของโลโก้ Bitcoin สกุลเงินเหรียญเหมือนจริง ที่แปลว่า การทางแลกเปลียนหรือทำธุรกรรมทางดลกอินเทอร์เน็ตโดยมี Bitcoin เป็นสกุลเงินที่ใช้

Hangry  แปลว่าโมโหหิว เป็นการรวมคำระหว่างหิว และโกรธ

Guac เป็นคำย่อของกัวคาโมเล (อาหารชนิดหนึ่งที่ทำจากอาโวคาโดบด)

TL;DR เป็นตัวย่อของคำว่า “too long; didn’t read” แปลง่ายๆ ว่า “ยาวไป ไม่อ่าน”

ในปี 2018 นี้ คำที่ค้นบ่อยมากที่สุดคือคำว่า Toxic ที่แปลว่ามลพิษ ของเสียต่างๆ โดยในปีนี้ทางด้านสังคมเน้นการพูดถึงความเป็นมลพิษ ทั้งในเรื่องของคน เช่น การวางยาพิษสายลับรัสเซียในอังกฤษ หรือ กระแส #METOO มลพิษของคนในเรื่องในเรื่องการคุกคามทางเพศ หรือ สภาพอากาศที่เป็นมลพิษในหลาย ๆ ประเทศ ประเทศไทยเองมลพิษยังเป็นประเด็นสำคัญที่พูดตลอดทั้งปีอย่างฝุ่น pm 2.5 ในหลายพื้นที่

นอกจากทางด้านสังคมในโลกธุรกิจเรายังเห็นการเปลี่ยนแปลงทางโลกออนไลน์เพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน ๆ ที่มีการใช้สกุลเงินเสมือนจริง หรือการทำธุรกรรมทางโซเชียลมีเดีย ที่กำลังมีความสำคัญไม่แพ้โลกออฟไลน์รวมถึงธุรกิจสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและอำนาจจนเกินจะควบคุมผ่านจนเกิดกระแสแง่ลบจนเกิดคำศัพท์อย่าง Techlash เป็นต้น

ปี 2019

ถึงแม้ว่าจะยังไม่หมดปี แต่เว็บไซต์พจนานุกรม  Merriam-Webster มีบรรจุคำศัพท์และวลีใหม่ 640 คำมาแล้ว โดยคำที่ถูกพูดถึงเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่

Snowflake ความหมายตรงตัวคือ เกล็ดหิมะ แต่มีความหมายใหม่ 2 อย่าง คือ คนที่ได้รับการปฏิบัติหรือพูดถึงเป็นพิเศษหรือเฉพาะตัว หรืออีกความหมายหนึ่ง คือ คนที่อ่อนไหวเกินเหตุ

Helicopter Parents หรือพ่อแม่ที่ควบคุมลูกจนเกินไป เป็นต้นเหตุที่ทำให้เด็กๆในรุ่น Gen-Z ผู้บอบบาง ประสบปัญหาในชีวิตมหาวิทยาลัย

Take unplug ตัดขาดจากสื่อสังคมออนไลน์ Screen time แต่เดิมให้ความหมายว่า เวลาที่นักแสดงอยู่หน้าจอภาพยนตร์หรือซีรีส์ แต่ตอนนี้มีความหมายอีกอย่างว่า ช่วงเวลาที่คนใช้เวลาหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน 

Purple ความหมายเดิมคือ สีม่วง แต่ปัจจุบันให้ความหมายทางการเมืองว่า พื้นที่ในอเมริกาที่มีผู้ใช้สิทธิ์สนับสนุนพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันสูสีกัน

Gender nonconforming การแสดงออกทางเพศที่ไม่ตรงกับบรรทัดฐานของสังคม เป็นส่วนหนึ่งของความหลากหลายทางเพศสภาพ

Salutogenesis แนวทางการปรับพฤติกรรมเพื่อให้มีสุขภาพดีแทนการตรวจโรคและรักษาแบบดั้งเดิม 

Bottle episode  ตอนของละครหรือซีรีส์ที่ถ่ายทำอยู่ในฉากหรือสถานที่เดียวทั้งตอน ซึ่งบางคนก็นำคำนี้ไปโยงกับฉากที่เห็นได้ในซีรีส์ Game of Thrones

ปีนี้ 2019 นี้เป็นปีที่ก้าวไกลไปกว่าโลกยุคไร้พรมแดนเป็นที่เรียบร้อย  โดยการพัฒนาโปรแกรมเสมือนจริง (AI) เข้ามาแทนที่คนได้อย่างน่าทึ่ง และการใช้อินเทอร์เน็ตที่ผูกตัดกับเราตลอดเวลา 24 ชั่วโมงจนกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ไปแล้ว ดังนั้นเมื่ออยู่กับมันมากเกินไปจึงเกิดคำศัพท์อย่างเช่น  take unplug ที่หมายถึงการตัดขาดจากโลกออนไลน์ หรือประเด็นที่พูดถึงเด็ก Gen Z และครอบครัว ในประเด็นการเมืองคำศัพท์ใหม่คือ purple พื้นที่ในอเมริกาที่มีผู้ใช้สิทธิ์สนับสนุนพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันสูสีกัน

 ที่เป็นการพูดถึงในฐานะการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริการที่ใกล้จะถึงนี้ และก่อนหน้านี้ไม่นานเกิดศัพท์คำว่า bottle episode  ที่มีที่มาจาก Game of Thrones ซีรีส์ที่ทั่วโลกรอคอย

 

อ้างอิง

merriam-webster.com

oxford dictionaries

คำศัพท์ใหม่ล้วนบอกถึงบริบทหรือสถานการณ์สังคม

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์