"เทศกาลกินเจ" สุดอลังในไทย แต่ทำไมไม่มีที่เมืองจีน?
  • Lifestyle
  • Sep 26, 2019

เคยสงสัยมั้ยว่า เทศกาลกินเจ ในบ้านเราที่จัดยิ่งใหญ่อลังการทุกปี ทำไมไม่เคยเห็นแบบนี้ในเมืองจีนเลยสักครั้ง! ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน ต่างก็ไม่มี เทศกาลถือศีลกินผัก หรือการประดับประดาธงเจสีเหลืองใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งๆ ที่คนไทยแท้ (ส่วนใหญ่) เคยได้ยินกันมาว่าการกินเจ เป็นประเพณีที่สืบทอดมายาวนานของลูกหลานแดนมังกร แต่ที่แดนมังกรกลับไม่มีให้เห็นซะอย่างนั้น

..แล้วทำไม? เมืองไทยถึงได้มีเทศกาลกินเจขึ้นมาได้ แถมยังโด่งดังไปทั่วโลก Bottom Line ชวนคุณมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน

  • คนไทยรู้จัก "กินเจ" ครั้งแรกที่ภูเก็ต

ย้อนกลับไปเมื่อ 194 ปีก่อน (ประมาณ พ.ศ. 2368-2400) เป็นจุดเริ่มต้นที่คนไทยรู้จักกับการกินเจเป็นครั้งแรก! สมัยนั้นคนจีนจากมณฑลฮกเกี้ยน (ฝูเจี้ยน) แต้จิ๋ว และซัวเถา ได้เดินทางเข้ามาอยู่อาศัยและทำมาหากินในเมืองไทย บริเวณพื้นที่หมู่บ้านกะทู้ ตำบลกะทู้ จังหวัดภูเก็ต จำนวนมาก เนื่องจากพื้นที่รอบๆ กะทู้อุดมสมบรูณ์ไปด้วยแร่ดีบุก จึงทำให้คนจีนอพยพเข้ามาขุดแร่ดีบุกและทำเหมืองแร่กันตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา (ในสมัยรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) มีการค้าขายแร่ดีบุกกับโปรตุเกส ฮอลันดา ฝรั่งเศส อังกฤษ เป็นต้น

คนจีนกลุ่มนี้เองที่นำเอาประเพณีกินเจ กินผัก หรือ เจี๊ยะฉ่าย เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเพณีที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาเต๋า (ลัทธิเต๋า) ที่พวกเขานับถือ โดยพวกเขามีความเชื่อและศรัทธาในเรื่องเทพเจ้าประจำตระกูลหรือเทพเจ้าประจำหมู่บ้าน เช่น เทพเจ้า เทวดาฟ้าดิน และเซียนต่างๆ หากมีเหตุเภทภัยอันใดเกิดขึ้น ก็จะแก้เคล็ดด้วยการอัญเชิญเทพเจ้าแต่ละพระองค์ที่ตนนับถือ มาบูชากราบไหว้เพื่อให้คุ้มครองปกป้องรักษาตน พร้อมกับการถือศีลกินผัก งดบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด งดทำบาปเพื่อส่งผลให้เภทภัยต่างๆ หายไป โดยมักจะกินเจ 9 วัน เพราะถือว่าเป็นการบูชา 9 เทวกษัตริย์ ที่เชื่อว่าจะมารับเคราะห์หรือเภทภัยต่างๆ แทนมนุษย์

เมื่อสืบสาวราวเรื่องลึกลงไป พบว่าประเพณีกินผักดังกล่าว จริงๆ แล้วก็มีต้นกำเนิดมาจากจีนนั่นแหละ เพียงแต่มีเฉพาะในชุมชนจีนบางมณฑลเท่านั้น เป็นประเพณีที่ชาวจีนกลุ่มเล็กๆ ทำกัน ไม่ได้มีแพร่หลายไปทั่วทั้งประเทศจีน เมื่อคนจีนกลุ่มนี้อพยพมาที่ไทยก็นำประเพณีนี้ติดตัวมาด้วย ว่ากันว่าในปัจจุบันประเพณีกินผักของชาวจีนที่นับถือลัทธิเต๋าในประเทศจีนบางมณฑลดังกล่าว ได้สูญหายไปแล้วทั้งหมด แต่กลับยังคงมีให้เห็นได้ที่ภูเก็ตบ้านเรา และกระจายไปทั่วประเทศไทย สมัยแรกๆ มีแค่การถือศีลกินผักธรรมดาตามโรงเจ ไม่ได้มีขบวนแห่ม้าทรงหรือจัดงานเทศกาลยิ่งใหญ่เหมือนในปัจจุบัน

  • ตำนาน เรื่องเล่า "เทศกาลกินเจ"

