ปีเตอร์ แพน ต้นฉบับ ที่จริงแล้ว ดาร์ค กว่าที่คิด
  • Social
  • Dec 18, 2019

หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับเรื่องราวการผจญภัยของ ปีเตอร์ แพน เด็กที่ไม่รู้จักโตที่เขาต้องรับมือกับโจรสลัดมือตะขอ และความน่าอัศจรรย์อื่นๆ ในดินแดนหรรษาที่ชื่อว่า Neverland

Peter Pan (1953) 

แค่เอ่ยชื่อ ปีเตอร์ แพน เด็กชายผู้ไม่โตเป็นผู้ใหญ่เสียที และยังเป็นหัวขโมยเจ้าเล่ห์ตัวน้อยน่ารักที่ทำตัวเป็นขวัญใจของเด็กทั่วโลกมาแล้วหลายต่อหลายรุ่น เชื่อว่าเด็กหลายคนและรวมถึงผู้ใหญ่อีกหลายคนต่างก็รู้จักชื่อนี้กันเป็นอย่างดี  บางคนก็จัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเรื่องที่ชอบสมัยเป็นเด็กหรือเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม

เรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ตั้งหลายครั้งหลายหนแล้ว มันเป็นเรื่องราวชีวิตของเจ้าหนูปีเตอร์ แพนที่เดินทางเข้าไปในเมือง Neverland  เมืองที่หยุดเวลาไว้ให้เด็กไม่มีวันแก่

เรื่องย่อๆ คือการผจญภัยของเวนดี้สาวน้อยที่ถูกปีเตอร์ แพน ลักพาตัวไปยังเนเวอร์แลนด์ด้วยความเต็มใจ ในเนเวอร์แลนด์ก็มีทั้งนางฟ้า นางเงือก โจรสลัด ชาวเผ่าผิวแดง จระเข้กินคน นกติ๊งต๊อง แล้วก็แก๊งเด็กหลง  ทั้งหมดผจญภัยกันไปตามประสาเด็กน้อย แบบว่าทำให้จินตนาการบรรเจิด

ส่วนหนึ่งที่ทำให้หลายคนติดใจเพราะปีเตอร์ แพนได้โน้มน้าวใจเด็กๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่าเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขาว่า ขอเพียงเรามีความหวังอย่างแรงกล้ามากพอ ความฝันของเราก็จะเป็นจริงขึ้นมาได้ ทำให้มีคนเฝ้าฝันหาเนเวอร์แลนด์ อยากมีดินแดนที่จะหยุดความสุขแบบเด็กๆ ไว้นานเท่านาน ดินแดนที่ความทุกข์จะเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย อย่างการไม่มีเพื่อนเล่นเท่านั้น

แต่เรื่องมันไม่ได้โลกสวยใสไร้เดียงสาอย่างนั้นนะสิ

เพราะเจ้าหนูปีเตอร์ แพน เวนดี้ พร้อมด้วยแก๊งเด็กหลง ทำให้เราเห็นด้านมืดของเด็กๆ ซึ่งจริงแล้วๆ  พวกเด็กๆ ชอบเรื่องโหดๆ และการนองเลือด แถมยังฆ่าอะไรต่อมิอะไรได้อย่างหน้าตาเฉย แบบไม่แคร์ด้วย อย่าง ฆ่าโจรสลัด แล้วก็หลงลืมมันไปเสียดื้อๆ ต่อหน้าต่อตา เดี๋ยวนั้นเลย ผู้เขียนวรรณกรรมเรื่องนี้ให้เหตุผลว่า

นั่นเป็นเพราะพวกเด็กร่าเริงไร้เดียงสา จึงทำให้เจ้าหนูปีเตอร์ แพนถึงได้กล้าตัดแขนกัปตันฮุก และยังโยนแขนของฮุกให้จระเข้กินอีก

แต่จะว่าไปกัปตันฮุกนี่ก็โหดเหี้ยมไม่เบาเหมือนกัน มีอยู่ตอนหนึ่งที่ฮุก และโจรสลัดลูกน้องสะกดรอยตามไปถึงบ้านพักของพวกเด็กหลง และวางแผนฆ่าพวกเด็กหลงอีก เขาสั่งให้ลูกน้องทำเค้กที่ใส่ไขมันกับน้ำตาลลงไปเยอะๆ ฮุกบอกว่า พวกเด็กหลงไม่มีแม่ เด็กพวกนี้ไม่รู้อันตรายของการกินไขมัน และน้ำตาลว่ามันร้ายจนทำให้ตายได้ ทีนี้พอพวกเด็กหลงกินเค้กเข้าไปก็จะตายอย่างทรมาน

Peter Pan (1953) 

