สิ่งแวดล้อมวันละตอน : คนเรานั่นแหละที่กำลังเผาโลก
  • Social
  • Aug 28, 2019

90% ของไฟป่ามาจากฝีมือ "มนุษย์"

หรือเราควรจะเปลี่ยนจากคำว่า "ไฟป่า" มาใช้คำว่า "ไฟมนุษย์" 

แม้ ไฟป่า (Wildfire) จะถูกเรียกและนิยามว่าเป็น "ภัยพิบัติทางธรรมชาติ" แต่รู้หรือไม่ว่าน้อยครั้งมากที่มันจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นฝีมือมนุษย์ ทั้งตั้งใจและความประมาท เราชวนดูสาเหตุ และสถานการณ์ไฟป่าและการตัดไม้ทำลายป่าในปัจจุบัน เพราะมันกำลังพัง "ปอด" ของโลกเรา

ปัจจุบันโลกเหลือพื้นที่สีเขียว หรือป่า ประมาณ 30% ของพื้นที่แผ่นดินโลกทั้งหมด

โดยอัตราการตัดไม้ในปัจจุบันนั้นคือ ทุกๆ 1 นาทีป่าขนาด 40 สนามฟุตบอลกำลังหายไปทั่วโลก และมีแนวโน้มแย่ลง สวนทางกับจำนวนประชากรที่กำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2050 โลกจะมีประชากรราว  1 หมื่นล้านคน จากราว 7 พันล้านคนในปัจจุบัน 

การตัดไม้ทำลายป่า (Deforestation) นั้นมีหลายสาเหตุและปัจจัย ทั้งจากการเกษตรกรรม และปศุสัตว์ (ทั้งระดับท้องถิ่น และระดับอุตสาหกรรม) การตัดไม้เพื่อใช้สอย การทำพื้นที่อาศัย การทำสาธารณูปโภค การขยายตัวของเมือง การทำเหมือง การเผาป่า และอื่นๆที่ล้วนมาจากกิจกรรมของมนุษย์เรา

และหนึ่งในการทำลายป่าเชิงกว้างของมนุษย์คือ "ไฟป่า"  

โดยจากอัตรากว่า 85% - 90% ของไฟป่ามาจากพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งตั้งใจ และความประมาท ตั้งแต่การลอบวางเพลิง การเผาเพื่อทำการเกษตรและปศุสัตว์ การเผาขยะ การทิ้งก้นบุหรี่ และสาเหตุอื่นๆอีกมากมาย โดยในปัจจุบันนั้นมีการสันนิษฐานว่าความแห้งแล้งจากภาวะโลกร้อนทำให้เกิดไฟป่ามากขึ้น

"เพียง 10-15% ของไฟป่าเท่านั้นที่มาจากธรรมชาติ" ไม่ว่าจะเป็นฟ้าผ่า อากาศที่แห้งแล้ง ภูเขาไฟระเบิด และอื่นๆซึ่งแตกต่างกันออกไปตามพื้นที่ โดยต้องมีสามปัจจัยประกอบหลักคือ เชื้อเพลิง (วัสดุติดไฟได้ง่าย) ออกซิเจน และแหล่งความร้อน (สิ่งที่มาจุดไฟ) 

ไฟป่าอาจเกิดจากเล็กมาก และลุกลามเผาจนควบคุมไม่ได้ ส่งผลกระทบเชิงกว้าง ทั้งทำลายระบบนิเวศ ฆ่าสัตว์ป่าทำลายแหล่งอาศัย ไปจนถึงทำลายบ้านเรือนของประชาชนและคร่าชีวิต

ซึ่งล่าสุดสถานการณ์ไฟป่าที่มีการพูดถึงมากที่สุดคือไฟป่าที่แอมะซอน "ปอดของโลกเรา" ในบราซิลที่ไฟไหม้ป่าเผาวอดรุนแรง 3 สัปดาห์ติด ลุกลาม 3,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งโซเชียลทั่วโลกได้แห่ภาวนาติดแฮชแท็ก #PrayforAmazonia  

โดยสาเหตุนั้นมีการคาดการณ์ว่ามาจากการจุดไฟเผาเพื่อต้องการพื้นที่ของประชาชน และยังมีการสันนิษฐานว่าเกิดจากสภาวะความแห้งแล้งในพื้นที่ เนื่องจากภาวะโลกร้อน

เมื่อต้นปีนี้ในไทยเองก็มีภัยพิบัติจากไฟป่าที่รุนแรงเช่นกัน ในภาคเหนือของไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีปัญหาไฟป่าที่มีสาเหตุจากการเผาเพื่อการเกษตร เผาวัชพืช และขยะเป็นต้น ที่รุนแรงทำให้ควันพิษปกคลุมทั่วเมืองในภาคเหนือ 

คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์นี่แหละที่ทำลายป่าและกำลังฆ่าตัวตายอยู่ด้วย ป่าเป็นระบบนิเวศที่เป็นที่อยู่ของพืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตอย่างสมบูรณ์ และเป็นปอดของโลกสร้างออกซิเจน ดูดซับก๊าซคาร์บอนมหาศาล การปล่อยก๊าซคาร์บอนและควันอื่นๆของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้น ยังสวนทางกับป่าไม้ที่ถูกทำลายลดน้อยลง ทำให้ปัญหาภาวะโลกร้อนทวีคูณ

จากทั้งหมดที่เล่ามานี้ การเรียกเหตุการณ์ไฟไหม้ในป่าว่า "ไฟป่า" เป็นการเห็นเก่ตัวเกินไป เป็นการผลักภาระและความรับผิดชอบให้เหมือนว่ามันเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ

หรือที่จริงเราควรเรียกเหตุการณ์แบบนี้เสียใหม่ว่า "ไฟจากมนุษย์" เพราะเหตุการณ์ไฟไหม้ในป่านั้นเกิดขึ้นเพราะ "มนุษย์" แทบทั้งหมด 

ที่มา: 

https://www.nationalgeographic.com/environment/natural-disasters/wildfires/

http://www.fao.org/state-of-forests/en/

https://www.seub.or.th/document/สถานการณ์ป่าไม้ไทย/รายงานสถานการณ์ป่าไม้ไ-6/ 

https://ngthai.com/environment/2209/wildfires-disasters/

อัตรากว่า 85% - 90% ของไฟป่ามาจากพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งตั้งใจ และความประมาท ตั้งแต่ การลอบวางเพลิง เผาเพื่อทำการเกษตร และปศุสัตว์ เผาขยะ กระทั่งทิ้งก้นบุหรี่

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?