“เพราะเป็นผู้หญิงจึงเจ็บปวด” ข้อกังวลจากนักกิจกรรมหญิงรุ่นใหม่ Womanifesto
  • Social
  • Oct 13, 2019

ในปี 2019 ผู้คนต่างเป็นพยานให้กับเหตุการณ์เคลื่อนไหวเรื่องความเท่าเทียมทางเพศหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น #metoo ที่ผู้หญิงออกมาพูดเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ หรือ Don’t Tell Me How To Dress แคมเปญรณรงค์เพื่อแสดงให้เห็นว่าการแต่งกายไม่ใช่ความผิดของผู้หญิง

ดูเหมือนว่าประเด็นเรื่องความเท่าเทียมทางเพศกลายเป็นที่กล่าวถึงในวงกว้าง รวมถึงผู้หญิงได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในโลก ไม่ว่าจะเป็นผู้นำทางการเมืองหรือผู้นำทางธุรกิจ ซึ่งล้วนแต่เป็นบทบาทที่เคยเป็นของ “ผู้ชาย” ทั้งสิ้น แต่กว่าที่ผู้หญิงจะเป็นที่ยอมรับเช่นนี้ได้กลับไม่ใช่เรื่องง่าย และยังต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคอีกมากมายที่ยังไม่มีใครรับรู้ 

อีกหนึ่งวงการที่ยังต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านเพศก็คือวงการนักกิจกรรม หรือกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ถึงแม้ว่าภาพลักษณ์ของ “นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน” จะต้องมีความเข้าใจเรื่องความเท่าเทียมเป็นอย่างดี แต่กลับพบว่า ประเด็นเรื่องความเท่าเทียมทางเพศนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่มาก และก่อให้เกิดความกังวลในกลุ่มผู้หญิงที่ทำกิจกรรมทางการเมือง นักกิจกรรมผู้หญิงบางส่วน ร่วมกับ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (Democracy Restoration Group) จึงรวมตัวกันและประกาศสิ่งที่เรียกว่า “Womanifesto” หรือ แถลงการณ์ของผู้หญิง ซึ่งได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อแสดงจุดยืนของผู้หญิงที่มีต่อปัญหาความเท่าเทียมทางเพศ และเจตนารมณ์ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่สิ่งที่ดีกว่า โดยมีนักกิจกรรมหญิงรุ่นใหม่สี่คนร่วมกันพูดคุยและเฟซบุ๊คไลฟ์สดภายในงาน ได้แก่ ธารารัตน์ ปัญญา จากกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย, สิรินทร์ มุ่งเจริญ จากกลุ่มพื้นที่เสรีจุฬา, จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ จากพรรคโดมปฏิวัติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ อ้อมทิพย์ เกิดผลานันท์ ดำเนินรายการ

“Womanifesto” คืออะไร หากนิยามอย่างง่ายแล้ว มันคือ แถลงการณ์หรือคำประกาศเจตนารมณ์ของผู้หญิง (เล่นกับคำว่า “Manifesto” ที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี) แต่ถ้าหากอธิบายให้ละเอียดมากกว่านั้น มันคือแนวทางปฏิบัติ ไม่เพียงแต่ขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองและสิทธิมนุษยชนเท่านั้น ข้อเสนอต่างๆ ใน Womanifesto ครอบคลุมทุกปัญหาพื้นฐานของผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐกิจ หรือด้านการศึกษา

ทางกลุ่มนักกิจกรรมหญิงรุ่นใหม่ยังหวังให้ Womanifesto เป็นหลักมาตรฐานในการปฏิบัติทางเพศอย่างเท่าเทียมในประเทศไทยที่นำไปใช้ทุกพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและสื่อสารกับสื่อต่างๆ รวมถึงแรงสนับสนุนให้ผู้หญิงรุ่นใหม่มีส่วนร่วมทางการเมืองมากยิ่งขึ้น

