เก่งมาจากไหน...ก็ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัย
  • Social
  • Oct 30, 2019

โลกออนไลน์มีประโยชน์มหาศาล เป็นแหล่งรวมของข้อมูลล้ำๆ และโอกาสใหม่ๆ เราเห็นผู้คนสร้างรายได้ สร้างผลงานให้ตัวเองจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ได้โดยเริ่มจากการใช้  Facebook หรือ Instagram ส่วนตัว จากไอดอล (Net Idol) กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) จากยูทูบเบอร์ (YouTuber) บนโลกออนไลน์ กลายเป็นนักดนตรีและนักแสดงที่มีชื่อเสียงในชีวิตจริง

ดูๆ แล้วเหมือนกับว่าโลกออนไลน์จะมีแต่มุมบวก แต่ในเวลาที่ความสดใสแห่งโอกาสได้เปิดกว้าง เราก็มักได้ยินเรื่องราวในด้านมืดตามติดมาด้วยเช่นกัน และเรื่องที่ว่านี้ก็ทำให้เราต้องระมัดระวังกับโลกออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การถูกล่อลวง, Facebook โดนแฮ็ก, โอนเงินซื้อแล้วได้ของไม่ตรงกับที่สั่ง, สร้างบัญชีปลอม (แอคหลุม) ไว้ใช้ด่าทออีกฝ่าย, การกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์  ฯลฯ

เวลาที่เราได้ยินเรื่องราวที่ไม่ดีในโลกออนไลน์ เราเองก็แปลกใจว่าทำไมเรื่องที่เกิดขึ้นถึงใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด แถมบางกรณีก็ชวนสงสัยว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเพื่อนของเราคนนี้ได้อย่างไร ทั้งที่เขาหรือเธอก็ดูเป็นคนเรียนเก่ง และสุภาพมากๆ ใช้ชีวิตแบบปกติทั่วไป  แต่ในโลกออนไลน์เขากลับทำในสิ่งที่แตกต่างออกไป

คนเก่ง คนดี ถูกหลอกได้

ว่ากันว่า ความเก่งกาจในชีวิตจริง กับการเป็นคนที่มีทักษะชีวิตที่จะสามารถจัดการปัญหา เอาตัวรอด และไม่ถูกหลอกง่ายๆ ในโลกออนไลน์ เป็นคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิง

แล้วความเก่งในชีวิตจริงกับเก่งในโลกออนไลน์ต่างกันตรงไหน ?

ผศ.พิจิตรา สึคาโมโต้ หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่าทักษะการเอาตัวรอดในโลกอินเทอร์เน็ตหรือโลกออนไลน์ ก็คือการรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy)

ท่ามกลางข้อมูลที่ท่วมท้นบนโลกอินเทอร์เน็ต ทักษะการรู้เท่าทันสื่อ คือ ทักษะของบุคคลทั่วไปในการตรวจสอบ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ต่อข้อมูลที่มีอยู่มากมาย  ทั้งยังหมายถึงทักษะในการเข้าใจวัฒนธรรมใหม่ที่มาพร้อมกับการสื่อสารในโลกออนไลน์ด้วย นั่นเพราะโลกแห่งนี้เราต้องไม่ใช่เพียงแค่เท่าทันในฐานะผู้รับข่าวสาร แต่ยังต้องเท่าทันในฐานะผู้ผลิตและส่งต่อด้วย

การรู้เท่าทันสื่อ จึงหมายถึงการแยกแยะให้ได้ว่าสิ่งใดคือข่าวจริงข่าวลวง, สิ่งใดคือความเห็นหรือโฆษณาแฝงในบทความเชิงข่าว, อันไหนคือโฆษณาผลิตภัณฑ์เกินจริง, ไปจนถึงการคิดวิเคราะห์แยกแยะที่มาของบทความว่าอันไหนคือบทความเชิงการค้า (Advertorial) หรือเป็นข้อมูลจากผู้ใช้จริง

ยกตัวอย่าง บทความรีวิวสินค้า ภาพถ่ายเพื่อการโฆษณา ไลฟ์สไตล์สุดเท่ ดูรวย ของบรรดาอินฟลูเอนเซอร์รูปร่างดี หน้าเรียว ขายาว นั่นก็ใช่ เมื่อพวกเขาตั้งใจโพสต์ภาพด้วยเป้าหมายหนึ่ง การนำเสนอจึงล้วนผ่านการปรุงแต่ง ทั้งหมดที่เขาเล่าผ่านภาพ Story ไม่ใช่ความจริงทั้งหมดแน่ๆ และเป็นเราเองต่างหากที่ต้องวิเคราะห์ให้เท่าทัน ว่าเรื่องราวในหน้าฟีดส์แต่ละวัน อะไรเป็นอะไร

Hard skill & Life skill

อีกข้อหนึ่งที่อธิบายว่า การเป็นคนเก่งในโลกความจริงกับความฉลาดในออนไลน์เป็นคนล่ะเรื่องกัน คือการจำแนกประเภทของทักษะที่เราใช้ในแต่ละสถานการณ์ที่พบเจออาจมีความแตกต่างกัน

การมีผลการเรียนดี ใช้คอมพิวเตอร์เก่ง มีองค์ความรู้เรื่องไอทีมากๆ รวมถึงมีทักษะในการประกอบอาชีพ ทั้งหมดที่ว่ามานั้น ถูกเรียกแบบเป็นทางการว่า “การมี Hard skill”

