"ผึ้งป่า" แมลงชนิดแรกที่สอนให้มนุษย์รู้จักกับรสหวาน
  • Lifestyle
  • Jan 6, 2020

รู้หรือไม่? ถ้าโลกนี้ไม่มี "ผึ้ง" บรรดาพืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆ ที่เป็นแหล่งอาหารของมนุษย์ก็คงถึงวันดับสูญ! เรื่องนี้อาจเกิดขึ้นได้จริง เพราะผึ้งถือเป็นแมลงที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศในแง่ของการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าและการแพร่ขยายพันธุ์พืชต่างๆ ให้ยังคงอยู่ ด้วยการผสมเกสรของผึ้งทำให้พืช(มีดอก)ทั้งหลายเกิดการผสมพันธุ์เจริญกลายเป็นผล จากผลกลายเป็นเมล็ด แล้วร่วงหล่นลงพื้นดินงอกเงยเจริญเติบโตเป็นพืชพันธุ์ธัญญาหารรุ่นต่อๆ ไป

โดยเฉพาะ "ผึ้งป่า" ถือเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศในผืนป่าเป็นอย่างมาก เพราะเป็นดัชนีชี้วัดความอดุมสมบูรณ์ของผืนป่านั้นๆ ได้ แม้ปัจจุบันการขยายที่ทำกินของผู้คนในสังคมชนบทโดยเฉพาะการทำเกษตรกรรมเน้นปลูกพืชเชิงเดี่ยว จะทำลายความหลากหลายทางชีวภาพไป แต่สำหรับบางพื้นที่ที่ยังคงเหลือป่าหรือต้นไม้ใหญ่ซึ่งยังไม่ถูกบุกรุกทำลาย ก็ได้กลายเป็นแหล่งพึ่งพิงของสัตว์ป่าที่สำคัญ

"ผึ้งป่า" แหล่งอาหารและรายได้ของมนุษย์

อย่างเช่นผืนป่าแห่งหนึ่งใน อ.เทพา จ.สงขลา ที่เป็นแหล่งของต้นยางยูงขนาดสูงใหญ่ประมาณ 40-50 เมตร ซึ่งมักจะมีฝูงผึ้งป่าเข้ามาทำรังครั้งละ 5-10 รัง เนื่องจากเป็นผืนป่าที่มีแหล่งอาหารของผึ้งอยู่มาก นั่นคือ น้ำหวานจากเกสรดอกไม้ป่านานาชนิดที่ผึ้งงานสามารถนำมาเลี้ยงตัวอ่อนได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงที่ป่ามีความอุดมสมบูรณ์มากๆ ผึ้งป่าเหล่านี้จะมีการสร้างรังใหม่ถึงสองครั้งต่อปี (ปกติผึ้งจะสร้างรังแค่ปีละครั้ง)

แสดงให้เห็นว่าบนพื้นที่รอบๆ ป่าแห่งนี้ยังคงมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์ และความสมบูรณ์นี้ก็ส่งผลพลอยได้ให้มนุษย์มีอาหารอย่างเพียงพอรวมถึงสร้างรายได้ให้ชาวบ้านอย่าง "อาชีพคนตีผึ้ง" ก็มีรายได้จากการขายน้ำผึ้งป่าแท้ๆ ได้อีกทางหนึ่งด้วย เป็นวิถีชาวบ้านดั้งเดิมที่ทำเพื่อเลี้ยงชีพและทำกันเป็นฤดูกาลเท่านั้น ไม่มีเจตนาจะรบกวนผืนป่าแต่อย่างใด

โดยทั่วไปวิธีตีผึ้งเพื่อเอาน้ำผึ้งป่านั้น คนตีผึ้งจะต้องเข้ามาหารังผึ้งป่าในคืนเดือนมืด เพื่อนำน้ำผึ้งแท้ไปขาย ปัจจุบันเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเป็นอย่างสูงเนื่องจากมีความเชื่อว่า นำผึ้งแท้จากป่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะการนำไปเป็นส่วนผสมในการผลิตยารักษาโรค ซึ่งในเรื่องอาหารและยาจากน้ำผึ้งนี้ ว่ากันว่ามนุษย์เรารู้จักการใช้น้ำผึ้งป่ามาใช้ประโยชน์กันนับหมื่นปีแล้ว

มนุษย์รู้จัก "น้ำผึ้ง" มาเป็นหมื่นปี!

