หม้อ เครื่องหมายแห่งการขัดขืนในการประท้วงชิลี
  • Social
  • Oct 28, 2019

หลังจากเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลชิลีได้ประกาศขึ้นค่าโดยสารรถไฟใต้ดินในช่วงเวลาเร่งด่วนสูงสุดถึงประมาณ 1.17 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 35 บาท โดยให้เหตุผลด้านการแบกรับต้นทุนพลังงานที่สูงและค่าเงินเปโซที่อ่อนตัว ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่เกิดความไม่พอใจ โดยเฉพาะประชาชนในกลุ่มนักศึกษา และนักเรียนไฮสคูล จนส่วนใหญ่เลือกออกมาชุมนุมประท้วงตามท้องถนนและจุดต่างๆ ในตัวเมือง

ก่อนที่การประท้วงจะยกระดับความรุนแรงขึ้น ถึงขั้นที่บางส่วนเลือกโจมตีสถานีรถไฟใต้ดินหลายแห่ง ขว้างปาหิน และสิ่งของต่างๆ จุดไฟเผาสถานที่ต่างๆ รวมถึงรถโดยสารประจำทางอย่างน้อย 1 คัน และปิดกั้นเส้นทางจราจรหลายจุดในหลายเมืองทั่วประเทศ ด้านหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลรถไฟใต้ดินในชิลีได้ประกาศปิดให้บริการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 2 วัน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย พร้อมประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน (สถานี, กล้องวงจรปิด ฯลฯ) ว่าน่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ

เซบาสเตียน พิเนรา (Sebastian Pinera) ประธานาธิบดีชิลี ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น หลังเหตุประท้วงกรณีขึ้นค่าโดยสารรถไฟใต้ดินซึ่งกระทบต่อค่าครองชีพของพลเมืองในประเทศได้ยกระดับความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พิเนรายังได้เปิดทางให้กองกำลังทหารเข้าควบคุมความสงบเรียบร้อยตามจุดต่างๆ ในตัวเมือง

ประธานาธิบดีชิลีกล่าวว่า “ผมได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไป และผมยังได้มอบหมายให้ พลตรี ฮาเวียร์ อิตูร์ริเอกา เดล คัมโป (Javier Iturriaga del Campo) ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายรักษาความสงบแห่งชาติ ตามบทบัญญัติกฎหมายรัฐของเราในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป้าหมายของการประกาศสภาวะฉุกเฉินในครั้งนี้ก็เพื่อให้แน่ใจถึงความสงบเรียบร้อยของประชาชน ความปลอดภัยของทรัพย์สินสาธารณะและทรัพย์สินส่วนตัว จะไม่มีที่ยืนให้กับความรุนแรงในประเทศนี้ที่ยึดถือหลักการด้านนิติธรรมเป็นสำคัญ”

หญิงชาวชิลีรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า หลังจากที่เธอกำลังนั่งดูทีวีและได้ยินประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากรัฐบาลอยู่ในคอนโด เธอได้ยินเสียงผู้คนในคอนโดเคาะหม้อสต๊อก และกระทะดังเป็นจังหวะรับส่งกันไป  เมื่อออกมาดูที่ระเบียงก็เห็นผู้คนออกมายืนตีหม้อเคาะกระทะกันตามระเบียงบ้านเต็มไปหมด เสียงนั้นดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณและรับรู้ได้ว่าการประท้วงต่อต้านรัฐบาลได้เริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้วในชิลี

“เมื่อคุณได้ยินเสียงผู้คนตีหม้อเคาะกระทะรับส่งกันไปในชิลี นั่นทำให้เข้าใจได้ว่ามันเป็นสัญญาณของเสียงประชาชนต่ออำนาจรัฐ”

ชาวชิลีเรียกการประท้วงแบบนี้ว่า Cacerolazo (กาเซโรลาโซ) หรือ Cacerolada (กาเซโรลาดา) ซึ่งใช้ในความหมายว่าเป็นการประท้วง (protest)

คำว่า Cacerolazo เป็นภาษาสเปน  มาจากคำว่า Cacerola (กาเซโรลา) แปลว่า หม้อสต๊อก/สตูว์  ส่วน Cacerolazo/Caceloraso แปลว่า การตีหม้อ  หมายถึง รูปแบบการประท้วงที่ใช้หม้อ  กระทะ  หรือเครื่องครัวอื่นๆ มาตีให้เกิดเสียงดัง รูปแบบการประท้วงแบบตีหม้อนี้พบแพร่หลายในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ชิลี อาร์เจนตินา เวเนซุเอลา อุรุกวัย เอกวาดอร์ คิวบา เปรู บราซิล เปอร์โตริโกและยังพบได้ในตุรกี และควิเบกด้วย

การประท้วงแบบ Cacerolazo เริ่มปรากฏขึ้นในประเทศชิลีใน ค.ศ. 1971  เพื่อประท้วงการขาดแคลนอาหารในช่วงระหว่างการปกครองของประธานาธิบดีซัลวาดอร์ อัลเลนเด (Salvador Allende) จุดเริ่มของ Cacerolazo มากจากการที่ในสมัยนั้นประชาชนชาวชิลีประสบภาวะข้าวยากหมากแพง และผู้คนขาดแคลนอาหารอย่างหนัก จึงเอาอุปกรณ์ทำอาหารมาตีเพื่อประท้วง

