5 เหตุผลที่ไม่ควรมีทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา
  • Social
  • Dec 3, 2019

หลังจาก กรุงเทพมหานคร มีแผนพร้อมเดินหน้าสร้าง ทางเลียบเจ้าพระยาเฟสแรก จากสะพานพระราม 7 ถึงกรมชลประทานสามเสน (ฝั่งพระนคร) และจากสะพานพระราม 7 ถึงคลองบางพลัด (ฝั่งธนบุรี) โดยอ้างว่า ไม่มีผู้คัดค้าน โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สมัชชาแม่น้ำ 35 องค์กร นำโดย สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกแถลงการณ์ คดค้าน พร้อมจี้นายกรัฐมนตรี ยุติโครงการดังกล่าว

เหตุผลหลักของการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เนื่องจากยังมีหลายพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง อีกทั้ง หากดำเนินโครงการนี้ต่อไปจะก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อความเสียหายต่อแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตริมน้ำ ศิลปวัฒนธรรม การคมนาคม ด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผังเมือง และสุ่มเสี่ยงต่อภัยพิบัติ

การคัดค้านของพวกเรายังไม่หยุดเพียงเท่านี้จนกว่าจะมีการยุติโครงการดังกล่าว ส่วนจะดำเนินการอย่างไรนั้น เราต้องทำด้วยความรอบคอบ เพราะเราไม่ได้ทำด้วยการใช้อารมณ์ เราไม่ได้เป็นปฎิปักษ์ต่อรัฐบาล เราไม่ได้เป็นปฎิปักษ์กับกรุงเทพมหานคร เราทำในฐานะภาคประชาสังคมที่รักแล้วก็อยากเห็นสิ่งดีๆ ส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป” อัชชพล ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ อธิบายถึงการเคลื่อนไหวดังกล่าว

แถลงการณ์ 5 ข้อที่ไม่ควรดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

  • สมัชชาแม่น้ำ เห็นความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแม่น้ำ และมีการพัฒนาที่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างเหมาะสมกับบริบทและคุณค่าของพื้นที่ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการก่อสร้างทางสัญจรที่รุกล้ำลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา
  • ทั้งที่กทม.สามารถดำเนินการแก้ปัญหาการรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตามอำนาจกฎหมายที่มีอยู่ได้ แต่กลับไม่ทำ ในทางตรงกันข้าม กลับทำเป็นถนนคอนกรีตขนาดใหญ่ที่รุกล้ำแม่น้ำเข้าไปอีก ซึ่งจะทำให้แม่น้ำคับแคบทั้ง 2 ฝั่ง รวม 20 เมตร
  • แม่น้ำเจ้าพระยาควรถูกอนุรักษ์เป็นโบราณสถานตลอดสายน้ำ เพื่อยกฐานะเป็นมรดกโลกต่อไป แต่การทำถนนรุกล้ำลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาจะทำลายประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ จะเป็นตัวขวางกั้นการเชื่อมโยงของวิถีชีวิตริมน้ำอันจะส่งผลกระทบต่อความสงบสุขและความปลอดภัยของประชาชน 
  • การก่อสร้างถนนลงไปในแม่น้ำ เป็นประเด็นที่อ่อนไหวในกรณีที่เกิดอุทกภัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการไหลของน้ำ ถึงแม้ว่าในภาวะปกติพฤติกรรมการไหลที่เปลี่ยนแปลงนี้อาจจะอยู่ในระดับที่ไม่มากนัก แต่จะส่งผลต่อสัณฐานลำน้ำ การกัดเซาะตลิ่ง การตกตะกอนในลำน้ำจนถึงการกักเก็บขยะมูลฝอย ซึ่งกทม.ควรศึกษาผลกระทบให้ครบถ้วน รอบด้านก่อนอย่างรอบคอบ มิเช่นนั้นจะเกิดผลเสียหายต่อส่วนรวมในอนาคต 
  • ล่าสุดจากการที่กทม.ตัดโครงการดังกล่าวออกบางส่วน จากเดิมที่วางแผนไว้ 14 กิโลเมตร คงเหลือความยาวรวมประมาณ 12.45 กิโลเมตร เพื่อหลบหลีกพื้นที่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์นั้น แสดงให้เห็นว่าโครงการนี้ยังมีการศึกษาไม่รอบคอบและยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย แม้แต่จากทางภาครัฐเอง ตามที่กทม.กล่าวอ้าง

