บ้านเลขที่ 38 ถ.ออกซ์เลย์ ชนวนร้าวตระกูลลี
  • Social
  • Jul 30, 2019

ตอนที่ ลี กวนยู นายกรัฐมนตรีคนแรก และครองตำแหน่งยาวนานที่สุดของสิงคโปร์ จากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2558 แน่นอนว่า ได้ทิ้งความโศกเศร้าอาดูรให้กับประชาชนสิงคโปร์ ในฐานะที่ลีคือผู้ก่อตั้งประเทศ

แต่ใครจะคิดว่า บ้านเลขที่ 38 ถ.ออกซ์เลย์ ของเขาจะกลายเป็นชนวนความแตกแยกระหว่างพี่น้องทั้ง 3 คน ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะทุบบ้านทิ้ง หรือปล่อยให้รัฐบาลตัดสินใจว่าจะเก็บไว้เป็นมรดกของชาติ

ศึกสายเลือด 3 พี่น้องแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายแรก นายกรัฐมนตรี ลี เซียนหลุง วัย 67 ปี หัวเดียวกระเทียมลีบในฐานะลูกชายคนโต ยืนกรานว่ายังไงก็ต้องให้รัฐบาลเป็นคนตัดสินใจว่าจะเอายังไงกับบ้านหลังนี้

อีกฝ่ายก็คือน้องๆ ทั้งสอง ลี เว่ยหลิง น้องสาวคนกลาง และลี เซียนหยาง น้องชายคนเล็ก ทั้งสองยืนยันว่าต้องทุบบ้านทิ้งตามเจตนารมณ์พ่อ เท่านั้นยังไม่พอสองพี่น้องกล่าวหาว่า ที่นายกฯ ลีอยากเก็บบ้านไว้ก็เพื่อต้องการใช้เป็นทุนทางการเมืองของตนเอง

“ความนิยมในตัวเขาผูกกับตำนานของลี กวนยูชนิดที่แยกไม่ออก” เว่ยหลิง และเซียนหยาง เคยออกแถลงการณ์กล่าวถึงพี่ชายคนโตเมื่อปี 2560

แต่นายกฯ ลีก็ตอบโต้ว่า บิดาเคยเตรียมตัวพิจารณาทางเลือกอื่นไว้ด้วยเหมือนกัน หากรัฐบาลจะเก็บบ้านไว้ และเขาเองก็เคยช่วยบิดาหารือเรื่องการตัดสินใจของรัฐบาลในเรื่องนี้

สิ้นงานศพลี กวน ยู ได้ไม่นานบ้านเลขที่ 38 ถ.ออกซ์เลย์ กลายเป็นประเด็นมาโดยตลอด ยิ่งการเลือกตั้งจะมาถึงในปี 2564 เรื่องในครอบครัวก็บานปลายสู่ประเด็นการเมือง

เซียนหยาง น้องชายคนเล็กประกาศตัวสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายค้าน โดยให้เหตุผลว่า พรรคกิจประชาชน (พีเอพี) ที่พ่อของเขาก่อตั้งมาและพี่ชายสืบต่อนั้น “สูญเสียแนวทางพรรคไปแล้ว”

ตอนที่ผู้เขียนมีโอกาสไปเที่ยวสิงคโปร์ครั้งแรกในเดือน เมษายน 2559 ตอนนั้นข่าวบ้านลี กวนยู เริ่มเป็นประเด็นในหน้าสื่อแดนลอดช่องแล้ว ผู้เขียนจึงตั้งใจว่าจะต้องไปเห็นบ้านหลังนี้ด้วยตาของตนเอง ระหว่างคลำทางหาที่ตั้ง ได้ตัดสินใจถามคนงานแถวนั้นว่าบ้านหลังนี้ไปทางไหนโดยบอกเลขที่กับถนนให้เขาทราบ

“นี่คุณจะไปบ้านนายกฯเหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงประหลาด

“ใช่...ฉันชอบประวัติศาสตร์”

