เรื่องเล่าจาก "ป่าแก่งกระจาน" ความรัก ความเหงา และมรดกโลก
  • Social
  • Jul 7, 2019

“ความเงียบมันน่ากลัวครับ”

ใครบางคนในชุดพิทักษ์ป่าเอ่ยขึ้นในวงล้อมของแสงไฟอิเล็กทรอนิกส์ใน “จุดสกัด” กลางผืนป่าอนุรักษ์ฟากตะวันตกของไทย

ป่าแก่งกระจาน ป่าผืนใหญ่กว่า 2.9 แสนไร่ที่ตั้งอยู่ในแนวทิวเขาตะนาวศรีมีพื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัด คือ จังหวัดราชบุรีเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์

ป่าผื่นเดียวกันกับที่อยู่ของอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อีก 1 แห่ง คืออุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี

ป่าผืนเดียวกันกับที่มีประเด็นเกี่ยวสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่

ป่าผืนเดียวกันกับที่ไทยเสนอชื่อขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปีนี้

รายงานชิ้นนี้เป็นประสบการณ์ช่วงหนึ่งที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าผืนนี้ช่วงปีพ.ศ.2552 เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของป่าในอีกแง่มุมหนึ่ง

 

บ้านโป่งลึก บางกลอย เป็นหมู่บ้านชาวกระเหรี่ยงที่ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่นี่กลายเป็นข่าวอยู่หลายครั้งทั้งในแง่ของปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับอุทยาน หรือกระทั่งปัญหาสิทธิมนุษยชนที่กลายเป็นหนึ่งในข้อกังวลสำหรับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกในครั้งนี้ 

ไม่เฉพาะแค่ความชุ่มชื่นของสีเขียวรอบตัวเท่านั้น แต่ไอหมอก กับ วงออร์เคสตราธรรมชาติที่กำลังเปิดทำการแสดงอยู่ในราวป่าบริเวณ จุดสกัดที่ 4 ห้วยคมกริช อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานตอนนี้ ยิ่งช่วยลบภาพตึกสูง ไอเสีย รวมทั้งความวุ่นวายของชีวิตเมืองออกไปได้อีกมากโข

รวมทั้งความเย็นระดับ “ยะเยือก” ของน้ำในลำห้วย หลังฝนเพิ่งขาดเม็ดไปไม่นาน อาจทำให้ออกอาการ “เนื้อสะดุ้ง” เอาดื้อๆ เหมือนกัน

“น้ำเย็นดีไหมครับ” ใครบางคนเอ่ยถามถึงน้ำในลำห้วยที่ใช้ชำระล้างความอ่อนล้าระหว่างทางป่าที่เข้ามา

ระหว่างที่อีก 2 คนกำลังเดินแยกออกไปเด็ดยอดผัก และดูความเรียบร้อยตามแนวชายป่าอีกด้านของจุดสกัด

นาฬิกายังไม่ทันจะทุ่ม แต่ป่ากลับถูกความมืดโอบคลุมเอาไว้เสียแล้ว หลังเสร็จธุระส่วนตัวของแต่ละคน วงอาหารค่ำจึงค่อยถูกตั้งขึ้น บะหมี่สำเร็จรูปต้มปลากระป๋องแซมยอดผักกูด และข้าวเย็นจากมื้อกลางวันอีกค่อนหม้อเป็น “เมนคอร์ส” ใต้แสงเทียน เคล้าแสงดาว คลอเสียงป่าเป็นของหวาน

“อยู่กินกันง่ายๆ อย่างนี้แหละครับ” เจ้าของน้ำเสียง “เหน่อเพชร” รายเดิมบอกด้วยรอยยิ้ม

เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กำลังไหว้บอกกล่าวบริเวณหลุมฝั่งศพช้างป่าแก่งกระจาน 3 ตัว ที่ถูกไฟฟ้าช็อตตาย ว่าจะมีการจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ณ หน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กจ.7 (เขาหุบเต่า) ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2558

กับ “ความสงัด” ที่แวบมาทักเป็นช่วงๆ หากลองไล่สายตาไปตามเงาใบไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม และเสียงป่า ในจังหวะที่ห้วงสนทนาหยุดนิ่ง ก็จะพบว่าสิ่งที่เขาพูดถึงนั้นมันไม่ได้เกินจริงเลยทีเดียว

ยิ่งเมื่อต้องอยู่ในวงจรชีวิตของเจ้าหน้าที่...

“เห็นสวยๆ อย่างนี้เถอะ แต่ถ้าอยู่คนเดียวนี่แทบบ้าเลยนะ” พิทักษ์ป่าคนหนึ่งพูดพลางชายตาไปรอบวง ทั้ง 3 คนพยักหน้าเห็นด้วย

“มันเหงาน่ะครับ วันไหนได้ยินเสียงเครื่องยนต์นี่แทบจะกระโดดเข้าไปกอดเลย” อีกคนตอบยิ้มๆ

2 อาทิตย์ผลัดเวรกัน 1 ครั้ง ครั้งละคน เพื่อเฝ้าจับบรรดาพรานป่า และพวกมอดไม้ที่มักลักลอบเข้ามาตัดไม้ในป่า เสบียงหลักๆ ก็คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กับปลากระป๋อง บางวันครึ้มอกครึ้มใจก็ลงไปแช่น้ำเล่น ฟังเสียงนกเสียงกิ่งไม้ เปิดเพลงจากโทรศัพท์คลอบรรยากาศให้สุนทรีย์ พลบค่ำนั่นแหละ ถึงน่ากลัว 