Hard Skill ของแต่ละอาชีพนั้นแตกต่างกัน ยกตัวอย่างว่า เป็นนักฟุตบอลก็ต้องเล่นฟุตบอลเก่ง เป็นช่างภาพก็ต้องถ่ายรูปเก่ง หรือถ้าเป็นโปรแกรมเมอร์ก็ต้องเขียน Code ได้ชำนาญ แต่ถึงอย่างนั้น การมี Hard Skill ก็เป็นคนล่ะเรื่องกับการที่จะสามารถอยู่รอดปลอดภัยในโลกออนไลน์ได้อยู่ดี

มาย-เสาวคนธ์ ศิรกิดากร นักจิตวิทยาวิเคราะห์แนวคาร์ลจุงและที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ บอกว่า ทักษะด้านการประกอบอาชีพแบบ Hard skill ไม่ได้ครอบคลุมถึง การมี Life skill ที่จำเป็นกว่าในโลกอินเทอร์เน็ต

Life skill หรือทักษะชีวิตนี้ จะครอบคลุมถึงการรู้จักตัวเอง การเข้าใจสถานการณ์ การเอาตัวรอด การไตร่ตรองและทักษะเหล่านี้นี่แหละที่จะบอกให้เราตัดสินใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เมื่อต้องเจอกับโพสต์ระบายอารมณ์ใน Facebook หรือข้อความปริศนาจากคนที่เราไม่รู้จักใน Inbox

การที่เราเจอคนแปลกหน้าทักมาในแชท Line เจอเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานชวนเข้ากลุ่มแบบเสียเงินค่าสมาชิก กระทั่งการตัดสินใจเข้าไปโพสต์ระบายอารมณ์ใน Facebook ส่วนตัว ฯลฯ ทักษะ Life skill จะช่วยเราพิจารณาว่าควรทำเรื่องเหล่านี้ดีหรือไม่?

“ยิ่งเมื่อวิถีชีวิตของวัยรุ่นที่ผูกพันกับการใช้เทคโนโลยีดำเนินชีวิต เช่น เรียกรถบริการสาธารณะผ่านแอปพลิเคชั่น สั่งอาหารผ่าน Grab พูดคุยติดต่อผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างคล่องแคล่ว จึงคิดว่าตัวเองชำนาญ และประมาทจนไม่คิดว่าตัวเองจะกลายเป็นเหยื่อได้ เหล่านี้คือ อีโก้ (Ego) ที่คิดว่าเรื่องนี้เรารู้แล้ว เราเอาอยู่ เราจัดการได้ เจอแบบนี้คิดเองได้ ไม่ต้องปรึกษาใคร ความมั่นใจแบบนี้ทำให้เราอาจตกเป็นเหยื่อได้โดยไม่คาดคิด”

SafeInternetForKid.com

ถึงตรงนี้ ก็ต้องบอกว่า การจะเอาตัวรอดในโลกออนไลน์ ซึ่งหมายถึงการไม่ตกเป็นเหยื่อ การเท่าทัน และการมีมารยาทในการยู่ร่วมกันในสังคมออนไลน์นั้น เป็นเรื่องของการรู้เท่าทันสื่อและการมีทักษะชีวิตที่ดี  ซึ่งทักษะที่ว่านี้ต้องเรียนรู้และฝึกฝน คิด วิเคราะห์ และบางคำถามเราอาจไม่รู้มาก่อน เช่น ทำไมการ Tag เพื่อนใน Facebook ถึงผิดมารยาท? การปฏิเสธที่จะโต้ตอบกับคนที่เราไม่รู้จักมาก่อนทำอย่างไร? หรือทำไมบางคนต้องมีบัญชี Twitter มากกว่า 1 บัญชี

สำหรับประเทศไทยบริษัทเทเลนอร์ กรุ๊ป โดย DTAC สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) และบริษัท อินสครู จำกัด ได้ทำเว็บไซต์ SafeInternetForKid.com ขึ้นมาเพื่อที่ครูและผู้ปกครองสามารถใช้สอนบุตรหลานให้เข้าใจการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยได้ดีกว่าเดิม ให้ผู้เรียนในแต่ละช่วงอายุได้ทบทวนในสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในโลกออนไลน์ที่มีทั้งโอกาสและภัยจากผู้ไม่หวังดี

SafeInternetForKid.com ได้รับการเผยแพร่ไปกว่า 13 ประเทศทั่วโลก นี่คือแหล่งเรียนรู้ สำหรับครอบครัวและโรงเรียน เพื่อสร้างทักษะให้เด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ 5-16 ปี ให้สามารถรู้เท่าทันและมีภูมิคุ้มกันบนโลกออนไลน์ได้  โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ข้อ คือ 1. เด็กสามารถแยกแยะความเสี่ยงบนออนไลน์ได้  2. เด็กรู้วิธีการขอความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม 3.เด็กสามารถใช้ประโยชน์และสร้างโอกาสจากการใช้อินเทอร์เน็ตได้ และ 4. เด็กสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นเหยื่อในโลกออนไลน์

ใครๆ ก็สามารถผิดพลาดกันได้ โลกออนไลน์จึงเป็นสังคมที่เราต้องช่วยกันเฝ้าระวัง สร้างกติการ่วมกัน โดยที่เด็กและผู้ปกครองเองก็ต้องพูดคุยและแนะนำกันอย่างใกล้ชิดและเปิดเผย

 

แม้ว่าใครจะเรียนเก่ง เรียนดี มีความสามารถแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเอาตัวรอดและไม่เคยผิดพลาดเลยในโลกออนไลน์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?