สำหรับความคืบหน้า กรณีสมัชชาแม่น้ำ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายได้ยื่นเอกสารยื่นฟ้องภาครัฐ 4 หน่วยงาน ได้แก่ คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการอำนวยการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ขณะนี้ ศาลปกครองได้รับคำร้อง ซึ่งคำร้องข้อแรกที่ได้ยื่นให้ศาลปกครองพิจารณา คือ โครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยขอให้มีการถอดถอนโครงการ ซึ่งศาลได้ส่งเอกสารไปยังทางผู้ถูกฟ้อง และขณะนี้ผู้ถูกฟ้องได้ทำเอกสารโต้แย้งมา พร้อมทั้งขอให้ทางผู้ฟ้องร้องทำข้อโต้แย้งคัดค้าน

โดยตอนนี้ทางสมัชชาแม่น้ำและภาคีเครือข่าย กำลังปรึกษาหารือกับทีมกฎหมาย และจะดำเนินการจัดทำข้อโต้แย้งคัดค้านไปตามกระบวนการข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น คาดว่าจะจัดทำข้อโต้แย้งคัดค้านยื่นไปยังศาลปกครองภายในกลางเดือนมกราคม ปี 2563 เพราะค้นพบว่า เอกสารโต้แย้งจากฝั่งผู้ถูกฟ้องนั้นยังเป็นการทำงานที่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่พอเพียง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับการพิจารณาของศาลปกครอง

"ประชาชนทั่วไปควรใช้พื้นที่ริมน้ำได้จริง แต่ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าถึงตลอดแนวแม่น้ำทั้ง 14 กิโลเมตร ส่วนที่ต้องทำทางเลียบแม่น้ำลงไปในแม่น้ำผ่านพื้นที่ของรัฐ เพราะพื้นที่รัฐเองก็ไม่ยอมให้ใช้ ซึ่งถ้าใช้พื้นที่ของรัฐเหล่านั้นเป็นพื้นที่สวนสาธารณะ ก็ไม่จำเป็นต้องทำทางเลียบแม่น้ำ"

พนิต ภู่จินดา อาจารย์ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายเพิ่มเติม

ประเด็นสำคัญอีกเรื่องที่ถูกหยิบขึ้นมากล่างถึงก็คือ งบประมาณ ซึ่งไม่ใช่เพียงการก่อสร้าง แต่รวมถึงการรักษาความปลอดภัยในทุกด้าน อีกทั้งยังเป็นการลดความสามารถในการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยริมน้ำลง อีกทั้งยังทำลายภาพจำของต่างชาติที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ริมแม่น้ำของไทย และเป็นโครงการโดดเดี่ยว เพราะมีเพียงหน่วยงานเดียวรับผิดชอบทั้งที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาเมือง

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มพื้นที่ ควรเลือกพื้นที่ใกล้เคียงชุมชน และใช้พื้นที่รัฐเป็นตัวอย่างในการเป็นพื้นที่สาธารณะให้คนเข้าถึงได้ เพราะตาม พ.ร.บ.ผังเมือง ก็มีการเปิดช่องไว้ให้ทำ ที่เรียกว่า ที่อุปกรณ์แต่ภาครัฐไม่เคยใช้

หมายเหตุ: 

โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีแผนจะก่อสร้างเป็นทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 14 กิโลเมตร จากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า -สะพานพระราม 7 งบประมาณรวมทั้งสิ้น 8,363 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 สัญญา ดังนี้

1.สะพานพระราม 7 - กรมชลประทาน สามเสน งบประมาณ 1,770 ล้านบาท

2.กรมชลประทาน สามเสน - สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้างบประมาณ 2,470 ล้านบาท

3.สะพานพระราม 7 - คลองบางพลัด งบประมาณ 2,061.5 ล้านบาท

4.คลองบางพลัด - สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า งบประมาณ 2,061.5 ล้านบาท

หากดำเนินโครงการนี้ต่อไปจะก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อความเสียหายต่อแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตริมน้ำ ศิลปวัฒนธรรม การคมนาคม ด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผังเมือง และสุ่มเสี่ยงต่อภัยพิบัติ

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?