บางวันจิตแข็งก็นั่งๆ นอนๆ เล่นในบังไพร ไม่มีอะไร

แต่ถ้าวันไหนจิตตก กลางป่ามันก็ไม่ต่างจากฉากในหนังสยองขวัญเลยแม้แต่น้อย

วังเวง และเงียบขนาดได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น ยิ่งถ้าเผลอนึกถึงผีป่าหรือเจ้าเขาที่คนเก่าๆ เคยบอกเล่ากันมา กลางคืนนี้ก็จะยิ่งยาวนานขึ้นไปอีก บางครั้ง กลางวันก็เป็น แทบทุกคนยอมรับว่าจะต้องเคยผ่านเหตุการณ์ทำนองนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง

ไม่เฉพาะความเหงาเท่านั้น ยังมีงูเงี้ยวเขี้ยวขอ กระสุนของเหล่านายพรานที่พร้อมจะหันปากกระบอกปืนใส่ได้ตลอดเวลา กระทั่งเรื่องใต้พรมของกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ให้บรรดาผู้พิทักษ์ป่าได้ รับมือกันไม่จบสิ้น

“ปีนี้เจอมาลาเรียไป 8 คน จาก 12 คน เมื่อ 2 ปีก่อนเจ้าหน้าที่ก็เพิ่งโดนช้างกระทืบตาย” ใครบางคนให้ข้อมูล

อย่างที่รู้ “ความเสี่ยง” กับ “เงินเดือน” ของเจ้าหน้าที่ (พนักงานจ้างเหมา 4,500 บาท พนักงานราชการ 12,000 บาท เมื่อพ.ศ.2552) เป็นเรื่องที่ค่อนข้างสวนทางกันโดยสิ้นเชิง แต่ไม่ได้หมายความว่าทางอุทยานจะนิ่งดูดาย ที่ผ่านมาก็มีความพยายามหาอุปกรณ์เดินป่า รวมทั้งเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ มาสนับสนุนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เขื่อนแก่งกระจาน เป็นเขื่อนดินกั้นแม่น้ำเพชรบุรีบริเวณเขาเจ้า และเขาไม้รวก อยู่ในพื้นที่ ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่ทั้ง ผลิตกระแสไฟฟ้า ใช้ประโยชน์ด้านชลประทาน รวมทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออีกแห่งของจังหวัด

"มันไม่พอหรอกครับ เครื่องมือครบชุดมีอยู่ 4 จากหน่วยลาดตระเวน 6 ชุด อีก 2 ชุดจะเป็นรุ่นเก่าซึ่งรับสัญญาณไม่ดี ตัวนี้อยู่ในร่องหุบเขาก็สามารถรับสัญญาณได้ บางทีเดินๆ ไปก็จับพิกัดไม่ได้ แล้วก็หายไปโผล่ตรงนี้ เราก็อาศัยการลากเส้นแผนที่เอา หรืออยู่ในป่า ออกแต่ละครั้งก็ปืน 4 กระบอก เป็นปืนลูกซอง กับเอซเค แต่ส่วนมากเป็นลูกซองมากกว่า...

...เทียบกับคนล่าแล้วเขาใช้เอ็ม 16 ถ้าปะทะกันจริงๆ เราจบอย่างเดียว ที่ทำได้ก็แค่ยิงขู่ โชคดีที่คนล่าสัตว์ส่วนใหญ่เวลาเจอเราเขาจะหนี แต่ถ้าหันสู้เมื่อไหร่โอกาสสูญเสียของเราก็น่าจะเยอะกว่าอยู่แล้ว วิทยุสื่อสาร 1-2 เครื่องต่อ 1 ชุด แต่หน่วยที่กระจายอยู่ในพื้นที่โดยมากจะมีวิทยุอยู่แล้ว จะประสานในพื้นที่ตลอด ก็สมบุกสมบันพอสมควร เวลาหน้าฝนนี่เละกันมาเลย พาหนะส่วนใหญ่ก็เป็นรถกระบะ พยายามรับบริจาค หรือสนับสนุนพวกข้าวสารอาหารแห้ง จากนั้นก็เป็นหัวหน้าหน่วย และนักท่องเที่ยวที่มาบริจาคช่วยๆ กันไป" เขาบอก

สิ่งที่เกิดขึ้นถึงจะเหมือนหนังม้วนเก่าที่เอามาเล่าซ้ำ แต่บรรดาพิทักษ์ป่าก็ยังยืนยันว่าที่ผลักดันให้พวกเขาทำทั้งหมดมาจาก “ข้างใน” ล้วนๆ เพื่อผืนป่า และธรรมชาติที่พวกเขารัก
 

จนวันนี้ ป่าผืนนี้ก็ได้อยู่ในกระบวนการเสนอชื่อให้เป็นมรดกโลกในที่สุด

 

เรื่อง: ชัยณรงค์ กิตินารถอินทราณี

ภาพ: Nation Photo

พิทักษ์ป่าเป็นงานที่มีค่าตอบแทนน้อยแต่ความเสี่ยงสูง อัตรากำลังต่อพื้นที่ดูแลถือว่าค่อนข้างน้อย

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์