สูดฝุ่น PM 2.5 เสี่ยงโรค ระยะสั้นและระยะยาว
  • Social
  • Jan 22, 2020

ฝุ่น PM 2.5 กลายเป็นปัญหามลพิษที่ควรเฝ้าระวังมากที่สุด ค่าฝุ่นที่เกินมาตรฐาน ซึ่งกรุงเทพฯ ติด 1 ใน 5 เมืองที่มีอากาศแย่ที่สุดในโลก (20 ม.ค.) เมื่อฝุ่นขนาดเล็กสามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราโดยตรง เสี่ยงเกิดโรคที่คาดไม่ถึง

วันนี้จะพามาเจาะลึกโรคที่เกิดจากฝุ่น มีอะไรบ้าง?

ผลระยะสั้น

ฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กและมีปริมาณมากที่สามารถทะลุขนจมูก แทรกซึมสู่ระบบทางเดินหายใจ ทะลุผนังปอดและเข้ากระแสเลือดได้อย่างง่ายดาย ผลกระทบที่รับฝุ่นเข้าไปอาจเกิดขึ้นกับร่ายกาย (ภายใน 1 - 2 วัน) ซึ่งส่วนมากจะเกิดกับระบบทางเดินหายใจ โดยมีอาการ ไอ เจ็บคอ หายใจแล้วมีเสียงฟืดฟาด เลือดกำเดาไหล มีเสมหะ ซึ่งหากเลือดไหลลงคอก็จะทำให้เสมหะมีเลือดเจือปน 

ฝุ่นเข้าตาทำให้เกิดโรคเยื่อบุตาอักเสบ ทำให้เกิดอาการ เช่น ตาแดง แสบตา คันตา หรือระคายเคือง หากเกิดอาการเหล่านี้สามารถบรรเทาอาการด้วยวิธีประคบเย็นหรือใช้น้ำตาเทียม บางกรณีอาจไม่จำเป็นต้องรับการรักษาโดยแพทย์ เพราะหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ 

หากใครใส่ “คอนแทคเลนส์” ทำงานหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ตลอดทั้งวัน จนเป็นเหตุให้เกิดอาการตาแห้ง ไม่สบายตา แนะนำให้ใส่คอนแทคเลนส์รายวัน และหยอดน้ำตาเทียมชนิดไร้สารกันบูด ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ เพื่อดูความเหมาะสมของชนิดคอนแทคเลนส์ และอาการทางตาอื่นๆ เพิ่มเติม 

นอกเหนือจะทำให้เกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ ยังมีผลกระทบต่อผิวหนังของเราอีกด้วย กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง เปิดเผยว่า อนุภาคของฝุ่นละอองที่อยู่ในอากาศมีขนาดเล็กเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน สามารถผ่านเข้าสู่เซลล์ผิวหนังได้ ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สามารถจับตัวกับสารเคมีและโลหะต่างๆ และนำพาเข้าสู่ผิวหนัง มีผลทำร้ายเซลล์ผิวหนังโดยตรง และทำให้การทำงานของเซลล์ผิวหนังผิดปกติไป 

กลไกการป้องกันของผิวหนังจากสิ่งแวดล้อมภายนอกและการซ่อมแซมผิวหนัง กระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบของเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นคันที่ผิวหนัง โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคผิวหนังเดิมอยู่แล้ว เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนังหรือโรคผื่นผิวหนังอักเสบ จะมีการระคายเคืองคันมากยิ่งขึ้น ผื่นกำเริบมากขึ้นได้

สะสมจนอาจเกิดโรคในระยะยาว

    องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) กำหนดให้ PM 2.5 อยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง ตั้งแต่ปี 2556 และชี้ว่าคน 9 ใน 10 กำลังหายใจนำอากาศอันเป็นพิษเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำทุก ๆ ปี ประชากรโลกกว่า 7 ล้านคน เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทำให้อายุขัยเฉลี่ยของประชากรลดลง แก่เร็วและอายุสั้นลง แถมยังเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง ได้แก่

  • โรคหลอดเลือดในสมอง

การเผชิญหน้ากับมลพิษทางอากาศระยะยาว เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานมากขึ้น และความหนืดของเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดในสมองได้

  • อันตรายต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ

ฝุ่นขนาดเล็กเป็นทั้งสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคอันตรายต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ สาเหตุหลักคือการสูบบุหรี่ รองลงมาจากมลพิษทางอากาศ ได้แก่ โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคมะเร็งปอด

  • โรคหัวใจขาดเลือด 

อนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสมตะกอนที่เรียกว่า พลาค (Plaque) เสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงเฉียบพลันต่อกล้ามเนื้อหัวใจได้ รวมทั้งหัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจเต้นแรงขึ้น อัตราการผันแปรการเต้นของหัวใจลดลง และหลอดเลือดสมองตีบจนถึงตายได้

  • ผิวเสื่อมชรา

การศึกษาในประเทศเยอรมันนีและประเทศจีน พบว่า การสัมผัสฝุ่นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวเสื่อมชราได้เร็วขึ้น พบการเกิดจุดด่างดำเพิ่มมากขึ้นบริเวณใบหน้า และเกิดริ้วรอยบริเวณร่องแก้มมากยิ่งขึ้นด้วย

วิธีการป้องกัน

สำหรับการป้องกันฝุ่น PM 2.5 ไม่เพียงแค่ใส่หน้ากากมาตราฐาน N95 (กรองได้อย่างน้อยร้อยละ 95) เท่านั้นการใส่หน้ากากเยื่อกระดาษ 3 ชั้น พร้อมทิชชู่อี 2 ชั้น สามารถป้องกันฝุ่นได้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่งบน้อย 

ไม่เพียงแต่เลือกหน้ากากที่เหมาะสมกับตัวเอง แต่ต้องสวมใส่หน้ากากให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันดับแรกเลือกขนาดหน้ากากอนามัยที่เหมาะกับใบหน้า ครอบได้กระชับกับจมูกและใต้คางและใส่ได้แนบสนิทกับใบหน้า หากพบรอยเปื้อนจำนวนมาก ชำรุด หรือชื้นแฉะ ควรเปลี่ยนหน้ากากอนามัยทันที

หน้ากากที่ถูกใช้งานไปแล้ว และต้องการเก็บไว้ใช้ใหม่ ให้พิจารณาว่ามีการเปื้อนมากน้อยเพียงใด ทำความสะอาดได้หรือไม่ โดยเฉพาะด้านที่สัมผัสกับอากาศภายนอก รวมทั้งไม่หัก/พับ/งอ เนื่องจากทำให้เสียรูปทรง และเกิดรอยยับ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการกรองเชื้อโรคลดลง

นอกนั้นควรดูแลตัวเองในด้านอื่นๆ เช่น งดกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ควรหาซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้ในบริเวณที่อยู่อาศัยเป็นต้นและลดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละออง เช่น ลดการจุดธูป ลดการเผาขยะ ซึ่งจะเพิ่มปริมาณฝุ่นเป็นจำนวนมาก 

โรคที่เกิดจากฝุ่น PM2.5 สามารถทำอันตรายเราได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ควรป้องกันตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก รวมถึงหากมีอาการแพ้หรือระคายเคือง ควรปรึกษาแพทย์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?