อวสานตู้คีบ
  • Social
  • Jul 19, 2019

ถ้าใครได้เดินห้างสรรพสินค้าโซนสวนสนุก คุณก็น่าจะคุ้นเคยกับตู้คีบตุ๊กตาซึ่งต้องหยอดเหรียญและใช้ทักษะส่วนตัวบังคับทิศทางการคีบเพื่อให้ตุ๊กตาตกลงมาในช่องเพื่อผู้เล่นจะได้ตุ๊กตาอันแสนน่ารักที่เคยอยู่ในตู้กลับบ้านไป

มันเป็นพล็อตเรื่องของความเป็น เกม  ที่ทั้งใช้ฝีมือและการเสี่ยงดวงที่อยู่คู่กับโซนสวนสนุกในห้างมาหลายสิบปี จนกระทั่งวันหนึ่งหน่วยงานภาครัฐเริ่มมีการกวาดล้างเจ้าตู้ดังกล่าว โดยให้เหตุว่า ภายใต้เกมการคับตุ๊กตามันเป็นการเข้าข่ายการพนัน

ถึงตรงนี้เราไม่ได้อยากจะเถียงว่า มันสมควรถูกนิยามว่าเป็นการพนันหรือไม่ แต่จะช่วยไขความคาใจอีกครั้งว่า ที่กฎหมายไทยมองว่าเข้าข่ายการพนันนั่นเพราะ เงินที่ใช้หยอดมีมูลค่าน้อยกว่ารางวัลในตู้ มีการแพ้ชนะระหว่างผู้เล่นกับเครื่อง (หรือเจ้าของเครื่องที่ได้กำไร) ถือเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญในการมอมเมาเด็กและเยาวชนให้โน้มเอียงหลงใหลซึ่งในระยะยาวมีความสุ่มเสี่ยงในทัศนคติทางบวกกับการพนันชนิดอื่น

“ตุ๊กตาอาจราคาหลักร้อย เราหยอดครั้งละ 10 บาท มันดูน่าเสี่ยงนะ แต่บางคนหยอดเป็นร้อยยังคีบตุ๊กตากลับบ้านไม่ได้ก็มี” ผู้ปกครองคนหนึ่งให้ความเห็น และสะท้อนไปถึงเส้นแบ่งระหว่างความเป็นเกมกับการพนัน

ต่างจากตู้คีบที่ถูกกฎหมายซึ่งเสมือนเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (อย่างไรก็ได้ตุ๊กตากลับบ้านไป) ซึ่งมีองค์ประกอบไปด้วย

1. สินค้าที่อยู่ในเครื่องจำหน่ายสินค้าต้องมีราคาเท่ากันทั้งหมด และมีการติดป้ายราคาที่ชัดเจนบริเวณด้านหน้าเครื่องจำหน่ายสินค้า

2. สินค้าที่อยู่ในเครื่องจำหน่ายสินค้าต้องมีลักษณะ ขนาด รูปร่าง และสี เหมือนกันทั้งหมด

3. เครื่องสินค้าจะเริ่มทำงาน เมื่อลูกค้าได้ชำระค่าสินค้าครบถ้วนตามราคาสินค้าที่กำหนดไว้ ด้วยวิธีการหยอดเหรียญลงในช่องหยอดเหรียญ

4. หลังจากที่เครื่องจำหน่ายสินค้าเริ่มทำงานลูกค้าสามารถเลือกหยิบสินค้า โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลา

และ 5.เครื่องจำหน่ายสินค้าจะไม่หยุดทำงานจนกว่าลูกค้าจะได้รับสินค้า

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการควบคุมอายุของผู้เข้าเล่น ซึ่งเชื่อมโยงกับกฎหมาย พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ว่าด้วยบทบัญญัติคุ้มครองเด็กและเยาวชน มาตรา 7(3)

อย่างไรก็ดี กรณีของตู้คีบไม่ได้เกิดเฉพาะที่ประเทศไทย หากใครได้เดินทางไปต่างประเทศก็จะพบเห็นเครื่องเล่นในลักษณะนี้ ซึ่งบางคนมองว่า เป็นความสนุกสนาน และเรียนรู้ ฝึกสมอง ใช้ไหวพริบ แข่งขันเพื่อให้ได้ของรางวัล เป็นสีสันของกิจกรรมในวัยเด็กที่หากเล่นแต่พอดี มีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

เรียบเรียง: Bottom Line

กราฟฟิก: ณัฐนิช อิสรเสรีธรรม

ตู้คีบตุ๊กตาผิดกฎหมายเพราะมีการแพ้ชนะระหว่างผู้เล่นกับเครื่อง ซึ่งหมายความว่าต่อให้หยอดเงินไปแล้วก็จะไมได้รับตุ๊กตากลับมา

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์