ซาลาม เตหะราน สัมผัสมนตราเปอร์เซีย
  • Lifestyle
  • Jun 28, 2019

ในช่วงรอยต่อแห่งกาลเวลาของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ที่กำลังเดินหน้าพัฒนาประเทศทุกด้าน นักเดินทางอย่างเราพบว่าชาวอิหร่านนั้นเปี่ยมมิตรไมตรี ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้ม มีอัตลักษณ์เก่าแก่เลอค่า เหมือนได้ย้อนเวลากลับไป 4,000 ปี ในขณะที่บ้านเมืองก็ดูทันสมัย สมเป็นมหานครใหญ่ เป็นทริปที่ประทับใจ ไม่มีวันลืม

เมืองหลวงเตหะรานเปี่ยมไปด้วยสีสัน ทั้งสถาปัตยกรรม ภูมิประเทศอันสวยงาม และอัธยาศัยยิ้มแย้มของชาวอิหร่านที่มีให้เห็นตลอดเส้นทาง อิหร่านมีวัฒนธรรมหลายหลากผสมผสานกันอย่างลงตัว ระหว่างยุคก่อนอิสลามและยุคอิสลาม มีความโดดเด่นในตะวันออกกลางและในเอเชียกลาง เจริญรุ่งเรืองมายาวนานกว่าสองพันปี โดยเฉพาะยุคแซสซานิด ช่วงปี ค.ศ. 224-651 หนึ่งในจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ของเปอร์เซีย ซึ่งเป็นจักรวรรดิสุดท้ายก่อนการเข้ามาของศาสนาอิสลาม

ยุคนี้เองเกิดการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมเปอร์เซีย โรมัน อินเดีย และจีน ซึ่งมีอิทธิพลต่อทั้งยุโรปตะวันตกและแอฟริกา ก่อให้เกิดศิลปะยุคกลางทั้งในเอเชียและแอฟริกาและได้ถูกยกยอดให้เป็นวัฒนธรรมอิสลาม จุดกำเนิดแหล่งเรียนรู้แบบอิสลามที่มีวิทยาการมากมายหลายแขนง เช่น ภาษาศาสตร์ วรรณคดี นิติศาสตร์ ปรัชญา การแพทย์ ,สถาปัตยกรรม และวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ในที่สุด ความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมอิสลามในเปอร์เซีย ได้ขยายเผยแพร่ไปสู่โลกมุสลิมทั่วไป

พระราชวังโกเลสตาน The Golestan Palace

กรุงเตหะราน เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยว ทั้งที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต และความเจริญก้าวหน้าในปัจจุบัน หนึ่งในสถานที่ไม่ควรพลาดก็คือ พระราชวังโกเลสตาน หรือพระราชวังดอกไม้ เป็นพระราชวังโบราณตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซาฟาวิด และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยราชวงศ์คาจาร์ เป็นพระราชวังมีความกว้างขวาง สวยงามตระการตา หรูหรา มลังเมลืองยิ่งนัก ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 2013

ภายในบริเวณพระราชวังมีอาคารทั้งสิ้น 17 แห่ง ประกอบด้วยพระราชวัง, พิพิธภัณฑ์ และตำหนักต่างๆ สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโบราณ และคลาสสิกแบบยุโรป รายล้อมด้วยสวนดอกไม้ อาคารแต่ละแห่งนั้น ก็ประดับประดาด้วยข้าวของเครื่องใช้งามระยิบระยับ ทั้งทรงคุณค่าและมีมูลค่า

จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพกันมาก็คือ บัลลังก์หินอ่อน (The Marble Throne) สร้างจากหินอ่อนสีเหลืองนวล ในปี ค.ศ.1806 ซึ่งแสดงถึงความมั่งคั่ง และความเป็นหนึ่งของอาณาจักรเปอร์เซีย

ปัจจุบัน พระราชวังโกเลสตาน ยังคงใช้เป็นสถานที่รับรองบุคคลสำคัญอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแขกบ้านแขกเมืองมาจากต่างประเทศ

พิพิธภัณฑ์พระราชวัง Sa’ad Abad Palace

ถ้ามาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์พระราชวัง Sa’ad Abad Palace ควรเผื่อเวลาไว้สัก 3-4 ชั่วโมง เพราะมีเนื้อที่ถึง 410 เฮกตาร์ ประกอบด้วยพระราชวังสวยงาม 7 แห่งด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชวังขาว และพระราชวังเขียว

พระราชวังขาว เป็นอาคาร 2 ชั้นสไตล์ยุโรป เคยเป็นที่ประทับของ ชาร์ ปาห์ลาวี กษัตริย์องค์สุดท้ายของอิหร่าน เป็นที่เก็บสะสมของมีค่ามากมาย ห้องด้านบนในวังแห่งนี้ เคยเป็นสถานที่จัดประชุม เตหะราน คอนเฟอเรนซ์  สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี ค.ศ. 1943

