ปัญหาปากท้อง ตัว (ประ) กัน แก้รัฐธรรมนูญ
  • Social
  • Sep 26, 2019

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นคลื่นใต้น้ำทางการเมืองที่ซัดเข้าฝั่งมาตลอด นับตั้งแต่การหาเสียงของพรรคการเมือง จนนำมาสู่การบรรจุเป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็มักอ้าง ปัญหาปากท้อง สำคัญกว่าการแก้รัฐธรรมนูญเมื่อคลื่นลูกนี้กระทบฝั่ง ในขณะที่ฝ่ายค้านก็คอยกระเพื่อมคลื่น จัดเวทีเสวนาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแล้วหลายจังหวัด และเคลื่อนไหวผลักดันให้ประชาชนมองเห็นว่าปัญหาปากท้องเกี่ยวโยงกันกับรัฐธรรมนูญ

เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้มาแล้ว 2 ปี ผู้เขียนมีคำถาม 3 คำถามที่เกี่ยวเนื่องกันให้ผู้อ่านลองพิจารณาคำตอบของตนเอง

คำถามแรก ท่านคิดว่าเรื่องปากท้องของท่านตอนนี้เป็นอย่างไร

ลองเก็บคำตอบไว้ในใจแล้วพิจาณาต่อว่า ใครกันคือผู้บริหารประเทศที่มีหน้าที่ดูแลเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และปากท้องของท่าน ใครคือผู้ที่มีอำนาจดูแลประชาชนยามเกิดภัยพิบัติ และผู้นั้นได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเพื่อนร่วมชาติของเราอย่างดีแล้วหรือยัง

และคำถามสุดท้ายคือ ผู้มีอำนาจหน้าที่เหล่านั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร คำตอบข้อนี้คือ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติหน้าที่และที่มาของฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ กำหนดบทบาทหน้าที่ของฝ่ายต่างๆ ผู้ที่จะมาดูแลเศรษฐกิจ สังคม ความเป็นอยู่ของประชาชน และรับผิดชอบโดยตรงต่อความรู้สึกต่อเรื่องปากท้องของท่าน

เช่นนี้แล้วเรื่องของรัฐธรรมนูญจะเป็นคนละเรื่องกับปากท้องอย่างที่ท่านนายกฯ กล่าวได้อย่างไร

รัฐธรรมนูญ 60 ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดตั้งแต่ที่มาของกฎหมาย ที่เขียนขึ้นโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งขึ้น จนถึงเนื้อหาของรัฐธรรมนูญในมาตราต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่มาของนายกฯ ที่มาและอำนาจหน้าที่ส.ว. รวมถึงระบบการเลือกตั้งที่จำกัดสิทธิของประชาชนให้เลือกทั้งคนและพรรคในบัตรใบเดียว ระบบการเลือกตั้งที่ทำให้รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำจนไร้เสถียรภาพ

(แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะได้รับ “ความชอบธรรม” จากการลงประชามติ แต่การทำประชามติก็ก็ถูกตั้งข้อกังขาว่าไม่เสรี เพราะผู้ที่รณรงค์ไม่รับร่างฯ ถูกดำเนินคดีแทบทั้งสิ้น)

ผลพวงด้านลบของรัฐธรรมนูญได้เกิดขึ้นเป็นพยานให้เห็นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่ยืดเยื้อจนทุบสถิติยาวนานที่สุดในประเทศ 108 วัน เป็นรัฐบาลผสมที่มีพรรคร่วมรัฐบาลมากที่สุดถึง 19 พรรค (ณ วันจัดตั้งรัฐบาล) ที่ไม่ได้ส่งผลดีต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเลยแม้แต่น้อย ต้องอาศัยคนเลี้ยงลิงคอยประสานพรรคการเมือง และกลุ่มต่างๆ ต้องใช้เวลาไปกับการต่อรองกับกลุ่มการเมือง จนอาจละเลยปัญหาทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน

ไม่แปลกใจที่หลายฝ่ายออกมาร่วมแสดงความเห็นว่า รัฐธรรมนูญจำเป็นต้องแก้ไข เป็นวาระเร่งด่วนที่สามารถทำได้ทันที ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการทางนิติบัญญัติ ส่วนการแก้ไขปัญหาปากท้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่ทำควบคู่กันได้

โดยประเด็นที่ฝ่ายเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญได้แก่ ที่มาของ ส.ว. อำนาจหน้าที่ของ ส.ว.โดยเฉพาะการเลือกนายกฯ และขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยากเย็นแสนเข็ญ รวมถึงการยกเลิกมาตราที่ให้คำสั่งของคสช. ชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายความว่าเรื่องต่างๆ สามารถถูกยื่นฟ้องกับศาล หรือองค์กรต่างๆ ว่าขัดกับกฎหมายได้ แต่ถ้าเป็นการกระทำของคสช. ไม่สามารถถูกตรวจสอบได้เพราะชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญแล้ว ประหนึ่งว่าการกระทำของคสช. ยิ่งใหญ่ครอบคลุมกว่ารัฐธรรมนูญ

ส่วนการแก้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ไม่ได้ทำง่ายๆ เป็นปกติ แต่การบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ยากกว่าเดิมเพราะเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ 40 และ 50 ที่ใช้เสียงข้างมากของรัฐสภา ไม่จำแนกส.ส. และส.ว. และไม่ได้กำหนดให้ได้เสียงจากพรรคฝ่ายค้านด้วย

ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ไขที่มาและอำนาจหน้าที่ของส.ว. เมื่อถึงขั้นตอนที่สภาทั้งสอง อันหมายถึงสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา จะต้องลงคะแนนเสียงเห็นชอบ มีคำถามว่า จะมีท่านวุฒิสมาชิกเห็นชอบแก้ไขมาตราที่บัญญัติอำนาจหน้าที่ของตนหรือไม่ และหากมาตราดังกล่าวไม่ผ่าการเห็นชอบ คงไม่แคล้วสังคมได้ตั้งคำถามว่าทำไม และใครทำให้ไม่ผ่าน

ในระหว่างที่ประเทศไทยกำลังเถียงกันเรื่องแก้ปากท้องก่อนแก้รัฐธรรมนูญ เมียนมาร์ ประเทศเพื่อนบ้านก็มีประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน โดย พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ เอ็นแอลดี ของนางอองซาน ซูจี ที่ชนะการเลือกตั้งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เมื่อปี 2558 กำลังผลักดันการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ 2551 (2008) ซึ่งเขียนขึ้นโดยคณะกรรมการยกร่างที่มาจากรัฐบาลทหาร นำโดยนายพลขิ่น ยุ้น

ประเด็นที่สำคัญคือ รัฐธรรมนูญของเมียนมาร์ ให้อำนาจผู้นำทหารเป็นผู้เสนอชื่อ 1 ใน 4 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม มหาดไทย และกิจการชายแดน โดยให้เหตผลเพื่อความมั่นคง และยังให้อำนาจวีโต้กฎหมายอีกด้วย

ทั้งนี้พรรคเอ็นแอลดีมีเป้าหมายลดจำนวนที่นั่งส.ส.ของกองทัพให้เหลือร้อยละ 15 ภายในปี 2564 และยกเลิกข้อกำหนดห้ามผู้สมัครที่มีคู่สมรส หรือบุตรเป็นชาวต่างชาติ ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในขณะที่ซูจี มีลูกชายสองคนกับสามีชาวอังกฤษที่เสียชีวิตแล้ว

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดีเมื่อ รัฐสภาเมียนมาร์รับรองจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 45 คน โดยมาจากพรรคเอ็นแอลดี 19 คน ตัวแทนฝ่ายกองทัพ 8 คน ที่เหลือมากจากตัวแทนพรรคการเมืองอื่นๆ สัดส่วนนี้เชื่อว่าพรรคเอ็นแอลดีจะผลักดันให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และลดบทบาทกองทัพได้

แต่การแก้ไขบทบัญญัติต้องได้รับการโหวตจากสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภามากกว่า 75% จึงต้องมีเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาฝั่งทหารที่มีอยู่ 25% ด้วย ซึ่งผลการลงมติในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามที่พรรคเอ็นแอลดีหวังไว้ โดยการลงมติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านเพียงญัตติเดียว คือ คุณสมบัติประธานาธิบดี เดิมต้องรอบรู้กิจการ "กองทัพ" แก้ไขเป็นรอบรู้กิจการ "กลาโหม" ส่วนญัตติสำคัญอย่างเนื้อหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายกฯ มาจากส.ส. และคุณสมบัติประธานาธิบดี ไม่ได้รับเสียงข้างมาก 75% ตามเกณฑ์ขั้นต่ำ ญัตติจึงตกไป

เปรียบเทียบการแก้ไขรัฐธรรมนูญของเมียนมาร์ และไทยแล้ว แม้พรรครัฐบาลอย่างเอ็นแอลดีจะเป็นหัวหอกในการเคลื่อนไหว แต่ก็ไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นได้ ทั้งนี้ซูจียังคงเดินหน้าผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับชาวเมียนมาร์ต่อไป และยังคงใช้ประเด็นนี้ในการเตรียมหาเสียงเลือกตั้งในปีหน้า

นี่เป็นตัวอย่างให้เห็นถึงเส้นทางอันอีกยาวไกลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของไทย ที่พรรคฝ่ายค้านเพิ่งเริ่มต้นแย่งยื้อตัว (ประ) กันขวางการแก้รัฐธรรมนูญ นั่นก็คือ “ปัญหาปากท้อง” ออกมาจากข้ออ้างของรัฐบาล โดยเดินสายจัดเวทีเสวนาทั่วประเทศ และยังต้องฝ่าด่านรัฐสภา ที่อาจจะดับฝันลงตรงนี้ด้วยฤทธิ์เดช ส.ว. ที่นอกจากคสช.เป็นผู้คัดเลือก ยังมีปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติดำรงตำแหน่งส.ว. ในวาระแรกตามบทเฉพาะกาลอีกด้วย

การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงไม่ง่าย และอาจฝันสลายกลางสภาเหมือนเช่นเมียนมาร์  เพราะบริบทและกฏเกณฑ์ช่างคล้ายกันเหลือเกิน

 

อ้างอิง
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2603207
https://futureforwardparty.org/5060
https://www.reuters.com/article/us-myanmar-constitution/myanmar-lawmakers-debate-proposals-to-curb-military-political-power-idUSKCN1UP18Z
https://www.matichonweekly.com/in-depth/article_215091
https://prachatai.com/journal/2015/06/60017


 

ส่วนการแก้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ไม่ได้ทำง่ายๆ เป็นปกติ แต่การบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ยากกว่าเดิมเพราะเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ 40 และ 50 ที่ใช้เสียงข้างมากของรัฐสภา ไม่จำแนกส.ส. และส.ว. และไม่ได้กำหนดให้ได้เสียงจากพรรคฝ่ายค้านด้วย

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?