"เอสกิโม" ปรับวิถีชีวิตสู้วิกฤติโลกร้อน
  • Social
  • Jul 1, 2019

"สมัยนั้นผู้เฒ่าผู้แก่ของเราจำได้ว่ามีหิมะตกกองพะเนินเท่าบ้านคน แต่ทุกวันนี้ แค่มีหิมะตกหนาสักครึ่งนิ้วก็ถือว่าโชคดีแล้ว"

วิลลาร์ด เชิร์ช จูเนียร์ ชาวเอสกิโมเผ่ายูปิก วัย 55 ปี เผยความทรงจำที่พอจำได้กับเอเอฟพีว่า เขาเคยออกไปตกปลาใต้น้ำแข็งเป็นประจำในทุกเดือนเมษายนของทุกปี โดยเจาะหลุมแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมแม่น้ำคาเน็กท็อกใกล้บ้านของเขา

แต่ปัจจุบัน ทางน้ำที่ไหลเลียบหมู่บ้านควินฮากักในพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของอะแลสกา แทบไม่เป็นน้ำแข็งแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่า อุณหภูมิที่อุ่นขึ้นส่งผลกระทบรุนแรงต่อชนเผ่าพื้นเมืองของอะแลสกาและวิถีความเป็นอยู่ของพวกเขา

มีชาวเอสกิโมราว 700 คน อาศัยอยู่ใกล้กับทะเลเบริงและอ่าวคุสโคควิม

"ผมเป็นนักล่าและชาวประมง และผมใช้วิธียังชีพแบบนี้มาทั้งชีวิต” เชิร์ชบอก

ขณะที่บรรดาผู้นำและนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกวุ่นกับการหาวิธีที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ชาวพื้นเมืองของอะแลสกาซึ่งคาดว่ามีอยู่ราว 1.2 แสนคนและอาศัยในชุมชนห่างไกลหรือศูนย์ภูมิภาคประมาณ 230 แห่ง กลับพบว่าตัวเองอยู่ใจกลางวิกฤติที่บีบให้พวกเขาต้องทบทวนวิธีการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมของตน

รายงานการประเมินสภาพอากาศแห่งชาติของสหรัฐ ฉบับที่ 4 ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันเผยแพร่เมื่อเดือนพฤจิกายน 2561 ระบุว่า รัฐอะแลสกาเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่อากาศอุ่นขึ้นเร็วที่สุดในโลก โดยมีอุณหภูมิสูงขึ้นเช่นเดียวกับพื้นที่ที่เหลือของขั้วโลกเหนือในอัตรา 2 เท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก

อุณหภูมิที่สูงขึ้นเปลี่ยนแก่นแท้ของวิถีชีวิตพวกเขา และส่งผลกระทบขั้นรุนแรงต่อแหล่งอาหารของชนพื้นเมือง

ทางน้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็งและกลายเป็นถนนน้ำแข็งในฤดูหนาวและใบไม้ผลิ เชื่อมกับหมู่บ้านในชนบท และเปิดให้มีการขนส่งสินค้า กลับแตกสลายเร็วกว่าเดิม หรือไม่เป็นน้ำแข็งเลย นอกจากนั้น การเดินทางด้วยเครื่องบินลำเล็กที่บินไปยังหมู่บ้านก็มีค่าใช้จ่ายแพงเกินไปสำหรับคนส่วนใหญ่

เฉพาะในปีนี้ มีอย่างน้อย 5 คนรวมถึง 1 คนจากหมู่บ้านควินฮากัก เสียชีวิตหลังขับรถสโนว์โมบิลหรือยานพาหนะตกไปใต้แผ่นน้ำแข็งที่บางกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้

แม่น้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็งและน้ำแข็งทะเลยังมีความสำคัญต่อการตกปลาและล่าสัตว์ยังชีพ และหากไม่มีปัจจัยเหล่านี้ ประชากรพื้นเมืองก็จะถูกบีบให้ปรับตัวและหาวิธีดำรงชีวิตใหม่ๆ เพื่ออยู่รอด

“ชาวพื้นเมืองที่นี่ต่างพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ เช่น เบอร์รี่ พืชผัก นก ปลา สัตว์บก และสัตว์น้ำที่เลี้ยงลูกด้วยนม เป็นอาหารหลักของเรา” เชิร์ชกล่าว

“เราไม่ใช่สังคมเกษตรกรรม แต่เรายังคงเป็นคนเก็บของป่าล่าสัตว์” แต่มองในแง่ดี ชาวเผ่ายูปิกคุ้นเคยกับการปรับตัวอยู่แล้ว

“หากเราไม่ปรับตัว คงอยู่ที่นี่ไม่ได้ถึงตอนนี้ และตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา เราปรับตัวด้วยทุกสิ่งอย่างที่ธรรมชาติมอบให้"

 

เรื่อง:ภานุพงศ์ วัฒนเสรีกุล

ที่มา: AFP

ภาพ: RTE, LA Times, Politico, Washington Post, Business Insider

รัฐอะแลสกาเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่อากาศอุ่นขึ้นเร็วที่สุดในโลก โดยมีอุณหภูมิสูงขึ้นเช่นเดียวกับพื้นที่ที่เหลือของขั้วโลกเหนือในอัตรา 2 เท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์