ช่วยโลกด้วยการเลือกกิน
  • Social
  • Aug 13, 2019

เชื่อไหมว่า แค่เปลี่ยนการกิน เราก็ช่วยโลกได้แล้ว

เรื่องนี้ยืนยันจากคณะทำงานพิเศษที่จัดตั้งโดยสหประชาชาติบอกว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ก็เป็นหนึ่งในวิธีการที่ทุกคนสามารถช่วยกันทำได้ง่ายที่สุด เพราะนอกจากจะได้อนุรักษ์โลกแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความปลอดภัยทางอาหารอีกด้วย

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ ไอพีซีซี รายงานว่า รูปแบบการบริโภคและอุปโภคของมนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่จำนวนประชากรโลกเพิ่มขึ้น กลายเป็นการทำลายพื้นดินและผืนน้ำอย่างชัดเจน เพราะมนุษย์จำเป็นต้องใช้และแปรรูปทรัพยากรมากขึ้นเพื่อการดำรงชีวิต

แม้ว่าไอพีซีซีไม่ได้ระบุว่า มนุษย์ต้องเลิกการบริโภคเนื้อสัตว์อย่างถาวร แต่การใช้คำว่าการบริโภคอาหารโดยเพิ่มสัดส่วนของผัก ผลไม้และธัญพืช จะช่วยรักษาพื้นที่การเกษตรที่รวมถึงป่าได้อีกหลายล้านตารางกิโลเมตร ภายในปี 2593

“จนกว่าถึงช่วงเวลานั้นจะสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เฉลี่ยมากถึงปีละ 0.7 ถึง 0.8 กิกะตัน (1 กิกะตันเท่ากับ 1,000 ล้านตัน) เนื่องจากอุณหภูมิบริเวณผิวดินเพิ่มขึ้นมากถึง 1.53 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม เกินกว่าค่าเฉลี่ยที่ควรจะเป็นมากเกือบ 2 เท่า คือ 0.87 องศาเซลเซียส”

ไอพีซีซียังบอกด้วยว่า ภาวะโลกร้อนและความแปรปรวนของสภาพอากาศโลกสร้างความแปรปรวนอย่างหนักให้กับห่วงโซ่อาหารโลก ซึ่งหากว่าพฤติกรรมการดำรงชีวิตของมนุษย์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ความปลอดภัยทางอาหารจะลดลง โดยราคาอาหารพื้นฐานอาจเพิ่มขึ้นถึง 7.6% ภายในปี 2593

ปัจจุบัน ประชากรโลก 2 พันล้านคนมีภาวะน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ประชากรโลก 821 ล้านคนกำลังล้มป่วยด้วยภาวะทุพโภชนาการ

ตั้งแต่ยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในภาคพื้นดินได้เพิ่มสูงขึ้น 1.53 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกที่วัดจากทั้งผืนดิน อากาศและมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้น 0.87 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นนี้กำลังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร ทำให้ผืนดินกลายเป็นทะเลทราย และความอุดมสมบูรณ์ของดินถดถอย

กว่า 1 ใน 4 ของผืนดินนั้น “เสื่อมสภาพเนื่องจากการกระทำของมนุษย์” แต่ยังมีวิธีการแก้ไขหลายทางเลือกเพื่อฟื้นฟูและปรับสภาพ ซึ่งยังเป็นวิธีที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ เอสดีจี

นอกจากนี้ ยังพบว่า 23% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ เกิดจากการทำลายป่า การเผาไหม้ และเกษตรกรรมเชิงอุตสาหกรรม แต่ผืนดินนั้นสามารถช่วยกักเก็บคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ขณะเดียวกัน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระบบอาหาร ทั้งจากการผลิตและการบริโภค มีปริมาณมากถึง 37% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ทั้งหมด

คำถามคือ ถึงเวลาหรือยังที่ เราจะเลือกกินเพื่อโลก หรือจะยังคงกินไม่เลือกเพื่อตัวเองต่อไป

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?