คลิตอริสโตมี ที่ซ่อนเร้นอยู่ในกายเธอ
  • Social
  • Nov 25, 2019

ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Clinical Anatomy ของ รอย  เจ  เลวิน (Roy J. Levin)  นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ สหราชอาณาจักร   ค้นพบว่าคลิตอริส (Clitoris) มีบทบาทสำคัญต่อการสืบพันธุ์

โดยคลิตอริสทำให้สมองปล่อยสัญญาณไปยังอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ให้เตรียมพร้อมรับอสุจิ รวมถึงการส่งเลือด และออกซิเจนไปยังช่องคลอด ทำให้อุ่นขึ้น และหล่อลื่นมากขึ้น จากการวิเคราะห์งานวิจัย 15 ชิ้น ระหว่าง ปี 1966-2017 นำมาสู่ข้อสรุปว่า คลิตอริสมีบทบาททั้งการสืบพันธุ์ และการให้ความสุขทางเพศ ซึ่งแย้งกับองค์ความรู้ที่ผ่านมาที่นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อกันว่า คลิตอริสที่อยู่เหนือช่องคลอดมีหน้าที่เพียงเพื่อตอบสนองความสุขทางเพศเท่านั้น

ในศตวรรษที่ 16 นายแพทย์แมตธีโอ เรอัลโด โคลอมโบ (Matteo Realdo Colombo) แพทย์หนุ่มชาวอิตาเลียนจากมหาวิทยาลัยปาดัว (Padua) ค้นพบอวัยวะชิ้นหนึ่งในช่องคลอดของเพศหญิงซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ และระบบไหลเวียนของเหลวในร่างกาย

นายแพทย์โคลอมโบ แต่งตำรากายวิภาคไว้เล่มหนึ่งชื่อ De re anatomica ตีพิมพ์เมื่อ ค.ศ. 1559 หลังจากตัวเขาเองเสียชีวิตแล้ว เชื่อกันว่าเขาเขียนตำราเล่มนี้เมื่อปี 1552  ตำราถูกแบ่งเป็น 15 เล่มซึ่งเป็นหนึ่งในการศึกษาด้านกายวิภาคที่ส่งอิทธิพลอย่างมาก อันเนื่องมาจากการแก้ไขความเชื่อเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ที่ผิด อย่างเช่น การพิสูจน์ว่าไตสองข้างไม่ได้อยู่ระดับเดียวกันในร่างกายมนุษย์ เลือดไม่ได้เคลื่อนที่จากซ้ายไปขวาแบบธรรมดา แต่ต้องผ่านการผสมอากาศจากปอด การค้นพบสำคัญที่ส่งอิทธิพลมากอีกอย่างอยู่ในเล่มที่ 11 ซึ่งโคลอมโบ แสดงอวัยวะชิ้นหนึ่งที่ซ่อนในตำแหน่งเล็กๆ ในช่องคลอดเพศหญิง เป็นอวัยวะที่ทำให้เกิดความสุขทางเพศต่อเพศหญิง เขาเรียกอวัยวะส่วนนี้ว่า คลิตอริส (Clitoris)

คลิตอริส มาจากภาษากรีก แปลว่า กุญแจ คือเป็นกุญแจแห่งความสุขสำราญทางเพศ ตอนนั้นผู้หญิงหลายคนไม่รู้จักและไม่ทราบว่าตัวเองมีกุญแจแห่งความสุขนี้เพราะกุญแจนี้จะถูกห่อหุ้มด้วยผิวหนังเป็นส่วนใหญ่ จะโผล่แต่ส่วนปลายหัวเรียกว่าแกรนด์เท่านั้น เช่น หัวอวัยวะเพศชายที่ห่อหุ้มด้วยหนังหุ้มปลายจนดูรูปร่างเป็นดอกจำปีในเด็กๆ เป็นต้น และห่อหุ้มแกรนด์อยู่เช่นกันแต่ขนาดใหญ่กว่า 50 เท่า

หลังการค้นพบของโคลอมโบ ผ่านไป 2 ศตวรรษ ช่วงเวลาต่อมาเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นศตวรรษแห่งการล่าแม่มด (ค.ศ.1560-1760) เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงในความเชื่อที่ว่าเพศหญิงมีหน้าที่คลอด และดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ตามความเชื่อในคริสต์ศาสนา การมีเพศสัมพันธ์ซึ่งแต่เดิมควรเป็นกิจกรรมที่สร้างมนุษย์ อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นความสุขส่วนตัวไป