หากย้อนกลับไปในยุคก่อนประวัติศาสตร์มีข้อมูลระบุว่า "ผึ้ง" เป็นแมลงที่มนุษย์คุ้นเคยมากที่สุด กล่าวได้ว่าผึ้งเป็นสัตว์ชนิดแรกที่สอนให้มนุษย์รู้จักกับ "รสหวาน" ตามธรรมชาติจากการนำ "น้ำผึ้ง" มาเป็นส่วนผสมในอาหารและยา

มนุษย์โบราณรู้จักการลิ้มรสน้ำผึ้งมานานแล้ว มีหลักฐานพบว่ามนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 7,000 ปี ก่อนคริสตศักราช ซึ่งเป็นภาพวาดบนผนังถ้ำของยุคเมโซลิกธิก (Mesolithic) ในประเทศสเปน ในภาพบอกเล่าเรื่องราวว่ามีคนกำลังปีนขึ้นไปตีรังผึ้งที่อยู่ในโพรงไม้ และเก็บน้ำผึ้งใส่หม้อดิน ภาพนี้แสดงว่า ผึ้งเป็นอาหารที่มีความหวานจากธรรมชาติชนิดแรกที่มนุษย์รู้จักนำมาใช้ประโยชน์ ก่อนที่จะรู้จักน้ำตาลจากพืชที่ใช้กันในปัจจุบันนี้

อีกทั้งมีหลักฐานเป็นตัวอักษรฮีโรกลิฟส์ของอียิปต์โบราณ เมื่อประมาณ 5,000 ปีมาแล้ว ได้จารึกเรื่องราวเกี่ยวกับผึ้งเป็นครั้งแรก พบว่ามีการจารึกตัวผึ้งเป็นเครื่องหมายประจำตำแหน่งขององค์ฟาโรห์ ในขณะนั้น นั่นคือ ในสมัยของพระเจ้าเมนิส (Menes) แห่งเมืองอบิโดส (Abydos) แห่งประเทศอียิปต์

ส่วนสรรพคุณของ น้ำผึ้ง ได้มีจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ทั้งในประเทศอียิปต์ กรีก โรมัน อินเดียและประเทศจีน มานานนับพันปี โดยกล่าวถึงประโยชน์ของน้ำผึ้งในทางคุณค่าของอาหาร ยารักษาโรค และใช้ประกอบทำเครื่องสำอาง นอกจากนั้นในการสงครามใช้ผึ้งต่อยศัตรู และได้มีการตัดหัวศัตรู ดองเก็บในน้ำผึ้งด้วย ทั้งนี้เพราะน้ำผึ้งมีคุณสมบัติใช้ดองของสด ป้องกันความเน่าเปื่อยได้เป็นเวลานาน

ในประเทศจีน ได้มีการจารึกเกี่ยวกับการใช้น้ำผึ้งและการตีผึ้งป่ามานานกว่า 3,000 ปี มาแล้ว แต่เริ่มเลี้ยงผึ้งโพรงกันจริงจังเมื่อประมาณ 300 ปีมานี้เอง ส่วนในประเทศไทยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบจารึกบนศิลาหลังที่สอง ที่วัดศรีชุม กล่าวถึงเรื่องฝูงผึ้งและผึ้งในนิทานชาดก ตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย (พ.ศ.1890-1920) นอกจากนั้นยังมีหลักฐานเกี่ยวตำรับยาไทยโบราณบางตำรับที่ใช้ตัวยาผสมกับน้ำผึ้ง ดังนั้นสันนิษฐานได้ว่าคนไทยคงจะบริโภคน้ำผึ้ง มานานหลายร้อยปีมาแล้วเช่นกัน

สรรพคุณของ "น้ำผึ้ง" ที่คุณควรรู้!

