1.5 หมื่นล้าน ความเสียหายภัยแล้งที่สะเทือนถึงสภา
  • Social
  • Jul 25, 2019

1.5 หมื่นล้าน ได้กลายเป็นตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยแล้งจากการประเมินเบื้องต้นของศูนย์วิจัยกสิกร แม้ว่าล่าสุดจะมีการสำรวจพื้นที่นาข้าวที่มีอยู่ 40 ล้านไร่แล้วเพื่อรายงานให้ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใช้ประกอบในการแถลงนโยบายรัฐบาลวัน 25-27 กรกฎาคมนี้

เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นในลักษณะของคาดการณ์เท่านั้น เพราะข้าวเมื่อได้น้ำฝนที่จะตกในเดือนสิงหาคมนี้จะฟื้น และในพื้นที่เสียหายสามารถปลูกทดแทนได้ทันไม่เกินวันที่ 12 สิงหาคมที่จะถึงนี้

ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมการเกษตรได้ตั้งวอร์รูมขึ้นทุกจังหวัดเพื่อรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริง เพื่อนำมาประมวลผลการช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด

ประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว ให้ข้อมูลว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้นจะกระทบกับนาข้าวมากที่สุด จากปัจจุบันที่เริ่มเพาะปลูกไปแล้ว 39-40 ล้านไร่ ต้นข้าวยังอ่อนอยู่มาก ต้องการน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องพึ่งน้ำฝน ดังนั้นตาม ที่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกอีกครั้งในเดือนสิงหาคมนี้ จะเป็นโอกาสเดียวของการทำนา ปี 2562/63

โดยเกษตรกรต้องปลูกให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 12 สิงหาคมนี้เท่านั้น ทั้งข้าวไวแสง และไม่ไวแสง หากเลยระยะเวลานี้ไป ในส่วนของข้าวไวแสงเช่น ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิอาจไม่ให้ผลผลิต ส่วนข้าวไม่ไวแสงแม้จะให้ผลผลิตได้แต่ก็จะเสี่ยงไม่มีน้ำ

ดังนั้น พื้นที่ปลูกข้าวของไทยในปีนี้อาจจะทำได้เพียง 40 ล้านไร่ ต่ำกว่าแผนข้าวครบวงจร ที่กำหนดไว้ 58 ล้านไร่ โดย 40 ล้านไร่ที่มีอยู่นี้อาจจะได้รับความเสียหายในอนาคตกรณี ฝนตกไม่ทั่วถึง ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ฝนในเดือนสิงหาคมนี้ด้วย

จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า พื้นที่เสี่ยงข้าวเสียหายมากที่สุด คือ ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เป็นแหล่งผลิตข้าวที่มากที่สุดของประเทศ ทั้งนี้ ปริมาณข้าวที่ลดลงดังกล่าวเป็นไปได้ที่จะกระตุ้นราคาให้สูงขึ้น ดังนั้นหากไทยสามารถรักษาพื้นที่ปลูกข้าว 40 ล้านไร่ให้รอดตายได้ก็จะเป็นโอกาสทางด้านราคา

ปฏิเสธไม่ได้ว่า จนถึงขณะนี้ การจัดการน้ำ ก็ยังคงเป็นทั้งคำถาม และความท้าทายสำหรับรัฐบาล ซึ่งในการแถลงนโยบายรัฐบาลก็ได้บรรจุเอาเนื้อหาสาระ การส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ แหล่งน้ำชุมชน และทะเลโดยเชื่อมโยงกับแผนบริหารจัดการน้ำ 20 ปีของประเทศ เพิ่มผลิตผลในการจัดการและการใช้น้ำทุกภาคส่วน จัดให้มีน้ำสะอาดใช้ทุกครัวเรือนในชุมชนชนบท ในปริมาณ คุณภาพ และราคาที่เข้าถึงได้ มีระบบการจัดการน้ำชุมชนที่เหมาะสม

หากประเมินตาม สถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) คาดการณ์ปริมาณฝนในช่วงเดือน สิงหาคม -กันยายน 2562 จะมีปริมาณน้อยกว่าค่าปกติ และในบางพื้นที่จะมีสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงนั้น เมื่อประกอบกับสถานการณ์กรณีการระบายน้ำในแม่น้ำโขง ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่

ที่นากว่า 40 ล้านไร่จะรอดหรือขึ้นอยู่กับฝนเดือนสิงหา ซึ่งเกษตรกรต้องปลูกให้เสร็จก่อนวันแม่แห่งชาติ

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์