ทะเลทวาย ความตาย ซากอวน และขยะพลาสติก
  • Social
  • Sep 1, 2019

รายงานของ Myanmar Ocean Project ระบุว่า ขณะนี้ทะเลทวายกำลังเผชิญกับปัญหามลภาวะใต้ท้องทะเล หลังจากที่มีกระแสการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ทำให้เกิดโครงการสำรวจใต้ท้องทะเลทวายอย่างจริงจัง เนื่องจากทะเลทวายเป็นน่านน้ำที่มีการทำประมงมากที่สุดของเมียนมา

เป็นที่ทราบกันดีว่า อาหารทะเลจากแหล่งทะเลทวาย โดยเฉพาะกุ้งล็อบสเตอร์เป็นอาหารทะเลขึ้นชื่อ  ถึงขนาดที่นักท่องเที่ยวกล่าวกันปากต่อปากว่า มาทวายต้องไปกินกุ้งล็อบสเตอร์ยักษ์  ด้วยความสมบูรณ์ของทะเลทวายมันทำให้กุ้งตัวโตยาวประมาณ 10 นิ้ว หนักประมาณตัวละเกือบครึ่งกิโลกรัม ร้านอาหารที่ริมทะเลทวายมีกุ้งล็อบสเตอร์บริการแต่ไม่ทุกวัน ขึ้นอยู่กับว่าเรือประมงจับกุ้งได้หรือเปล่า ถ้าเกิดโชคดีก็จะได้ชิมล็อบสเตอร์ทวาย สนนราคาตัวละประมาณ 300-500 บาท

รายงานระบุว่านับตั้งแต่ปี 2013 กลุ่มประเทศสหภาพยุโรปมีการนำเข้าอาหารทะเลจากเมียนมาสูงขึ้นมาก

นอกจากสหภาพยุโรปแล้ว สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ก็กำลังมองหาแหล่งอุปทานของอาหารทะเล เนื่องจากเกิดการขาดแคลนอุปทานของสินค้า กุ้งและปลาทะเล ทำให้เมียนมาเป็นแหล่งอาหารทะเลแหล่งใหม่ที่ผู้นำเข้าทั่วโลกให้ความสนใจนับตั้งแต่นั้นและส่งผลให้ธุรกิจประมงคึกคักมากเป็นพิเศษ

ย้อนหลังไปภายในระยะเวลา 50 ปี พบว่า มีการทำประมงในน่านน้ำทะเลทวายทั้งถูกกฎหมาย และไม่ถูกกฎหมาย และไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Myanmar Ocean Project ทำการสำรวจน่านน้ำทะเลทวายในปี 2018 พบว่า ทะเลกลุ่มเกาะมะริดเป็นน่านน้ำที่กำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากการทำประมงในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา

หมู่เกาะมะริดประกอบด้วยเกาะถึง 800 เกาะนอกอ่าวเมืองทวาย เป็นหมู่เกาะที่ทำให้อ่าวนั้นเป็นเมืองท่าที่ดีสำหรับชาวเรือเพราะเกาะช่วยกำบังลมในทะเลอันดามันซึ่งเชื่อมกับมหาสมุทรอินเดีย เกาะที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่นิยมไปเที่ยวได้แก่ เกาะ Mali, Thahtay Kyun, Kyun Show, Lampi, Pali, Letsutaw เป็นต้น

ทว่าลึกลงไปใต้ท้องทะเลหมู่เกาะมะริด  สัตว์ทะเลกำลังเผชิญกับภัยคุกคามของซากอวนที่คร่าชีวิตพวกมันไปเป็นจำนวนมากในแต่ละปี รายงานระบุว่า ได้เก็บกู้ซากอวนจากใต้ท้องทะเลหมู่เกาะมะริดไปแล้วบางส่วนโดยถ้านำมาวัดความยาว มีความยาวกว่า 1,000 กิโลเมตรแล้ว แต่จำนวนนี้ยังเป็นแค่ซากอวนส่วนน้อยที่เก็บกู้มาได้ สิ่งที่พบจากการเก็บกู้ซากอวนดังกล่าวคือซากอวนใหม่ๆ ทำด้วยพลาสติก ซึ่งใช้เวลาย่อยสลายนานกว่า 600 ปี

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ตีพิมพ์รายงานระบุว่า ซากอวนที่ถูกทิ้งในทะเลคร่าชีวิตปลาจำนวนมหาศาลในแต่ละปี โดยจากการประเมินพบว่า จำนวนปลาที่ลดลง 5 ถึง 30 % มาจากสาเหตุของซากอวนที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล การป้องกันปัญหาซากอวนมีความสำคัญอย่างมากเพราะซากอวนไม่เพียงแต่จะทำให้ปริมาณการจับปลาลดลง แต่ยังทำลายล้างชีวิตอื่นๆ ในมหาสมุทรอีกด้วย ทุกๆ ปีสัตว์น้ำหลายแสนตัว ทั้ง วาฬ โลมา แมวน้ำ เต่าทะเล ต้องตกเป็นเหยื่อของซากอวนที่หลุดลอย  ซึ่งมีอัตราการทำให้สัตว์น้ำติดกับและคร่าชีวิตพวกมันมากกว่าขยะในทะเลประเภทอื่นๆ รวมกันถึง 4 เท่า