น้ำผึ้งได้ชื่อว่าเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนมากที่สุดชนิดหนึ่ง ซึ่งมนุษย์ทุกชาติทุกภาษาต่างรู้จักใช้ประโยชน์จากน้ำผึ้งมาตั้งแต่โบราณมาจนถึงปัจจุบัน 

- ให้พลังงาน: น้ำผึ้งเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ดี แถมยังโปรตีนสูงไขมันต่ำ ในน้ำผึ้งมีน้ำตาลที่ย่อยง่ายอยู่ถึงร้อยละ 70 เช่น น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลฟรักโทส รวมไปถึงกรดอะมิโนและกรดไขมัน ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที และเป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้กำลังมาก เช่น นักกีฬา คนป่วย (ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร) หรือเด็กที่กำลังเจริญเติบโต 

- บำรุงสุขภาพ: เนื่องจากในน้ำผึ้งมีสารกระตุ้นปฏิกิริยาทางชีวภาพหลายชนิด เช่น เอนไซม์ วิตามิน และเกลือแร่ต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการควบคุมการทำงานของระบบประสาทในร่างกายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นถ้าเรากินน้ำผึ้งเป็นประจำก็จะได้รับสารอาหารอันครบถ้วนเหล่านี้ด้วย

- ช่วยถนอมอาหาร: น้ำผึ้งถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง หรืออาหารหมักดองต่างๆ เพื่อให้เก็บอาหารชนิดนั้นๆ เก็บไว้ได้นานวันขึ้น

- คุณค่าทางยา: คุณค่าทางยาของน้ำผึ้งเป็นที่ประจักษ์กันมาตั้งแต่ครั้งโบราณแล้ว ยิ่งปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับข้อดีของน้ำผึ้งออกมาเรื่อยๆ อย่างเช่น องค์การอาหารและยาของออสเตรเลีย ก็อนุมัติให้น้ำผึ้งเป็นยาที่ใช้ในการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว คุณสมบัติที่โดดเด่นของน้ำผึ้งอยู่ที่ความสามารถในการต่อต้านแบคทีเรีย โดยสารที่ชื่อว่า "ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์" ซึ่งเป็นสารต่อต้านแบคทีเรียที่ดีเยี่ยม และที่พิเศษกว่านั้นก็คือ สารชนิดนี้กำจัดเชื้อโรคได้โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่ออีกด้วย

- คุณค่าด้านความงาม: น้ำผึ้งมีสารที่ให้ความชุ่มชื้นที่ทำให้ผิวพรรณอ่อนนุ่ม และมีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันผิวจากการทำลายของรังสียูวี และช่วยเสริมสร้างเซลล์ใหม่ให้แก่ผิวหนังด้วย วิธีที่ง่ายที่สุดในการใช้น้ำผึ้งบำรุงผิวที่แนะนำกันมาตั้งแต่สมัยโบราณคือ ใช้น้ำผึ้งแท้ทาผิวหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด

---------------------------------

อ้างอิง:

หลักการเลี้ยงและขยายพันธ์ผึ้งในประเทศไทย

https://www.thaihealth.or.th/Content/43748

หากย้อนกลับไปในยุคโบราณมีข้อมูลระบุว่า ผึ้งเป็นแมลงที่มนุษย์คุ้นเคยมากที่สุด กล่าวได้ว่าผึ้งเป็นสัตว์ชนิดแรกที่สอนให้มนุษย์รู้จักกับรสหวานตามธรรมชาติจากการนำน้ำผึ้งมาเป็นส่วนผสมในอาหารและยา มีหลักฐานพบว่ามนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 7,000 ปีก่อนคริสตศักราช เป็นภาพวาดบนผนังถ้ำของยุคเมโซลิกธิก (Mesolithic) ในประเทศสเปญ ที่บอกเล่าเรื่องราวว่ามีคนกำลังปีนขึ้นไปตีรังผึ้งที่อยู่ในโพรงไม้และเก็บน้ำผึ้งใส่หม้อดิน

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต