“หลักความรับผิดชอบ” สิ่งที่ร้องขอไม่ได้...จนต้องสร้างขึ้นมาเอง
  • Social
  • Sep 19, 2019

หนังแอคชั่นหลบไป เมื่อรัฐสภาไทยดุเดือดกว่า ในวันที่ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายตั้งคำถามและข้อเรียกร้องให้นายกฯ และคณะรัฐมนตรี รับผิดชอบกับการถวายสัตย์ไม่ครบ แต่เมื่อถึงช่วงสุดท้าย ตัวละครหลัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินออกจากห้องประชุมโดยไม่ได้ตอบคำถามตรงประเด็น ทิ้งท้ายให้ส.ส.ฝ่ายค้านและประชาชนที่เฝ้าดูทั่วประเทศหาบทสรุปจากหนังเรื่องนี้ไม่ได้ 

สิ่งที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อการกระทำ เป็นหลัก ความรับผิดชอบ (accountability) หนึ่งในองค์ประกอบหลักของ ธรรมาภิบาล (Good Governance) ที่เป็นหลักในการบริหารปกครอง  แต่ดูเหมือนหลักเกณฑ์หลักการใดๆ ที่เคยมีมาต้องโยนทิ้งไป เมื่อเห็นท่าทีของท่านนายกฯ ต่อการตอบคำถามการอภิปราย

การละทิ้งหลักเกณฑ์ หรือไร้หลักเกณฑ์ใดๆ กลายเป็นเรื่องปกติของรัฐบาลไปแล้วหรือไม่?

เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายกฯ ทิ้งความค้างคาใจให้แก่สังคม ล่าสุดกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณณ์  ที่ถูกสื่อออสเตรเลีย ตีพิมพ์บทความว่าพัวพันกับคดียาเสพติด และยังมีเรื่องความน่าเชื่อถือของมหาวิทยาลัยที่ได้ปริญญาเอกมา พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกฯ ก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาล  กรณีนาฬิกายืมเพื่อนของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ สังคมก็ไม่ได้รับคำตอบหรือความกระจ่าง นอกจากได้คำถามให้มาคิดต่อว่าการยืมเชิง นิติประเพณี คืออะไร

ถึงวันนี้ยังมีใครอยากเรียกร้องให้ท่านนายกฯ ผู้กองนัส หรือบิ๊กป้อม ออกมารับผิดชอบเรื่องต่างๆ ของพวกเขาอยู่หรือไม่ ในเมื่อนายกฯ ก็ไม่ตอบคำถามให้ชัดเจน กลไกรัฐสภาทำหน้าที่แล้วแต่ก็ไม่ได้ความกระจ่าง ร.อ.ธรรมนัส ก็ยืนยันตนเองไม่ลาออกจากกรณีข่าวพัวพันยาเสพติด

รัฐบาลมีเนติบริกรสร้างบรรทัดฐานใหม่ๆ ให้สังคม การคาดหวังว่ารัฐบาลและนักการเมืองจะต้องรับผิดโดยการแสดงออกอย่างใดอย่างหนึ่งต่อการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และไม่เหมาะสมดูจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ถ้าเราไม่สามารถเรียกร้องเรื่องเหล่านี้จากผู้บริหารบ้านเมืองได้ แล้วเราจะทำอะไรได้ ?

ผู้เขียนพบบทความหนึ่งที่น่าสนใจคือ “ทำอย่างไรให้ทรัมป์ยอมรับเรื่องความรับผิดชอบ” ที่ไม่ได้มองว่านักการเมืองดีจะมีความรับผิดชอบเอง การเริ่มต้นรับผิดชอบไม่ได้เริ่มต้นที่โดนัล ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐ หรือเกิดขึ้นมาในจิตใจของนักการเมืองเอง แต่เป็นการเริ่มต้นว่า “ทุกคน”ต่างหากที่มีส่วนรับผิดชอบต่อคนที่ตนเลือกให้มาทำงาน รับผิดชอบผู้สมัครที่เราให้เงินสนับสนุน รวมทั้งรับผิดชอบต่อคำพูดที่นักการเมืองพูดหรือไม่พูดด้วยซ้ำ เพราะการกระทำของเขาส่งผลต่อสังคมทั้งหมด ตอนโหวตลงคะแนนเราทำในคูหาเป็นความลับ แต่การโหวตของเราเป็นเรื่องสาธารณะนั่นเอง