ต่อมาหลังจากที่ออกุสโต ปิโนเชต์ (Augusto Pinochet) ยึดอำนาจในปี 1973  การประท้วงแบบ Cacerolazo ได้เงียบหายไปพักหนึ่ง จนกระทั่งเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 1982-83  ก็เกิดการประท้วง Cacerolazo ขึ้นอีก และพบว่าหลังจากนั้นก็ยังพบการประท้วง Cacerolazo อย่างต่อเนื่องในชิลี  เพื่อต่อต้านอำนาจของปิโนเชต์ จนในที่สุดเขาได้ออกจากตำแหน่งในปี 1990 

เราพบเห็นการประท้วง Cacerolazo ในชิลีเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบันที่ผู้คนออกมาประท้วงเป็นเรือนแสนแสดงความไม่พอใจประเด็นขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าเมโทรในกรุงซานติอาโกจนบานปลายรุนแรงและยกระดับกลายเป็นการขับไล่ประธานาธิบดีเซบาสเตียน พิเนรา

ทั้งการประท้วงในอดีตที่ผ่านมาและในปัจจุบันพบว่า ชาวชิลีใช้หม้อเป็นสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหว  เพื่อท้าทายหรือโค่นล้มระบอบระเบียบดั้งเดิม ในหลายพื้นที่อาจใช้สัญลักษณ์และวัตถุสิ่งของต่างๆเพื่อต้องการทำให้อำนาจรัฐถูกกร่อนเซาะลง อย่างที่พบว่าบางที่ใช้หินกรวดเป่าลมเพื่อก่อความสับสนงงงวย และล้อเลียนเจ้าหน้าที่ สิ่งของหลายๆ ชนิด ที่ถูกขบวนการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงสังคมนำไปใช้เป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้นั้น เป็นวัตถุที่ใช้สอยได้ในชีวิตประจำวันหรือในความเป็นจริง แต่ขณะเดียวกัน พวกมันก็สื่อแสดงถึงความใฝ่ฝันในสังคมแห่งอุดมคติด้วยและไม่ว่าจะใช้อะไรล้วนแล้วแต่ถือเป็นวัตถุแห่งการขัดขืน (Disobedient Objects) เหมือนกัน 

หม้อซึ่งเป็นเครื่องครัวที่ดูธรรมดา บ้านๆ นี้ ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุแห่งการขัดขืน ซึ่งเคยช่วยให้กลุ่มคนบางกลุ่มได้รับสิทธิ์ที่พวกตนพึงได้ กระทั่งเคยมีส่วนในการโค่นล้มรัฐบาลมาแล้ว  จริงๆ ในชิลีเพียงแค่ตีหม้อก็แสดงจุดยืนว่าต้องการประท้วงและมันก็ไม่จำเป็นด้วยว่าจะต้องออกมาประท้วงบนท้องถนน แค่ยืนตีหม้อที่ระเบียงหรือหน้าบ้านก็ย่อมทำได้เช่นกัน

สาเหตุที่หม้อถูกนำมาใช้ในนัยยะเช่นนั้น เพื่อต้องการทำให้ เนื้อหาของการประท้วงได้มีโอกาสเดินทางไปถึงความรับรู้ของบรรดาชนชั้นสูงในสังคม

ตั้งแต่ ค.ศ.1971  เครื่องครัวจำนวนมากถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหวของชาวชิลีในการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ว่ากันว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของเครื่องครัว อย่าง หม้อ กระทะ ตะหลิว ช้อน ฯลฯ ที่ถูกประทับตราว่าเป็นวัตถุแห่งการขัดขืน และตั้งแต่นั้นมาความหมายของเครื่องครัวในประเทศลาตินอเมริกา ได้หลุดลอยออกจากเป้าประสงค์ดั้งเดิมของผู้ออกแบบรายแรกเริ่ม  และพลังอันชัดแจ้งมีชีวิตชีวาของสิ่งของทั้งหลายเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีผู้สร้างเป้าหมายเฉพาะในประเด็นใหม่ๆ ใส่ลงไปในวัตถุเหล่านั้น  ในที่สุดแล้ว เราได้เห็นถึงพลังร่วมที่ซ่อนอยู่ในข้าวของเครื่องใช้ภายในครัว เมื่อวัตถุเหล่านั้นถูกผนวกรวมเข้ากับเป้าประสงค์ทางการเมือง

แม้ลำพังแค่การตีหม้อเคาะกระทะดูจะเป็นวิธีการที่เรียบง่ายทว่านำไปสู่ปลายทางอันรุ่มรวยเป็นอย่างยิ่ง และยิ่งในสมัยนี้ที่คนจำนวนมากต่างใช้ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือสื่อสาร ดังนั้น พวกเขาล้วนตระหนักดีว่าสิ่งของที่ตนเองนำมาใช้ในการเคลื่อนไหว จะต้องถูกบันทึกภาพเอาไว้ แล้วนำไปทวีตต่อในโลกออนไลน์ ด้านหนึ่ง วัตถุพวกนี้จึงเป็นสิ่งของที่สามารถหาได้ง่ายๆ บ้านๆ หรือทำได้ง่ายๆ ซื่อๆ แต่ในอีกด้าน สิ่งของเหล่านี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาด้วยความตระหนักรู้ว่า พวกมันจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารยุคใหม่

สิ่งของที่ถูกนำมาใช้ในการประท้วง มักมีสถานะเป็น “สัญลักษณ์ร่วม” ซึ่งแสดงถึงความสมัครสมานสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของผู้คนจำนวนมาก ในฐานะมวลชนกลุ่มหนึ่ง 

ตั้งแต่ ค.ศ.1971 เครื่องครัวจำนวนมากถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหวของชาวชิลีในการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ว่ากันว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของเครื่องครัว อย่าง หม้อ กระทะ ตะหลิว ช้อน ฯลฯ ที่ถูกประทับตราว่าเป็นวัตถุแห่งการขัดขืน

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?