หรือเพราะเป็นวรรณกรรมเด็ก เลยทำให้เรารู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตลก สนุก ใสซื่อ ร้ายเดียงสา  แฟนตาซีมาก ปีเตอร์ แพน ก็เลยดูเป็นเด็กที่โหดเหี้ยมได้อย่างไร้เดียงสา และไร้หัวใจ เอาเฉพาะแค่เวอร์ชั่นที่ทำออกมาเป็นหนังสือให้เราอ่านหรือเป็นภาพยนตร์ให้ดูกันนี่ก็ว่าร้ายเดียงสาแล้ว ในต้นฉบับลายมือของ J.M. Barrie ผู้เขียน Peter Pan and Wendy ยิ่งส่อให้เห็นด้านมืดของเด็กชายคนนี้ได้อีก

Jessica Nelson บรรณาธิการที่ตรวจแก้ต้นฉบับเรื่องนี้ใหม่ เผยว่า ต้นฉบับลายมือเขียนร่างแรกของ แบร์รี่มีลักษณะคล้ายกับต้นฉบับร่างแรกเรื่อง Frankenstein ของ Mary Shelley ที่ตัวประหลาดในเรื่องดำมืดยิ่งกว่า และไร้คุณสมบัติของความเป็นมนุษย์

ปีเตอร์ แพนในฉบับร่างแรกมีอัตตาสูง และดูกักขฬะกว่าฉบับที่แก้ไข และตีพิมพ์มาให้เราได้อ่านและชมกันเสียอีก เมื่อเปรียบเทียบกับต้นฉบับที่ตีพิมพ์ พบว่า แบร์รี่ได้ลดความโหดร้ายรุนแรงของปีเตอร์ แพน ลงมากแล้ว เพื่อให้เหมาะกับผู้อ่านในปี 1911 ด้วยการที่เขาตัดคำบางคำที่บรรยายลักษณะนิสัยของปีเตอร์ แพน เช่น เด็กชายผู้กลวงเปล่า ไม่มีมารยาท ไร้สัมมาคารวะ และยังจะชอบดูถูกผู้อื่น แบร์รี่ไม่กลัวการเปิดเผยด้านมืด และเขาพยายามทำให้เห็นด้วยว่า เด็กๆ ก็มีด้านที่ร้าย ไม่ได้ใสๆ ไร้เดียงสาอย่างเดียวหรอก

มีคนเชื่อว่า ปีเตอร์ แพน คือ ตัวละครที่แบร์รี่แต่งให้เดวิด เรื่องราวของปีเตอร์ แพน มาจากความทรงจำในวัยเด็กของแบร์รี่เมื่อตอนที่เขาอายุ 6 ขวบ พี่ชายของเขาคือ เดวิด เสียชีวิตที่ลานสเก็ตน้ำแข็ง ขณะอายุ 13 ปี แม่ของพวกเขาซึ่งปกติแล้ว เป็นผู้หญิงที่น่ารัก อ่อนหวาน กลับกลายเป็นคนซึมเศร้าไร้ชีวิตชีวา แบร์รี่ซึ่งอยากให้แม่กลับมามีความสุขอีกครั้ง จึงได้เริ่มทำตัวเลียนแบบเป็นเสมือนเงาของพี่ชาย จนเมื่อเขาอายุ 13 ปี เท่าเดวิดที่เสียชีวิตไป เขาพบว่า เขาได้หยุดการเจริญเติบโต และมีเสียงเล็กแหลมเหมือนเด็กผู้ชาย

หลังจากเรียนจบเขาได้ย้ายไปลอนดอน เพื่อเริ่มต้นอาชีพนักเขียน และเมื่อแบร์รี่เติบโต ความคิดเกี่ยวกับ เด็กชายที่ไม่มีวันเป็นผู้ใหญ่ ของเขา ก็ค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น ต่อมา เขาได้รู้จัก และสนิทสนมกับครอบครัวเดวี่ส์ ณ สวนเคนชิง ตัน (Kensington Gardens) และใน ค.ศ.1899 หลังจากที่พ่อแม่ของเด็กๆ ครอบครัวเดวี่ส์ เสียชีวิต แบร์รี่ได้รับเด็กพี่น้องเดวี่ส์มาดูแลเป็นลูกบุญธรรม

เขาได้นำเอาบุคลิกครอบครัวเดวี่ส์มาเป็นต้นแบบตัวละครใน ปีเตอร์ แพน ซึ่งตัวเขาเองคือ ปีเตอร์ แพน และนำเสนอตัวแทนด้านคู่ขนานในภาคที่ดำมืดและโดดเดี่ยว ในบทของ เจมส์ ฮุก หรือ กัปตันฮุก

ปีเตอร์ แพน ตัวละครอมตะได้ถูกกล่าวถึงในวรรณกรรม เรื่อง The Little White Bird (1902) วรรณกรรมเรื่องแรกของเขาที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทั้งคำชื่นชม ยอดขาย และความนิยมที่ล้นหลาม  ทำให้มีการตีพิมพ์วรรณกรรมอีกเล่มหนึ่งคือ Peter Pan in Kensington Gardens (1906) ซึ่งตัดตอนและดัดแปลงมาจากวรรณกรรม The Little White Bird