นอกจากนี้ ซากอวนยังทำให้เกิดปัญหาขยะพลาสติก จากข้อมูลที่มีพบว่าอุปกรณ์ตกปลาถูกทิ้งร้างกลางทะเลอย่างน้อย 640,000 ตันต่อปีและมีสัตว์ทะเลหายากกว่า 136,000 ตัวในแต่ละปีต้องสังเวยชีวิตให้กับซากอุปกรณ์เหล่านี้อย่างน่าเสียดาย

การสำรวจในปี 2018-2019 พบว่าสัตว์ทะเลใต้ท้องทะเลทวายที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดและมีอัตราการตายสูงที่สุดจากซากอวน คือ ฉลามกบ (Bamboo Shark) เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะธรรมชาติของปลาฉลามกบมักหลบซุ่มหาอาหารตามแนวโขดหิน แนวปะการัง แต่เมื่อวันหนึ่ง แหล่งอาหารที่สมบูรณ์และปลอดภัย มีสิ่งแปลกปลอม นั่นคือ ซากอวน และขยะพลาสติกมาติดอยู่ตามโขดหินหรือแนวปะการัง ด้วยความไม่รู้ บางตัวก็หลงกลืนกินขยะพลาสติกเข้าไป

บางตัวโชคร้ายก็ติดอยู่ในซากอวนนั้น ซึ่งถ้ายังมีโชคอยู่บ้าง อาจจะดิ้นหลุดออกมาได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยบาดแผล บางตัวอาจจะต้องใช้ชีวิตโดยมีสิ่งแปลกปลอมนั้นเป็นส่วนหนึ่งไปตลอดชีวิตหรือโชคร้ายที่สุดอาจต้องทุกข์ทรมานเพราะต้องติดซากอวนนั้นจนไม่สามารถขึ้นมาหายใจได้จึงตายอย่างทุกข์ทรมานในที่สุด

ปลาฉลามกบไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ พวกมันอาศัยอยู่ตามแนวปะการังทั่วไปในมหาสมุทรอินเดีย เป็นฉลามขนาดเล็ก ลำตัวยาวประมาณ 24-37 นิ้ว และเวลาส่วนใหญ่ของชีวิตจะหมดไปกับการมองหาเหยื่อมาเป็นอาหาร ซึ่งอาหารโปรดคือ ปลาตัวเล็กตัวน้อย และสัตว์จำพวกไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น หอย ปู

การดำน้ำสำรวจเมื่อปีก่อนพบว่า ปลาฉลามกบติดอยู่ในซากอวนขนาดใหญ่ทั้งฝูงเป็นจำนวน 10 กว่าตัว และในแต่ละปีมีปลาฉลามกบต้องสังเวยชีวิตอย่างน่าเศร้าให้กับซากอวน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และจำนวนของฉลามกบ เนื่องจากโดนพันธนาการอย่างทุกข์ทรมานจากซากอวน และขยะพลาสติกที่มนุษย์ทิ้งลงทะเล ซึ่งไม่เพียงแต่ฉลามกบเท่านั้นแต่มันยังรวมถึงสัตว์ทะเลอื่นๆ ด้วย รายงานยังระบุอีกด้วยว่า ซากอวนใต้ท้องทะเลทวายยังเป็นฆาตกรตัวฉกาจที่คร่าชีวิตปลากระเบนทะเลทวายมากเป็นอันดับที่สองรองจากปลาฉลามกบ

หากยังปล่อยให้เป็นสภาพเช่นนี้ต่อไปก็ไม่แน่ว่า กุ้งล็อบสเตอร์ซึ่งเป็นพระเอกแห่งท้องทะเลทวายก็อาจจะลดปริมาณลงอย่างน่าใจหายไปด้วยเหมือนกัน สิ่งที่จะตามมาคือ มันจะกระทบต่อธุรกิจประมงและยังรวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางทะเลอีกด้วย

ซากอวนยังทำให้เกิดปัญหาขยะพลาสติก จากข้อมูลที่มีพบว่าอุปกรณ์ตกปลาถูกทิ้งร้างกลางทะเลอย่างน้อย 6.4 แสนตันต่อปี และมีสัตว์ทะเลหายากกว่า 1.36 แสนตัวต้องสังเวยชีวิตในแต่ละปี

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์