ลองคิดดูว่าหากทุกคนต้องรับผิดชอบต่อคำพูดของลุงตู่ที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ให้ผู้ประสบอุทกภัยเลี้ยงปลาเมื่อน้ำท่วม หรือคำพูดว่าอยากได้นายกฯ แบบนี้หรือแบบเดิม ที่เราไม่รู้ว่าแบบเดิมคือแบบไหน แบบที่มีอำนาจมาตรา 44 หรืออย่างไร? ถ้าเหล่าผู้สนับสนุนต้องรับผิดชอบ หรือถูกสังคมตำหนิต่อเรื่องเหล่านี้ อาจจะทบทวนการสนับสนุน และกดดันให้รัฐบาลรับผิดชอบการกระทำได้

เมื่อเราต้องมารับผิดชอบการกระทำของนักการเมืองที่เราเลือก สิ่งที่เราพอทำได้คือ การมีส่วนร่วม  (Civic engagement) ไม่ว่าจะเป็นการติดตามการลงคะแนนในวาระต่างๆ ของผู้แทนของเราตลอดปี เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ เราจะได้รู้ว่าผู้แทนคนนี้ได้ทำตามสัญญาแรกเริ่มเดิมทีเมื่อตอนหาเสียงหรือไม่ เมื่อได้เป็นส.ส.ตั้งใจทำอย่างที่พูดจริงๆ หรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเชียร์รัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เพราะแต่ละคนก็คือคนที่ท่านเลือกมาทั้งนั้น

ผู้เขียนขออนุญาตชื่นชมการเปิดตัวแพลทฟอร์มติดตามการทำงานของส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่ ที่จะบอกให้ทราบว่า ส.ส.ของท่านผลักดันเรื่องอะไรและดำเนินไปถึงไหนแล้ว เพราะนอกจากจะได้เครื่องมือใช้พิสูจน์พรรค ตามสุภาษิต ระยาทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน แต่ยังทำให้เกิดความแตกต่างที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลงาน และนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งได้ ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาต้องการยกยอพรรคอนาคตใหม่ แต่อยากให้ทุกท่านมองไปที่ประโยชน์ของประชาชนที่จะได้รับ ไม่ว่าเราจะเลือกหรือไม่ได้เลือกเขา เพราะสิ่งที่ส.ส.ทำทุกพรรคคือผลักดันเรื่องต่างๆ ของสังคม

การมีส่วนร่วมของพลเมืองในโซเชียลมีเดียยังเป็นพื้นที่ให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว พลังโซเชียล และถนนราชดำเนินที่ไปอยู่ในทวิตเตอร์ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงผู้แทนฯ และนักการเมืองได้ง่าย ซึ่งเป็นการสื่อสาร 2 ทาง ยิ่งนักการเมืองคนไหนดูแลบัญชีสื่อโซเชียลของตนเองก็จะได้รับรู้กระแสสังคมอีกด้วย อีกทั้งข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่อย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดียยังกระตุ้นให้สังคมตั้งคำถามและตรวจสอบนักการเมืองได้

ข่าวสารและความเดือนร้อนของประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานีถูกเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็ว และเกิดการตั้งคำถามว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหานี้อย่างไร โซเชียลมีเดียมีส่วนช่วยเรียก Accountability ของรัฐบาลต่อปัญหาน้ำท่วม จ.อุบลราชธานี ได้ดี แม้ว่านายกฯ จะรู้ตัวช้าว่าต้องรีบตั้งวอร์รูมช่วยเหลือผู้ประสบภัย รับบริจาคเงินช่วยเหลือตามหลังบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ แต่อย่างน้อยเราก็ช่วยกันเรียกสติท่านกลับคืนมาจากการไปกินใบเหลียงผัดไข่กับ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ภาคใต้

ความรับผิดชอบในอำนาจหน้าที่ เป็นสิ่งที่ทุกคนคาดหวังในตัวนักการเมือง แต่สังคมก็ไม่ควรนิ่งดูดายที่จะ “รอ” นักการเมือง “ดี” หรือ “คนดี” ขึ้นมา แต่สามารถเป็นผู้ร่วมสร้างนักการเมืองที่รับผิดชอบต่อสังคมได้ 

อ้างอิงข้อมูจาก
https://www.ocsc.go.th

https://www.washingtonpost.com/opinions/2019/08/08/how-we-hold-trump-enablers-accountable/

เมื่อเราต้องมารับผิดชอบการกระทำของนักการเมืองที่เราเลือก สิ่งที่เราพอทำได้คือ การมีส่วนร่วม  (Civic engagement) ไม่ว่าจะเป็นการติดตามการลงคะแนนในวาระต่างๆ ของผู้แทนของเราตลอดปี เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ เราจะได้รู้ว่าผู้แทนคนนี้ได้ทำตามสัญญาแรกเริ่มเดิมทีเมื่อตอนหาเสียงหรือไม่

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?