แม่เลี้ยงมาเรียม กับอาสาสัตว์ทะเลหายาก
  • Social
  • Aug 13, 2019

การฟื้นตัวของมาเรียมจากอาการช็อกที่ถูกพะยูนตัวผู้ไล่บริเวณแหลมปันหยังดูจะทำให้หลายคนเบาใจขึ้น แต่ทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่ก็ยังคงต้องคอยเฝ้าระวังอาการอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง

ห่างออกไปยัง บ่ออนุบาลของกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ศวทม.) จ.ภูเก็ต ถึงจะไม่ได้มีความเสี่ยงจากปัจจัยธรรมชาติอย่างที่มาเรียมเผชิญ แต่ความหนักหน่วงของทีมงานที่ดูแลทั้ง ยามีล ลูกพะยูนเพศผู้จาก จ.กระบี่ และสมาชิกล่าสุดอย่าง โฮป ลูกวาฬหัวทุยแคระจากพังงาก็สาหัสไม่แพ้กัน

"หากเป็นกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเข้ามาจะต้องใช้คนมากถึง 3-5 เท่าในการดูแล” 

ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผอ.ศวทม. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเต่าทะเล กับ พะยูน และวาฬ-โลมา

โดยปกติในการดูแลสัตว์เกยตื้นเป็นเข้ามาทางศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทั้ง 5 แห่งจะมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ และดูแลทุกวันอยู่แล้วในกรอบเวลาการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน 

ขณะที่ สัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม หรือ Marine Mammals นั้นต้องใช้เวลาดูแลตลอด 24 ชั่วโมง หมายความว่า ต้องใช้คนไม่น้อยกว่า 5-7 คนนอกจากสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ในการผลัดเวรเปลี่ยนกะดูแลเด็กน้อยจากท้องทะเลเหล่านี้ได้ 

ภาพ: ณภัทร เวชชศาสตร์ 

นั่นคือสิ่งที่ทีมสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทำมาตลอด 4 เดือนที่ดูแลมาเรียม รวมทั้ง ยามีล และโฮปในตอนนี้ด้วย

ที่ผ่านมา การเข้ามาเกยตื้นของสัตว์ทะเลจะยิ่งพบมากในช่วงหน้ามรสุม แต่หากเทียบในกรณีของ 3 ตัวล่าสุดที่มาอยู่ในความดูแลของบรรดาแม่เลี้ยง พ่อเลี้ยง ผอ.ศวทม.คนเดิมก็ยอมรับว่า ปีนี้ค่อนข้างเยอะกว่าที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด 

ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นโจทย์เรื่องการดูแลตามมาทันที 

นอกจากภาพน่ารักๆ ระหว่างเจ้าหน้าที่กับ มาเรียม ยามีล และโฮป ที่ปรากฏทั้งภาพนิ่ง ไลฟ์ หรือคลิปวิดีโอจากผู้ที่เดินทางไปให้กำลังใจ หลังรอยยิ้มนั้น มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ซ่อนอยู่มากมาย

“เราต้องตรวจสุขภาพของสัตว์ทะเลที่เข้ามาก่อน ดูผลเลือด หัวใจ เพื่อวิเคราะห์สาเหตุเบื้องต้น” หมออุ๋ย - วัชรา ศากรวิมล สัตวแพทย์ประจำศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ศวทก.) เล่าขั้นตอนทั่วไปในการดูแลสัตว์ทะเลหายากที่เกยตื้นเป็นเข้ามา

อย่างในกรณีมาเรียมที่เธอได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดูแล ก็ดูตั้งแต่ สุขภาพ อาการป่วย พฤติกรรม รวมทั้งอาหารการกินที่เหมาะสมกับช่วงเวลานั้นๆ ไม่ต่างจากเลี้ยงเด็กทารกคนหนึ่ง

“จำนวนคนที่น้อยไม่ถึง 10 คนกับการอยู่ดูแลลูกสาวตลอด 24 ชม. นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งต้องอยู่ท่ามกลางพายุ การทำงานไม่ง่ายกับหมอเพียง 3-4 คน และอาสาอีกกลุ่มนึง ในตอนแรกเรามีหมอแพรและหมอปรางจากอุทยานช่วยดูในตอนกลางวัน แต่เมื่อปรางจำเป็นต้องกลับ หมอแพรก็ยอมอยู่โยงในช่วงกลางวันที่กินเวลากว่า 12 ชั่วโมงในน้ำ โดยไม่มีหมอเปลี่ยน...” 

"...คืนก่อนเด็กน้อยอาการแย่ลงเราจำเป็นต้องผลัดเปลี่ยนกันตลอดคืน แม้ยิวจะต้องขอกลับก่อนก็ยังได้หมอพิมพ์มาช่วยกันทั้งคืนรวมกับพี่อาสา การต้องแช่น้ำตลอดคืนติดต่อกันมา ทำให้อาการไข้ที่เพิ่งหายกลับมาอีกครั้ง เมื่อวานทั้งวันไข้ขึ้นจนทุกคนขอให้พัก แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการหาทีมหมอมาช่วยเพื่อให้งานที่ทำไม่โหลดเกินไป การหาแผนสำรอง และเตรียมบ่อเมื่อเกิดฉุกเฉิน..."

ข้อความบางส่วนที่ หมออุ๋ยได้บรรยายถึงความตั้งใจของทีมงานในการดูแล “สาวน้อยแห่งลิบง” เอาไว้บนหน้าฟีดส่วนตัวของเธอในเฟซบุ๊ก

“มันมีเรื่องการจัดการเรื่องแวดล้อมต่างๆ ที่เข้ามา เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด” ผอ.ก้องเกียรติอธิบายเพิ่มเติม 

ภาพ: ณภัทร เวชชศาสตร์ 

เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดการ อุปกรณ์ สถานที่ หรือกระทั่งเรื่องต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกคนที่ดูแลสัตว์ กระทั่งการทำความสะอาดห้องน้ำ ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องทั้งหมด หรือกระทั่งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทำนอง ซ่อมปั๊มน้ำที่เสีย หรือการหาวิธีปรับอุณหภูมิในน้ำให้พอเหมาะ 

สุขภาพก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ

"กลุ่มโลมา หรือวาฬ ถ้ามาส่วนใหญ่ร้อยละ 70 มาจากการติดเชื้อตามธรรมชาติ ความเสี่ยงของการติดเชื้อจากคนสู่สัตว์ หรือสัตว์สู่คนนั้นมีสูง คนที่เข้ามาก็ต้องระวังทั้งตัวเองจะแพร่เชื้อสู่สัตว์ หรือได้รับเชื้อจากเขากลับมา"

ที่ต้องไม่ลืมอีกเรื่องก็คือ งานนี้เป็นงานที่ใช้เวลาติดต่อกันยาวนาน นอกจากทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว “อาสาสมัครสัตว์ทะเลหายาก” จึงถือเป็นอีกฟันเฟืองหนึ่งที่สำคัญ 

อย่างที่ได้เห็นประกาศรับสมัครตั้งแต่มาเรียม ยามีล มาจนถึงโฮป ทุกกรณีล้วนมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องการคนที่มีความรู้ที่เกี่ยวข้องกับงาน และพร้อมจะลงไปใช้เวลาโดยที่ตัวเองเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และจัดการตัวเองทั้งหมด ยังไม่นับความเสี่ยงจากธรรมชาติหน้ามรสุม หรือสัตว์ทะเลอย่าง กระเบน หรือแมงกระพรุนด้วย 

“เราพยายามรีเช็ครายละเอียดให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ตรงความต้องการของทีมงาน” คมฉาย ธนะพานิช หรือ แพง ผู้ประสานงาน ThaiWhales ที่เข้ามาทำหน้าที่ดูแลเรื่องอาสาสมัครให้กับทีมสัตว์ทะเลหายากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเล่าถึงกระบวนการทำงานเพื่อให้ได้คนที่เหมาะกับความจำเป็นในแต่ละส่วนงานจริงๆ เข้าไปทำหน้าที่ 

ที่ต้องสกรีนคนจากกระแสความตื่นตัวเรื่องสัตว์ทะเลหายากของสังคมไทยก็เพราะทางทีมไม่อยากให้กลายเป็น “ความหวังดีประสงค์ร้าย” ทั้งในแง่ขอเงื่อนเวลาทำงาน การสอนงานที่จะกระทบกับการจัดการภาพรวม หรือกระทั่งเจตนาแฝงเพราะความน่ารักของสัตว์เหล่านี้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่การทำงานก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และทัศนคติของอาสาที่ลงไปหลายคนก็เพื่อไปช่วยจริงๆ 

“นอกจากความสนใจเรื่องทะเลอยู่แล้ว ส่วนตัวรู้สึกว่าต้องช่วย จะด้วยอะไรที่เราพอทำได้” หนึ่งในอาสาสมัครที่ดูแลมาเรียมเผยความตั้งใจ

จากเบื้องหลังการดูแล มาเรียม ยามีล และโฮป นำไปสู่คำถามที่ว่า ทำไมเราถึงต้องมาคอยดูแลสัตว์ทะเลหายากเหล่านี้ด้วย 

“การเกยตื้นของเขาส่วนใหญ่ก็มาจากกิจกรรมของมนุษย์ เราจึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบการเกยตื้นของเขาได้ มันจึงไม่ใช่เป็นแค่การดูแลสภาพธรรมชาติให้ดี แต่ต้องดูแลเวลาที่เขาเกิดปัญหาด้วย" ผอ.ก้องเกียรติให้คำตอบ

...

ปล. จนถึงตอนนี้ อาสาสมัครก็ยังเป็นที่ต้องการอยู่สำหรับทั้ง มาเรียม ยามีล และโฮป สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://forms.gle/b7xbiM4dmfZMz3Ae6

** ล่าสุดเจ้าโฮปได้เสียชีวิตลงคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2562 หลังจากที่ทีมสัตวแพทย์ได้เฝ้าระวังอาการตลอด 24 ชั่วโมงตลอด 9 วันเต็ม โดยผลการตรวจทางโลหิตวิทยา พบภาวะการติดเชื้อในร่างกาย มีภาวะการแห้งน้ำรุนแรง พบค่าการทำงานของตับและไตสูง และมีภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ
.....ผลการตรวจอัลตราซาวด์ พบแก๊สในกระเพาะอาหารและลำไส้จำนวนมาก และมีการเคลื่อนไหวของลำไส้มากกว่าปกติ
.....สาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากภาวะช๊อค (Pain and Septic Shock) การติดเชื้อในร่างกาย (Sepsis) และภาวะการแห้งน้ำอย่างรุนแรง (Severe Dehydrate)

ภาพ: ThaiWhales

การเกยตื้นของสัตว์ทะเลหายากส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมของมนุษย์ เราจึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบการเกยตื้นของเขาได้

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์