ผู้เขียนดั้นด้นไปถึงที่หมายตามคำบอก แต่ก็ทำได้แค่เกาะรั้ว เห็นเฉพาะหลังคา โชคดีที่เป็นคนยึดคติโบราณที่ว่า “ไม่เห็นหน้าเห็นหลังคาบ้านก็ยังดี” จากนั้นก็แอ็คท่าถ่ายรูปที่ประตูรั้วบ้าน 2-3 รูปให้พอชื่นใจว่า ฉันเคยมาบ้าน (อดีต) นายกฯ สิงคโปร์แล้วนะ เอาไปโพสต์ในเฟซเพื่อนไลค์ตรึม

ตามข้อมูลเขาว่า ลี กวนยูย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน 5 ห้องนอนหลังนี้ในปี 2488 ตั้งพรรคพีเอพีก็ที่บ้านหลังนี้ บริหารประเทศมา 30 ปีก็ที่นี่

หลังอสัญกรรมรัฐบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง พิจารณาถึงอนาคตของบ้าน ประธานคณะกรรมการ เตียว ชี ฮีน รองนายกฯ ในสมัยนั้น ระบุไว้ในรายงานฉบับปี 2561 ว่า ทางเลือกสำหรับบ้านลี กวนยูมี 3 ทางคือ อนุรักษ์ไว้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ หรือ อนุรักษ์ไว้บางส่วน ไม่ก็ ทุบทิ้งไปเลย จะเลือกแบบไหนให้รัฐบาลในอนาคตเป็นคนตัดสินใจ

บ้านประวัติศาสตร์หลังนี้นายหน้าประเมินราคาเมื่อปี 2560 ไว้ที่ 24 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (543.43 ล้านบาท) แต่พี่น้องตระกูลลียืนกรานว่า ที่ทะเลาะๆ กันอยู่เนี่ย ไม่ใช่เรื่องเงินนะจ๊ะ

ตอนนี้คนที่เป็นเจ้าของบ้านก็คือเซียนหยาง โดยเว่ยหลิงน้องสาวโสดก็อยู่ที่นี่ด้วย หากเธอไม่ย้ายออกไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับบ้าน

นายกฯ ลีบอกว่า จริงๆ แล้วพ่อยกบ้านหลังนี้เป็นมรดกให้กับเขา แต่ตอนหลังเขาขายต่อให้น้องชายในราคาตลาดแบบแฟร์ๆ รายได้นำไปบริจาคเพื่อการกุศล

คนสิงคโปร์รู้ดีว่า ลี กวนยูสั่งให้ทำลายบ้านหลังนี้เสียเมื่อเขาจากไป เพราะไม่อยากให้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาก็สูง ในพินัยกรรมระบุเรื่องนี้ไว้ด้วย แต่ไม่วายเสริมว่า ถ้าทำไม่ได้เขาก็อยากให้ปิดมันไว้ไม่ให้ใครเข้า ยกเว้นครอบครัวและลูกหลาน

เดือน มิถุนายน 2561 ผู้เขียนมีโอกาสไปสิงคโปร์อีกครั้ง และได้คุยกับคนขับแท็กซี่เรื่องบ้านลี กวนยู ได้คำตอบที่ไม่ขอยืนยันความถูกต้อง แท็กซี่เมาธ์ว่า ที่นายกฯ ลีไม่อยากทุบบ้านพ่อทิ้งเพราะบ้านหลังนี้ฮวงจุ้ยดี ทำให้สิงคโปร์เจริญรุ่งเรืองมั่งคั่ง

เดือน มกราคม 2562 ผู้เขียนไปทำข่าวที่สิงคโปร์ คราวนี้ได้คุยกับ “แดเนียล” ไกด์ประจำคณะ เรื่องที่แท็กซี่เคยเมาธ์เอาไว้

“โอ๊ย...สิงคโปร์จะเจริญรุ่งเรืองได้ มันอยู่ที่คน ไม่ได้อยู่ที่ฮวงจุ้ย” แดเนียลตอบเสียงดัง

บ้านเลขที่ 38 ถ.ออกซ์เลย์ กลายเป็นชนวนความแตกแยกระหว่างพี่น้องทั้ง 3 คน ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะทุบบ้านทิ้ง หรือปล่อยให้รัฐบาลตัดสินใจว่าจะเก็บไว้เป็นมรดกของชาติ

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?