สุกิจ พลับจ่าง ยามเฝ้าหิ่งห้อยแห่งบางกระเจ้า ผู้นำสาส์นแห่งความสมบูรณ์
  • Social
  • Sep 27, 2019

แสงกระพริบวิบวับจากหิ่งห้อยในตอนกลางคืนนั้น กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ดึงดูดมนุษย์ไม่เสื่อมคลาย นอกจากความสวยงามแล้ว แมลงตัวเล็ก ๆ อย่างหิ่งห้อยเหล่านี้ยังเป็นสัตว์วัดชีวภาพความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ  แต่ใครจะรู้ว่าในอนาคตอีกไม่ช้า หิ่งห้อยอาจจะสูญพันธ์ไปจากโลกนี้  เราจึงชวน ยามเฝ้าหิ่งห้อย หรือ สุกิจ พลับจ่าง แห่งโครงการลำพูบางกระสอบ บางกระเจ้า มาบอกเล่าเรื่องราวของแมลงเปล่งแสงเหล่านี้

“ถ้าพวกเขาหายไป คนทั่วไปคงไม่สังเกตเห็น แน่นอนว่าผลกระทบมันมหาศาล” สุกิจ กล่าว  นอกจากหิ่งห้อยที่อัมพวาแล้ว น้อยคนนักที่จะรู้ว่าแหล่งชุกชุมหิ่งห้อยอีกแห่งหนึ่งคือ ที่บางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปาการ  

รายงานล่าสุดของสหประชาชาติระบุว่าภัยคุกคามของสิ่งมีชีวิตบนโลกคือมนุษย์ และมีสายพันธุ์สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ปะการัง 33 เปอร์เซ็นต์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมถึงกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ที่กำลังถูกคุกคามเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยสาเหตุหลักๆมาจากแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีน้อยลง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เกินความจำเป็น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมลพิษ

“ผมเป็นคนบางกระเจ้า แต่ออกไปทำงานข้างนอก เมื่อถึงจุดอิ่มตัวกลับมาที่บ้าน เห็นว่าที่บ้านของเราหิ่งห้อยเยอะมาก นั่งดูทุกวัน แต่ดูได้แค่ 2 ปี พอปีที่ 3 ปีที่ 4 หิ่งห้อยไม่กลับมา”

“ตันลำพูเป็นแหล่งที่อยู่ของหิ่งห้อย เลยคิดว่าจะทำอะไรดีเพื่อทำให้หิ่งห้อยกลับมา ตอนแรกก็แค่กำจัดวัชพืช หรือดูแลต้นลำพูเพื่อหวังว่าหิ่งห้อยจะกลับมา แต่ทำไปทำมากลับไม่ใช่ หิ่งห้อยไม่กลับมา และการดูแลต้นลำพูก็ไม่ใช่ทางออกสำหรับเรื่องนี้”  

บันทึกจากเอกสารที่เสนอต่อที่ประชุมสัมมนาเรื่องหิ่งห้อยระดับนานาชาติ  การลดลงของหิ่งห้อยเป็นสาเหตุของความวิตกกังวลและสะท้อนถึงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลกหิ่งห้อยคือตัวบ่งชี้ความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ และมันกำลังลดจำนวนลงทั่วโลก เนื่องจากการสูญเสียที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม การเพิ่มขึ้นของการใช้ยากำจัดศัตรูพืชในพื้นที่การเกษตร และการเพิ่มขึ้นของมลพิษทางแสงในพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์  

“เรามารู้ว่า อากาศ น้ำ สภาพแวดล้อมส่งผลต่อการกลับมาของหิ่งห้อยทั้งหมด กลุ่มของเราจึงเริ่มต้นที่การรักษาน้ำของบางกระเจ้า” นอกจากการรณรงค์เรื่องการรักษาน้ำแล้ว สุกิจ ยังมีความเป็นห่วงการท่องเที่ยวชุมชนว่าจะส่งผลกระทบต่อหิ่งห้อยด้วย เพราะมีผลการวิจัยออกมาแล้วนะครับว่าแสงกระพริบสีแดงของจักรยานไปรบกวนการสื่อสารของหิ่งห้อย เรามีการรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวจูงจักรยานเข้าไปแทนการปั่นจักรยาน และอยากให้การท่องเที่ยวขี่จักรยานเป็นการท่องเที่ยวสีเขียวอย่างแท้จริง แต่ไม่มีกำลังพอที่จะไปบอกนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม เพราะหลังๆ มานี้ นักท่องเที่ยวก็มาเที่ยวกันเองโดยไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้

นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ สุกิจ ก่อตั้งโครงการลำพูบางกระสอบ เพื่อที่จะทำหน้าที่ให้ความรู้กับการท่องเที่ยวที่ถูกต้องกับนักท่องเที่ยว เน้นให้ความรู้เรื่องหิ่งห้อย โดยก่อนจะพาไปดูหิ่งห้อย จะมีห้องเล็กๆ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของหิ่งห้อย ปูพื้นความสำคัญของพื้นที่บางกะเจ้า ว่าทำไมจำเป็นต้องช่วยกันรักษาเอาไว้ และบอกเล่าเรื่อกลุ่มลำพูของว่าก่อตั้งมาทำไม หลังจากนั้นจะพานักท่องเที่ยวไปดูเป็นกลุ่มเล็กๆ กลุ่มละไม่เกิน 15 คน ซึ่งแต่ละวันเราสามารถรองรับได้แค่ 3 กลุ่มเท่านั้น และเป็นการจูงจักรยานไปดูหิ่งห้อยโดยไม่เปิดแสงไฟ

สุกิจ เสริมว่า หิ่งห้อยถือได้ว่าเป็นอัตลักษณ์อย่างหนึ่งของชุมชน เมื่อหิ่งห้อยเลือกที่จะมาอยู่ในชุมชนบางกะเจ้า คนบางกะเจ้า และนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวก็ต้องช่วยกันอนุรักษ์หิ่งห้อยด้วย

“หลักๆ เราดูแลเรื่องน้ำไม่ให้น้ำอุดตันเน่าเสีย แค่นี้หิ่งห้อยก็อยู่สบายแล้ว แล้วบางกะเจ้ามีคลองหลัก 18 คลอง รวมกับคลองเล็กคลองน้อยอีกรวมเป็น 45 คลอง ถ้าเราทำให้คลองทุกสายมีน้ำขึ้นลงตามธรรมชาติในแต่ละวัน คิดดูว่าหิ่งห้อยจะกระจายไปทั่วบางกะเจ้ามากขนาดไหน ผมคิดว่ามันเป็นไปได้ หากทุกคนเห็นความสำคัญว่าหิ่งห้อยเป็นสินทรัพย์ที่มีค่า ถึงตอนนั้นถ้าเราจัดการการท่องเที่ยวอย่างยิ่งยืนจนมันเป็นเกาะหิ่งห้อย ผมว่ามันก็จะดึงเงินตราต่างประเทศได้อีกมหาศาลผมมักจะขายแนวคิดนี้ เพราะมองว่าบางกะเจ้าสามารถเป็นตัวแทนกรุงเทพฯ ในอดีตได้เลย หากหลายคนพูดว่า กรุงเทพฯ ในอดีตเปรียบเหมือนเวนิสตะวันออก ผมว่าบางกะเจ้ามีศักยภาพที่จะเป็นแบบนั้นได้ สุดท้ายแล้วมันจะเกิดการท่องเที่ยวที่งดงาม นี่คือความฝันของผม”

 

 

 

รายงานล่าสุดของสหประชาชาติระบุว่าภัยคุกคามของสิ่งมีชีวิตบนโลกคือมนุษย์ และมีสายพันธุ์สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ปะการัง 33 เปอร์เซ็นต์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมถึงกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ที่กำลังถูกคุกคามเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยสาเหตุหลักๆมาจากแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีน้อยลง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เกินความจำเป็น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมลพิษ

เพราะบอนชอนและโบท็อกซ์ คือสิ่งที่ทำให้มีกำลังใจใช้ชีวิตในประเทศที่ประยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?