10 แม่น้ำที่สกปรกที่สุดในโลก
10 แม่น้ำที่สกปรกที่สุดในโลก
10 แม่น้ำที่สกปรกที่สุดในโลก
10 แม่น้ำที่สกปรกที่สุดในโลก
10 แม่น้ำที่สกปรกที่สุดในโลก
10 แม่น้ำที่สกปรกที่สุดในโลก
  • Social
  • Jul 1, 2019

มีรายงานระบุว่า ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของขยะพลาสติกที่ไหลลงทะเลนั้น มาจาก 10 แม่น้ำสายหลักของโลก!

มติการหารือเรื่องการลดขยะพลาสติกในทะเลของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หรือ จี20 ที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 28-29 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมานั้น เป็นหนึ่งในข้อบ่งชี้ถึงผลกระทบที่เกิดกับสิ่งแวดล้อมในวันนี้อย่างชัดเจน 

หากสายน้ำเป็นดั่งพรอันประเสริฐที่ธรรมชาติมอบให้เราเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต เป็นทั้งแหล่งทรัพยากร และแหล่งอาหารหล่อเลี้ยงคนทั้งโลก ขณะเดียวกัน ปริมาณ ‘ของเสีย’ นับล้านตันถูกทิ้งลงแม่น้ำ และไหลสู่มหาสมุทร จนทำให้ทะเลมีสภาพไม่ต่างจากถังขยะใบใหญ่ ก็เป็นผลพวงมาจากการพัฒนาอันไม่สิ้นสุดของคนเรา

มากกว่า 300 ล้านตันของปริมาณพลาสติกที่ผลิตขึ้นในแต่ละปี ประกอบไปด้วยถ้วยกาแฟ 1.6 หมื่นล้านใบ ขวดพลาสติก 4.5 หมื่นล้านใบ และถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งอีก 4 ล้านล้านใบ ทำให้มีขยะพลาสติกราว 8-10 ล้านตันถูกทิ้งลงมหาสมุทร

สำหรับประเทศไทยเอง ถึงจะไม่ติดลิสต์รายชื่อ แต่จากเทรนด์เดลิเวอรี่ และพฤติกรรมการ "ใช้แล้วทิ้ง" อย่างที่ผ่านมา ก็เพียงพอที่ทำให้เรากลายเป็นหนึ่งในผู้ร้ายร่วมกับ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และจีนที่ผลิตขยะพลาสติกมากกว่าทุกประเทศในโลกรวมกัน

เรื่องนี้สอดคล้องกับรายงานจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ปีที่ผ่านมา (2561) เรามีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณ 27.82 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 1.64 ถูกคัดแยกและนำกลับไปใช้ประโยชน์ 9.58 ล้านตัน หรือร้อยละ 34

ถูกนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง 10.88 ล้านตัน หรือร้อยละ 39 และกำจัดไม่ถูกต้อง 7.36 ล้านตัน หรือ ร้อยละ 27

ในจำนวนนี้ เป็นขยะพลาสติกประมาณ 2 ล้านตัน มีการนำกลับมาใช้ประโยชน์แค่ 0.5 ล้านตันเท่านั้น ส่วนที่เหลือเล็ดลอดไปสู่ธรรมชาติ โดยเฉพาะแหล่งน้ำจนกลายเป็นผลกระทบตามมา

ต่อไปนี้คือ 10 สายน้ำสำคัญของโลก ที่ถูกการพัฒนา และพลาสติกทำให้กลายเป็น "พิษ"

 

แม่น้ำมิสซิสซิปปี สหรัฐอเมริกา

แม่น้ำสายที่ยาวที่สุดอันดับ 9 ของโลกอย่าง แม่น้ำมิสซิสซิปปีที่ไหลผ่านเกือบจะทั่วทวีปอเมริกา ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในแม่น้ำสายที่สกปรกที่สุดในโลก! 

ไม่ได้เป็นเรื่องเกินจริงหากคุณได้เห็น เดดโซน หรือพื้นที่ที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้บริเวณอ่าวเม็กซิโก มีสารเคมี และมลพิษมากว่า 12.7 ล้านปอนด์ หรือราว 5.7 ล้านกิโลกรัมถูกทิ้งลงแม่น้ำสายนี้ในแต่ละปี ระดับสารพิษดังกล่าวไม่เพียงเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล แต่ยังรวมถึงคนที่ใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคด้วย

 

แม่น้ำบุรีคงคา บังคลาเทศ

สำหรับประเทศที่ใช้ชีวิตขึ้นอยู่กับแม่น้ำสายเดียว ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ บุรีคงคา จึงถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่อาจมองข้ามสำหรับบังคลาเทศ