แต่ก็มีหลายคนกอสซิปกันว่า แบร์รี่ คือ ผู้ชายที่คลั่งเด็กหนุ่ม คือจะเกิดอารมณ์กับเด็กผู้ชายอายุน้อยๆ (กรณีเดียวกับที่ไมเคิล แจ็คสันเคยโดนกอสซิป!)  แต่ก็มีคนมาแก้ต่างให้ว่าทั้ง แบร์รี่ และไมเคิล แจ็คสัน มีแต่ความรักลึกซึ้งให้กับเด็กๆ โดยที่ไม่มีเรื่องเซ็กส์อยู่ในหัวเลย

Peter Pan (2003)

สิ่งที่เนลสันค้นพบในต้นฉบับลายมือเขียนร่างแรกนั้น เผยให้เห็นว่า ‘ผู้หญิง’ มีความสำคัญต่อแบร์รี่และในชีวิตจริงของเขามาก เขาเริ่มเขียนเรื่องเพราะการได้พบกับซิลเวีย เดวี่ส์ และการที่เขาได้พบและได้รู้จักวรรณกรรมต่างๆ ก็เป็นเพราะแม่ของเขา

เนลสันยังกล่าวอีกว่าในต้นฉบับร่างแรกนั้น Neverland มีชื่อว่า Never Never Land เป็นสถานที่ที่ดูลึกลับซับซ้อนยิ่งกว่าในต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ และปรากฏสู่สายตาเรา ซึ่งเป็นสถานที่ที่คนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่มีทาง และไม่มีวันเข้าถึงได้เลย

นอกจากนี้ บทบาทของเวนดี้ในต้นฉบับร่างแรกแตกต่างออกไป กล่าวคือ เวนดี้ไม่ได้ตั้งใจจะหายตัวไปเพราะเสน่ห์ของปีเตอร์ แพน เหมือนอย่างในเวอร์ชั่นตีพิมพ์ ที่อาจทำให้บางคนเข้าใจว่าทั้งสองหนีตามกันไปในเนเวอร์แลนด์ได้

ปีเตอร์ แพน ต้นฉบับลายมือร่างแรกของแบร์รี่ จัดพิมพ์เป็นหนังสือในจำนวนเพียง 1,000 เล่มเท่านั้น ซึ่งมีความหนา 282 หน้า ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ SP Books ตลอดทั้งเล่มมีภาพประกอบเต็มหน้า จำนวน 21 หน้า  ภาพสีโดย Gwynedd Hudson จากต้นฉบับเก่าหายากปี 1930 หนังสือต้นฉบับลายมือนี้จำหน่ายในราคา 140 ปอนด์ หรือประมาณ 5,600 กว่าบาท

จุดเด่นของหนังสือฉบับลายมือเขียนนี้ คือ ด้านมืด และความรุนแรงของ ปีเตอร์ แพน แบบชนิดที่ว่ามาเต็มๆ แต่อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะความจริงแล้ววรรณกรรมเด็กหลายต่อหลายเรื่องในหลายวัฒนธรรมบนโลกนี้มีพล็อตเรื่องที่นำเสนอความจริงอันโหดร้ายแบบไม่ประนีประนอมต่อตัวละครที่เป็นเด็ก และไม่แปลกอะไรเลย ที่มันจะเผยความดาร์คออกมา จนไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะปรากฏอยู่ในวรรณกรรมเด็ก ซึ่งไม่ได้มีแต่พล็อตแบบการ์ตูนดิสนีย์ มีเจ้าหญิง เจ้าตูบแสนรู้ คุณป้าข้างบ้าน มีจอมวายร้าย ธรรมะชนะอธรรม

บางทีวรรณกรรมเด็กอาจต้องเปิดเผยด้านมืดที่สุดของมนุษย์ให้เด็กเรียนรู้ เพื่อเผชิญกับความจริงในวันข้างหน้า?

บางทีเด็กอาจต้องอ่านหนังสือเล่มนี้โดยมีผู้ปกครองคอย ‘ชี้นำ’? หรือบางทีอาจจะเป็นอย่างที่นักจิตวิทยาเด็กอย่าง Bruno Bettelheim ว่าไว้ นั่นคือ จิตใจของเด็กสามารถเรียนรู้ที่จะจัดการกับความอัปลักษณ์เหล่านี้ได้เองในระดับจิตไร้สำนึก และจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในวันข้างหน้าได้?

 

อ้างอิง : 

https://www.theguardian.com/books/2019/dec/15/peter-pans-dark-side-emerges-with-release-of-original-manuscript

บางทีวรรณกรรมเด็กอาจต้องเปิดเผยด้านมืดที่สุดของมนุษย์ให้เด็กเรียนรู้ เพื่อเผชิญกับความจริงในวันข้างหน้า?

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?