ส่วนพระราชวังเขียว เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปสร้างโดยใช้หินอ่อนสีเขียว เก็บรวบรวมงานแกะสลักฝาผนัง งานแก้วกระจก เครื่องประดับ พรมเปอร์เซีย ภาพจิตกรรม งานประติมากรรม เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ของฝรั่งเศส ภายในประดับด้วยสถาปัตยกรรมกระจกที่งดงามตระการตาอย่างยิ่ง สำหรับนักท่องเที่ยวอาจจะผิดหวังเล็กน้อย เพราะทางการอิหร่านไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายใน

พิพิธภัณฑ์อัญมณีแห่งชาติ National Jewelry Museum

ไฮไลท์ห้ามพลาดสำหรับคนรักเพชรพลอย คือ พิพิธภัณฑ์อัญมณีแห่งชาติ (National Jewelry Museum) ตั้งอยู่ในห้องนิรภัยของธนาคารชาติอิหร่าน ว่ากันว่าเป็นคลังสมบัติเลอค่า ด้วยมีอัญมณีจำนวนมากที่สุดและอลังการที่สุดในพื้นพิภพ

อัญมณีที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันอยากชมมากที่สุด คือ เพชรสีชมพู ที่มีขนาดใหญ่และหายากมากที่สุดในโลก น้ำหนัก 182 กะรัต ตัวเรือนประดับเพชรยังห้อมล้อมด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ อีกมาก และ บัลลังก์นกยูง อันลือชื่อและล้ำค่า เป็นสถานที่รวบรวมอัญมณีจากทุกยุคทุกสมัยของกษัตริย์ทุกราชวงศ์ในอาณาจักรเปอร์เซีย จนกระทั่งกลายมาเป็นประเทศอิหร่านในปัจจุบัน

ทริปนี้เรายังได้ขึ้นไปชมวิวกลางคืนหอคอย Milad Tower และหอคอย Azadi Tower ด้วย โดยหอคอยมิลาด มีความสูง 435 เมตร สูงสุดเป็นอันดับ 6 ของโลกในขณะนี้ เป็นศูนย์กลางโทรคมนาคมต่างๆ ภายในมีร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆมากมาย เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวเมืองหลวงของอิหร่าน ส่วน Azadi Tower เดิมชื่อ The Gate of Cyrus เป็นหอคอยหินอ่อนขาว สูง 45 เมตร เป็นจุดที่มีการชุมนุมของประชาชนจนนำไปสู่การปฏิวัติใหญ่เมื่อปี ค.ศ. 1979 ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเตหะราน ทั้งยังเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ จุดชมวิว แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และอารยธรรมเปอร์เซียโบราณและอิหร่านยุคปัจจุบัน

ในสายตาของนักเดินทางคนไทยคนหนึ่ง อิหร่านเป็นเสมือนมงกุฎเพชรที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผืนพรมแห่งอดีตอาณาจักรเปอร์เซีย

รู้ไว้ก่อนไปอิหร่าน

  • สกุลเงินทางการของอิหร่านเรียกว่า เงินเรียล (Iranian Rial) อิงกับสกุลเงินโบราณคือ โตมัน (Toman)  ตอนไปชอปปิงระวังสับสน ต้องเช็คให้ดีก่อนว่าราคาสินค้าติดป้ายเป็นเงินเรียลหรือโตมัน โดย 1 โตมัน มีมูลค่าประมาณ 10 เรียล (1,300 เรียล เท่ากับ 1 บาทไทย) 
  • ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขาย และห้ามนำเข้าประเทศด้วย แต่แทบทุกร้านจะมีเบียร์ Non- alcohol ไว้บริการลูกค้า - ใครชอบทำท่า ‘กดไลค์’ ต้องระวัง เพราะการยกหัวแม่โป้งให้ หมายถึง ‘คำด่า’ 
  • ผู้หญิงควรนำผ้ามาคลุมผม (ฮิญาบ) ให้เรียบร้อยตามระเบียบของอิหร่าน ตั้งแต่ก่อนลงเครื่องบิน คลุมผมจากศีรษะลงมาถึงคอเป็นใช้ได้ ใส่เสื้อแขนยาวถึงข้อมือ ไม่เปิดอก ใส่รองเท้าผ้าใบปิดเท้าไว้ การปฏิบัติตามกฎกติกาของสังคมนั้นๆ ถือเป็นการให้เกียรติเจ้าของประเทศและคนที่นั่น น่าจะลงตัวที่สุด

เรื่องและภาพ / ชาลี วาระดี

อิหร่าน อาจไม่ใช่จุดหมายปลายทางแรกๆสำหรับคนไทย แต่ถ้ามีโอกาสนี่คือประเทศที่ควรไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์