ภายใน Womanifesto ระบุว่าปัญหาหลักที่กลุ่มนักกิจกรรมผู้หญิงต้องเผชิญ ได้แก่ การขาดการมีส่วนร่วมทางการเมือง และการขาดพื้นที่ปลอดภัยในขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองและสิทธิมนุษยชน

ส่วนข้อเรียกร้องที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาตามแถลงการณ์ ระบุไว้ห้าข้อ ดังนี้

  • ข้อแรก การมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้หญิงคือสิ่งสำคัญ
  • ข้อสอง ผู้หญิงต้องได้รับโอกาสทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงบริการสาธารณะอย่างเท่าเทียม
  • ข้อสาม ผู้หญิงต้องได้รับการปกป้องจากความรุนแรงและการแบ่งแยกทุกประเภท รวมถึงได้รับการเคารพในฐานะมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน
  • ข้อสี่ ผู้หญิงต้องได้รับความยุติธรรมในกรณีที่เกิดเหตุรุนแรงจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงได้รับการรักษาที่เหมาะสม
  • ข้อห้า ผู้หญิงต้องได้รับความยุติธรรมในกรณีที่เกิดเหตุรุนแรงจากการล่วงละเมิดทางเพศ

โดยปัญหา และข้อเรียกร้องได้รวบรวมมาจากนักกิจกรรมหญิงรุ่นใหม่จากกลุ่มต่างๆ ทั่วประเทศ ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์เพื่อออกมาเป็นข้อเรียกร้องที่เป็นรูปธรรมและนำไปใช้ได้จริงให้มากที่สุดภายในงานมีงานเสวนาเล็กๆ ของกลุ่มนักกิจกรรมหญิงสามคน และหนึ่งผู้ดำเนินรายการที่เป็นนักกิจกรรมหญิงเช่นกัน

ระหว่างการพูดคุย นักกิจกรรมหญิงทั้งสามคนร่วมบอกเล่าความเป็นมาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในฐานะผู้หญิงที่ทำกิจกรรมทางการเมือง ประสบการณ์ทางการเมืองของเหล่านักกิจกรรมหญิงทั้งสามคนล้วนเริ่มมาจากเส้นทางเดียวกัน

กล่าวคือ เริ่มทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย โดยสนใจประเด็นทางการเมืองและสิทธิมนุษยชนอยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยหรือประเด็นเรื่องการคุกคามทางเพศ ระหว่างการพูดคุย สามสาวนักกิจกรรมได้เล่าประสบการณ์ของพวกเธอภายในขบวนการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาว่า

ตนได้เจอกับสังคมที่ส่วนใหญ่ผู้ชายเป็นผู้นำ มีผู้หญิงเพียงส่วนน้อย เกิดความไม่เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองจากหัวข้อการสนทนาของนักกิจกรรมชาย หรือการปฏิบัติตัวที่สร้างความอึดอัดต่อนักกิจกรรมหญิง เช่น การแซวผู้หญิง หรือล้อเลียนในเชิงเพศ ทั้งยังพบเจอกับนักกิจกรรมชายที่พูดจาเกี่ยวกับผู้หญิงในเชิงลบ ลามไปถึงการล่วงละเมิดทางเพศในกลุ่มนักกิจกรรมเอง จนทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยในการทำงานเคลื่อนไหว

ปัญหาดังกล่าวยังถูกตอกย้ำยิ่งขึ้นเมื่อผู้ชายมีอิทธิพลในขบวนการเคลื่อนไหวมากจนสร้าง “Toxic Masculinity” หรือพิษร้ายในวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ และต้องเผชิญกับปัญหา “sexist” หรือการเหยียดเพศ โดยที่ฝ่ายชายเองก็ไม่รู้ตัว

นักกิจกรรมหญิงหลายคนมักจะได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นผู้จดบันทึกการประชุม หรือเป็นเลขานุการ เพียงเพราะพวกเธอเป็นผู้หญิงและควรจะมีลายมือที่สวย จดงานเป็นระเบียบ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปแม้แต่ในกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยก็ตาม