แม่น้ำบุรีคงคา เป็นทั้งแหล่งทรัพยากรสายสำคัญ และเส้นทางการค้าที่ย้อนไปได้ถึงศตวรรษที่ 17 ขณะที่ปัจจุบัน แม่น้ำสายนี้กลายเป็นถังขยะใบใหญ่ที่มีขยะทุกประเภทตั้งแต่ ขยะครัวเรือน ไปจนถึงกากของเสียจากอุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งของเสียจากระบบสาธารณสุขก็สามารถพบได้ในสายน้ำแห่งนี้ด้วยเหมือนกัน

ที่สำคัญกว่า ร้อยละ 80 ของน้ำทิ้งที่ไหลลงแม่น้ำไม่ผ่านกระบวนการบำบัด หากนับแค่ขยะจาก กรุงธากา เมืองหลวงของบังคลาเทศเองก็มีปริมาณถึง 4,500 ตันต่อวันแล้ว

 

แม่น้ำคงคา อินเดีย

ไม่ห่างจาก บุรีคงคา นัก แม่น้ำที่ได้ชื่อว่า ศักดิ์สิทธิ์ และยิ่งใหญ่อีกแห่งของอินเดีย อย่าง “คงคามาธา” ก็เป็นที่รู้กันดีว่า นี่เป็นแม่น้ำที่ “สกปรก” ที่สุดสายหนึ่ง สายน้ำจากสวรรค์ที่ทำนุบำรงชีวิต และอารยธรรมของผู้คนไม่ต่ำากว่าครึ่งล้าน แม่น้ำคงคา ถือเป็นสายน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และเชื่อว่า จิตวิญญาณของผู้คนจะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์จากแม่น้ำแห่งนี้

ขณะที่ปัจจุบัน ความสกปรกของแม่น้ำนั้นดูสวนทางกับสิ่งที่พวกเขานับถืออย่างสิ้นเชิง มีทุกอย่างในแม่น้ำคงคา ตั้งแต่ เศษพลาสติกชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงศพคนตาย มีขยะพลาสติกไม่ต่ำกว่า 540 ล้านกิโลกรัมถูกทิ้งลงแม่น้ำทุกปี

และข้อมูลสภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย (ICMR) ระบุชัดเจนว่า ผู้คนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งมากกว่าผู้คนที่อาศัยในพื้นที่อื่นๆ ในโลกใบนี้

 

แม่น้ำไนเจน ไนจีเรีย

ความหดหู่ของแม่น้ำคงคาที่อินเดีย เมื่อเทียบกับแม่น้ำไนเจน แม่น้ำสายหลักแห่งกาฬทวีป ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนนับร้อยล้านชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณปากแม่น้ำที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น

ผลพวงจากการดำเนินอุตสาหกรรมปิโตเคมีตั้งแต่ปีค.ศ. 1950 เป็นต้นมา ทำให้แม่น้ำปนเปื้อนน้ำมัน และสารประกอบไฮโดรคาร์บอน

นับตั้งแต่ปี 1976 - 2001 มีเหตุการณ์น้ำมันรั่วในระบบการผลิตไม่ต่ำกว่า 7,000 ครั้ง และไม่เคยมีการเก็บกู้น้ำมันกลับคืนจากแม่น้ำแม้แต่ครั้งเดียว! โดยทุกปี จะมีน้ำมันดิบรั่วไหลสู่ธรรมชาติราว 2.4 แสนบาร์เรล หรือราว 38 ล้านลิตรโดยเฉพาะบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด

 

แม่น้ำซาร์โน อิตาลี

ทางฝั่งยุโรป แม่น้ำซาร์โนในประเทศอิตาลีอาจถูกยกให้เป็นแม่น้ำที่ปนเปื้อนมลพิษมากที่สุด ระดับสารพิษในแม่น้ำที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้จำนวนผู้ป่วยมะเร็งตับในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ นอกจากนี้ แม่น้ำซาร์โนยังเกิดอุทกภัยบ่อยครั้งซึ่งทำให้เกิดมลภาวะเหนือดินแดนโดยรอบอีกด้วย ทั้งน้ำ ดิน และอากาศ

 

แม่น้ำมาลิเลา ฟิลิปปินส์

ชาวฟิลิปปินส์หลายล้านคนพึ่งพิงแม่น้ำมาลิเลาในการอุปโภคบริโภคถึงจะรู้ว่ามีความเสี่ยงจากมลพิษในน้ำที่อยู่ในระดับสูงจากอุตสาหกรรมฟอกหนัง ทอง หรือแม้แต่จากถุงพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ทั้งหมดนี้ทำให้ประมาณสารตะกั่วในแม่น้ำมีสูงเกินมาตรฐานมาก แน่นอนว่า ทุกครั้งที่เกิดอุทกภัย สารพิษเหล่านี้ย่อมแพร่กระจายไปยังชุมชนอย่างรวดเร็ว