ในยุคของการล่าแม่มด มีรายงานว่า พบการมีเพศสัมพันธ์อย่างผิดปกติมากเกินควร ร่องรอยของคลิตอริสหรือหัวนมที่บอบช้ำคือสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการรุกรานโดยปีศาจร้าย กลายเป็นสิ่งโจมตีเพศหญิงในช่วงล่าแม่มดในตะวันตก

มาร์กาเร็ต โจนส์ หญิงวัยกลางคนรายหนึ่งในเมืองบอสตันถูกจับและตั้งข้อหาเป็นแม่มด เมื่อตรวจสอบอวัยวะเพศของเธอ (และคลิตอริส) แล้วพบอาการบอบช้ำ ในด้านหนึ่งเพื่อนบ้านของเธอสามารถยืนยันได้ว่าเรื่องนี้เป็นผลจากการคลอดบุตรผิดวิธี แต่นักล่าแม่มด (ที่ความรู้ด้านกายวิภาคมีจำกัด) ก็ไม่รับฟังข้อแก้ตัวนี้ สภาพการใช้อวัยวะเพศของเพศหญิงกลายมาเป็นเครื่องชำระความ ซึ่งได้เกิดขึ้นในหลายประเทศในทวีปยุโรป อาทิ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส การพิจารณาคดี ผู้พิพากษาจำเป็นต้องถามถึงกิจกรรมทางเพศระหว่างผู้หญิงกับคู่รักหรือสามี เพิ่มเติมจากการไต่สวนว่าผู้หญิงมีกิจกรรมความสัมพันธ์ระหว่างปีศาจร้ายหรือไม่

ไม่มีใครรู้ว่าหลังจาก นายแพทย์ โคลอมโบ ค้นพบคลิตอริส และอธิบายว่ามันเป็นอวัยวะที่ทำให้เกิดความสุขทางเพศแก่ผู้หญิง จะทำให้มันกลายเป็นเครื่องมือในการล่าแม่มด และความพยายามในการควบคุม/กดข่มพฤติกรรมทางเพศของหญิงสาว เพศหญิงไม่สามารถจัดการหรือศึกษาร่างกายของตัวเองได้ ซึ่งเป็นเหมือนกับการพรากชีวิตส่วนตัวไป

สำนึกของความพยายามควบคุมพฤติกรรรมทางเพศของหญิงสาวนำไปสู่การขลิบคลิตอริสในรูปแบบอื่นในอีกบางสังคม ตั้งแต่ เฉือนบางส่วนออก ทำเป็นรอยบากพอเป็นสัญลักษณ์ ตัดเฉพาะคริตอริสออกเท่านั้น ตัดทั้งคริตอริสรวมทั้งเลาะแคมนอก และในออก บ้างก็เว้นให้เหลือแคมนอกหรือในไว้ ซึ่งเป็นการขลิบที่พบมากที่สุดทั่วโลก ไปจนถึงการตัดเย็บปิดอวัยวะเพศเว้นช่องไว้ให้ 2-3 มิลลิเมตรเพื่อเป็นรูปัสสาวะ และเมนส์

อวัยวะเพศที่ถูกเย็บของเธอจะถูกเปิดบางส่วนออกออกเมื่อแต่งงาน เจ้าบ่าวจะได้มั่นใจว่าเธอคือสาวพรหมจรรย์ มีการตรวจเช็กอวัยวะเพศก่อนตัดสินใจแต่งงาน และเปิดเต็มที่เมื่อคลอดลูก แล้วจะถูกกลับไปเย็บปิดอีกครั้ง การสมานแผลผ่าตัดนั้นใช้สมุนไพรภูมิปัญญาดั้งเดิม ซึ่งพบมากในตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา

การขลิบอวัยวะเพศหญิง เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พบในหลายประเทศ โดยเฉพาะที่อินโดนีเซีย อียิปต์ และเอธิโอเปีย องค์การอนามัยโลกได้แบ่งวิธีการขลิบออกเป็น 4 ประเภทด้วยกันคือ ตัดปุ่มคลิตอริส ตัดปุ่ม คลิตอริสและแคมเล็ก ตัดทั้งแคมใหญ่และแคมเล็กแล้วเย็บปิดอวัยวะเพศให้เหลือเพียงช่องเล็ก ๆ การขลิบหรือการกระทำใด ๆ ที่เป็นอันตรายหรือทำให้อวัยวะเพศพิการ

ทีมวิจัยมาสเตอส์แอนด์จอห์นสันของสหรัฐอเมริกา เคยออกมาชี้ชวนให้ศึกษาคลิตอริส อย่างกว้างขวางในทศวรรษ 1970 คำว่า คลิตอริสถูกกล่าวถึงบ่อยครั้งมากขึ้นในการสนทนาภาษาอังกฤษ แต่ยังคงเป็นคำต้องห้ามสำหรับคนอีกมากเช่นกัน และพบการใช้คำว่าคลิตอริสครั้งแรกทางโทรทัศน์ที่สหรัฐอเมริกา โดย ดร.ริช โอ-เบรียน แห่งวิทยาลัยฮาร์วาร์ดแห่งการาเบเดียนในรายการของดอกเตอร์รุธ เวสธิเมอร์

แม้ว่า คลิตอริส ซึ่งเป็นอวัยวะที่ซ่อนเร้นอยู่ในร่างกายของผู้หญิง ถูกศึกษาค้นคว้ามานานนมแล้ว  แต่ถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังคงมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับกลไกออกัสซั่ม (Orgasm) ของผู้หญิง ซึ่งยังต้องมีการศึกษาต่ออีกมาก งานศึกษาในสัตว์สปีชีส์อื่น เช่น หนู วัว สุนัข ม้า และกระต่าย แสดงให้เห็นถึงการเดินทางและการเก็บอสุจิ ในแมวหรือกระต่าย คลิตอริสอยู่ด้านในของช่องคลอด และออกัสซั่มของตัวเมียสำคัญต่อการให้กำเนิดลูก

เลวินยังระบุว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่องคลอด สำคัญต่อความสำเร็จของกระบวนการสืบพันธุ์อย่างยิ่ง คลิตอริสถือว่ามีส่วนต่อความสำเร็จของกระบวนการสืบพันธุ์ ไม่ว่ามันจะถูกกระตุ้นอย่างไรหรือเมื่อไหร่ก็ตาม ในช่วงใกล้ถึงจุดออกัสซั่ม ด้านนอกของช่องคลอดยังสร้างแพลตฟอร์มออกัสซั่มที่ยกมดมูลขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่อสุจิ การกระตุ้นของคลิตอริสทำให้ตำแหน่งมดลูกเชิงกรานเปลี่ยน ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำอสุจิเดินทางไปยังรังไข่เร็วเกินไป ทำให้อสุจิมีเวลาในการเติบโตอย่างแข็งแรงมากขึ้นสำหรับการผสมกับไข่

น่าสังเกตว่าการทบทวนบทบาทหน้าที่คลิตอริสของเลวิน พยายามชี้ว่า ที่ผ่านมาบริบททางวัฒนธรรม สตรีนิยมและศาสนามีอิทธิพลอย่างมากต่อการพิจารณาบทบาทหน้าที่ จนทำให้เบี่ยงเบนไปในแนวทางดังกล่าวมากกว่าการสำรวจตรวจสอบแบบวิทยาศาสตร์อย่างเป็นกลาง งานวิจัยของเลวิน เป็นตัวอย่างที่ดีของการศึกษากายวิภาคศาสตร์ของระบบสืบพันธุ์ที่กำลังหยั่งถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะเพศมากขึ้นเรื่อยๆ และตอกย้ำว่าคลิตอริสมิได้มีดีแค่เรื่องเซ็กซ์เท่านั้น

 

อ้างอิง:

Clinical Anatomy

ncbi.nlm.nih.gov

อนุสรณ์ ติปยานนท์ (2558). ล่าแม่มด. กรุงเทพฯ : มติชน

คลิตอริสถือว่ามีส่วนต่อความสำเร็จของกระบวนการสืบพันธุ์ ไม่ว่ามันจะถูกกระตุ้นอย่างไรหรือเมื่อไหร่ก็ตาม

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?