นอกจากนี้ พวกเธอยังต้องเผชิญหน้ากับการไม่ได้รับการยอมรับ รวมถึงไม่มีคนสนใจประเด็นเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ที่ไม่ได้ก้าวหน้าไปพร้อมกับแนวคิดทางการเมือง จนกล่าวได้ว่า “ประชาธิปไตยไม่ได้ไปพร้อมกับเรื่องเพศ” ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายที่การเคลื่อนไหวทางประชาธิปไตยควรไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวทางสังคมอื่นๆ ด้วย แม้แต่นอกสภา ผู้หญิงก็ไม่มีเสียงเพียงพอที่จะเคลื่อนไหวปัญหาที่ตัวเองกำลังเผชิญหน้า เมื่อไม่มีเสียง ไม่มีพลัง ก็ไม่เป็นที่รับรู้และไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหา กลายเป็นว่า ในขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยนั้น ขบวนการ “ผู้หญิง” ภายในนั้นกลับไม่เข้มแข็งเพียงพอที่จะฝ่าฟันอุปสรรคภายในองค์กรไปด้วยกัน เมื่อผู้หญิงเหล่านี้เกิดปัญหาก็รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่รู้ว่าจะไปพึ่งใคร ขบวนการผู้หญิงก็ยิ่งอ่อนแอ เรียกร้องความยุติธรรมให้กับตนเองได้ยากเมื่อไร้ที่พึ่ง

ส่วนวิธีการแก้ปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมในขบวนการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ธารารัตน์เล่าให้ฟังว่าทางกลุ่มของเธอได้นัดประชุมกันเพื่อถอดบทเรียนและสร้างมาตรฐานเพื่อป้องกันปัญหาการคุกคามทางเพศไม่ให้เกิดขึ้นอีก วิธีทางแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ และสามารถเยียวยานักกิจกรรมผู้หญิงด้วยกันเองได้ คือ การตั้งกลุ่มที่สนับสนุนผู้หญิงที่ประสบปัญหาการคุกคามทางเพศและฟังเสียงผู้หญิง เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ผู้หญิง และยังเสนอว่าวิธีการแก้ปัญหานั้นควรเริ่มจากการทำให้ทุกคนเห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรมว่า ปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศมีผลกระทบต่อพวกเขาอย่างไรบ้าง จึงจะสร้างความตระหนักและหาวิธีแก้ไขไปพร้อมกัน

ทางด้านสิรินทร์ที่ทำงานในกลุ่มพื้นที่เสรีจุฬา และสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอธิบายว่า เนื่องจากเธอทำงานในสององค์กรที่มีระบบการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนั้นวิธีการแก้ไขปัญหาจึงแตกต่างตามไปด้วย โดยกลุ่มพื้นที่เสรีซึ่งเป็นกลุ่มที่เธอตั้งขึ้นเองจะมีกติกา และข้อตกลงร่วมกันระหว่างสมาชิกเพื่อสร้างมาตรฐานการทำงาน แต่สภานิสิตจะสร้างข้อตกลงร่วมกันค่อนข้างยากเนื่องจากมีระบบที่ยุ่งยากและสมาชิกจำนวนมาก สิรินทร์มองว่า วิธีการแก้ไขปัญหาที่ได้ผลที่สุด คือ ความมั่นใจในตนเอง มั่นใจที่จะกล้าพูดในสิ่งที่เรามองว่าไม่ถูกต้อง แต่ในความเป็นจริงก็เป็นเรื่องท้าทาย เมื่อผู้หญิงเพียงคนเดียวออกมาเรียกร้องกับกลุ่มผู้ชายหลายคน ซึ่งในฐานะผู้หญิงต้องใช้ความกล้าเป็นสองเท่าที่จะทำในสิ่งที่ผู้ชายทำได้ และอาจถูกมองว่าเป็น “เฟมินิสต์ประสาทแดก” จนทำให้สูญเสียความมั่นใจ