 

แม่น้ำเหลือง จีน

แม่น้ำเหลืองถือเป็นแม่น้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกแห่งของโลกด้วยความยาวเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย และอันดับ 6 ของโลก ทำให้ที่นี่เป็นอู่อารยธรรมที่เก่าแก่ ขณะเดียวกัน แม่น้ำแห่งนี้ก็เป็น หนึ่งในแม่น้ำที่สกปรกที่สุดในโลกด้วย

รายงานโครงการด้านสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติชี้ให้เห็นว่า มีการทิ้งขยะอุตสาหกรรม และสิ่งปฏิกูลจำนวน 4.29 พันล้านตันลงแม่น้ำเหลืองในปี 1996 เหตุการณ์นั้นได้ฆ่าปลาในแม่น้ำไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแม่น้ำสายนี้ไหลผ่าน 9 เมืองของจีนก่อนลงสู่ทะเล

เหตุการณ์ ‘แม่น้ำสีแดง’ ในเมืองหลางโจวถือเป็นอีกรูปธรรมหนึ่งของการปล่อยสารเคมีมากเกินไป

 

แม่น้ำอินดัส ปากีสถาน

แม่น้ำอิดัส หรือ แม่น้ำสินธุ ที่อยู่ระหว่างปากีสถาน และอินเดีย มีกิจกรรมมากมายเกิดขึ้นกับแม่น้ำสายนี้ ตั้งแต่ อาบน้ำ ตกปลา ค้าขาย จนถึงการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ปัจจุบัน การพัฒนาได้แพร่พิษร้ายลงสู่แม่น้ำอย่างไม่น่าเชื่อ จากมลพิษทั้งการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม การสูญพันธุ์ของโลมาสินธุ เป็นหลักฐานความร้ายกาจที่ชัดเจนที่สุดจากมลพิษในแม่น้ำสายนี้ ยิ่งไปกว่านั้นผลกระทบยังแผ่วงกว้างไปยังบริเวณทะเลอาหรับอีกด้วย

 

แม่น้ำแยงซี จีน

การเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในเอเชีย และยาวอันดับ 3 ของโลก ทำให้แม่น้ำแยงซีได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเพื่อการแข่งขันอย่างเลี่ยงไม่ได้ นั่นหมายถึงผลกระทบที่เกิดกับประชากรกว่า 480 ล้านคนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มน้ำ ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือ ต้นเหตุของขยะพลาสติกกว่า 3 แสนตันที่ไหลสู่ทะเลจีนตะวันออกทุกปี

 

แม่น้ำซิตารัม อินโดนีเซีย

แม่น้ำที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่แห่งชวาตะวันออก ที่แบกรับทั้งการอุปโภคบริโภคภาคครัวเรือน การเกษตร การพัฒนาอุตสาหกรรม ประมง ประปา หรือแม้แต่การผลิตไฟฟ้า

ตลอดหลายปีของการพัฒนาได้กลายสภาพแม้น้ำให้ยิ่งเลวร้ายลง และเต็มไปด้วยขยะจากภาคอุตสาหกรรม และของใช้ในครัวเรือน สารเคมี มลพิษทุกประเภท เช่น พลาสติก ยาง แก้ว โลหะ สี เป็นต้น

ทุกอย่างกองรวมกันจนกลายเป็นที่มาของ “แม่น้ำขยะ” จากการตรวจสอบพบว่า มีสารปรอทเข้มข้นกว่าปกติถึง 100 เท่า และสารตะกั่วมากกว่า 1,000 เท่าของมาตรฐานที่ยอมรับได้ในสหรัฐอเมริกา

 

อ้างอิง: 

https://ibanplastic.com/top-10-most-polluted-rivers-in-the-world/?fbclid=IwAR2sqiEBGtq1CMrW-0Ra4pXGKdZlMZKd88aN2RGNzV9yTaSJ_gSO86e699k

https://truththeory.com/2019/06/12/5-asian-countries-dumps-more-plastic-in-the-ocean-than-the-rest-of-the-planet/?fbclid=IwAR2UZmIAJCEj7hHbzrDfAKPajIKTTgabqS57TbSp0BpfczFkbHjWR6USo1Q

แม่น้ำ และมหาสมุทรกลายเป็นทั้งปัจจัยการหล่อเลี้ยงชีวิต และสถานที่ทิ้งสิ่งปฏิกูล ซึ่งกำลังส่งผลกระทบกลับคืนมาสู่การใช้ชีวิตของผู้คน

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์