เธอมองว่า การสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเป็นเรื่องที่สำคัญ จึงจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศบ่อยครั้ง ฝั่งจุฑาทิพย์ก็จัดกลุ่มศึกษา โดยให้สมาชิกในกลุ่มไปอ่านหนังสือแล้วมาถกกันในประเด็นต่างๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้ผลดีอย่างยิ่ง สมาชิกในกลุ่มให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งยังเข้าใจและพร้อมสนับสนุนประเด็นเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในหมู่นักกิจกรรมมากยิ่งขึ้น

จึงกล่าวโดยสรุปได้ว่า การส่งเสริมความเข้าใจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเปลี่ยนแนวคิดจากความไม่เท่าเทียมทางเพศ ให้กลายมาเป็นความเท่าเทียมทางเพศ เมื่อทุกคนเห็นปัญหาตรงนี้ร่วมกัน เมื่อนั้นการเปลี่ยนแปลงจะตามมา 

Womanifesto มาจาการรวมตัวกันของผู้หญิงเพื่อบอกเล่าปัญหาที่ผู้หญิงต้องเผชิญ จากมุมมองของผู้หญิงที่ต้องเจอปัญหาเหล่านี้ด้วยตัวเอง เป็นการส่งเสียงของเจ้าของปัญหาเพื่อให้สังคมเห็นปัญหาที่แท้จริง รวมถึงเรียกร้องให้เกิดการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นขึ้นอย่างตรงจุด อีกทั้งยังช่วยให้คนทั่วไปมองเห็นภาพปัญหาของนักกิจกรรมหญิงได้ชัดเจนและง่ายขึ้นในรูปแบบของตัวอักษรที่รวบรวม และสรุปมาแล้ว นักกิจกรรมหญิงทั้งสามและกลุ่มผู้จัดทำ Womanifesto หวังให้แถลงการณ์ฉบับนี้เป็นเครื่องมือของผู้หญิงที่แสดงเจตนารมย์ที่จะสร้างพื้นที่ปลอดภัยและความเท่าเทียมทางเพศ เพื่อนำไปสู่สังคมที่ดีขึ้นและเป็นมิตรกับทุกเพศ และสามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกองค์กรตามความเหมาะสม 

นอกจาก Womanifesto : แถลงการณ์ของผู้หญิงแล้ว กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยได้จัดทำ “คู่มือปฏิบัติเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ” เพื่อให้ความรู้เรื่องสิทธิสตรี ความเป็นมาและความสำคัญของการเรียกร้องสิทธิสตรีและความเท่าเทียมทางเพศ รวมถึงการป้องกันภัยของผู้หญิงเมื่อเกิดเหตุคุกคามทางเพศ โดยจัดพิมพ์ในรูปแบบหนังสือคู่มือเล่มเล็ก พกพาสะดวก แจกจ่ายให้คนทั่วไปอ่านได้ และเข้าใจง่ายด้วยคำอธิบายพร้อมภาพประกอบ 

“เมื่อผู้หญิงมารวมตัวกัน เสียงของผู้หญิงจะดังขึ้น ทำให้ผู้หญิงมีพลังมากยิ่งขึ้น”

ติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับ Womanifesto และกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อความเท่าเทียมทางเพศเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ : กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group – DRG 
 

สังคมที่ส่วนใหญ่ผู้ชายเป็นผู้นำ มีผู้หญิงเพียงส่วนน้อย เกิดความไม่เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองจากหัวข้อการสนทนาของนักกิจกรรมชาย หรือการปฏิบัติตัวที่สร้างความอึดอัดต่อนักกิจกรรมหญิง เช่น การแซวผู้หญิง หรือล้อเลียนในเชิงเพศ

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?