เหตุการณ์ที่สะท้อนความเชื่อเกี่ยวกับประเพณีกินผักที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ มีตำนานเล่าว่าครั้งหนึ่งมีคณะงิ้วจากประเทศจีน ได้เดินทางมาเปิดการแสดงที่หมู่บ้านกะทู้ของภูเก็ต คณะงิ้วนี้สามารถแสดงอยู่ได้ตลอดปี เนื่องจากเศรษฐกิจของกะทู้ในยุคนั้นมีรายได้ดีมาก หลังจากคณะงิ้วได้เปิดทำการแสดงอยู่ระยะหนึ่ง ได้เกิดมีการเจ็บป่วยเป็นไข้ และจากการเจ็บป่วยครั้งนี้ทำให้คณะงิ้วนึกขึ้นได้ว่าพวกตนไม่ได้ประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่าย (กินผัก) ซึ่งเคยปฏิบัติกันมาทุกปีที่เมืองจีน จึงได้ปรึกษาหารือในหมู่คณะ และได้ตกลงกันประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายขึ้นที่โรงงิ้วนั่นเอง ต่อมาโรคภัยไข้เจ็บก็หายไปหมดสิ้น

เรื่องนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่ชุมชนที่อาศัยกะทู้เป็นอันมาก จึงได้สอบถามจากคณะงิ้วและได้คำตอบว่าพวกเขาได้ประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายแบบย่อๆ เนื่องจากไม่มีผู้รู้และผู้ชำนาญในการจัดประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายแบบครบถ้วน พวกเขาเพียงแต่สักการะบูชากราบไหว้ขอขมาโทษ ระลึกถึงกิ้วอ๋องต่ายเต่หรือพระราชาธิราชทั้ง 9 พระองค์ตามความเชื่อของลัทธิเต๋านั่นเอง ทั้งนี้ทางกลุ่มคณะงิ้วก็ได้แนะนำและส่งต่อวิธีการไหว้เจ้าและการถือศีลกินผักให้ชาวกะทู้ด้วย

หลังจากชาวจีนและชาวบ้านกะทู้ได้ประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายได้ประมาณ 2-3 ปี โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ลดน้อยลงและหายไปในที่สุด ทำให้พวกเขามีความเชื่อและศรัทธาเลื่อมใสในการถือศีลกินผักมากยิ่งขึ้น

  • ข้อปฏิบัติ ข้อห้าม และวิธีกินเจให้ถูกต้อง

สำหรับเทศกาลกินเจในเมืองไทย มีการแพร่ขยายไปแทบทุกจังหวัดที่มีชุมชนคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่ แต่ทั้งนี้ก็มีทั้งคนที่ตั้งใจกินเจแบบเคร่งครัดเพื่อสร้างบุญ และมีทั้งคนที่อยากกินเจเพื่อสุขภาพเท่านั้น ว่าแต่...ทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันยังไง? แล้วการกินเจที่ถูกต้องจริงๆ ต้องทำยังไงบ้าง? มาดู...

1. กินเจเคร่งครัด VS กินเจเพื่อสุขภาพ

กินเจเคร่งครัด: ต้องยึดถือหลักการถือศีลกินเจ กล่าวคือนอกจากงดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์แล้ว ต้องงดอาหารอื่นๆ ที่ได้มาจากการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ เช่น นม เนย ไข่ ไขมันสัตว์ น้ำผึ้ง ฯลฯ งดผักต้องห้ามที่มีกลิ่นฉุน 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม, หอมใหญ่หรือต้นหอม, หลักเกียวหรือกระเทียมโทน, กุยช่าย และใบยาสูบ ห้ามทานอาหารบนภาชนะที่ใช้ร่วมกับผู้ที่ไม่ได้กินเจ และต้องถือศีล 5 หรือศีล 8 ควบคู่ไปด้วย 

กินเจเพื่อสุขภาพ: งดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ ไข่ นม เพื่อให้กระเพาะไม่ต้องทำงานหนัก สามารถทานผัก ผลไม้ ได้ทุกชนิด เน้นทานผักเยอะๆ เพื่อรับวิตามินบำรุงร่างกาย และดีต่อระบขับถ่าย เหมือนเป็นการดีท็อกซ์ลำไส้ไปในตัว

2. ก่อนกินเจต้องล้างท้อง

การล้างท้องหมายถึง เริ่มกินเจก่อนถึงวันเริ่มต้นเทศกาลจริง 1 วัน หรือ 1 มื้ออาหาร เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพ ส่งผลให้การย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้ดี

3. ข้อควรปฏิบัติเมื่อกินเจ

งดอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็นเค็มจัด หวานจัด เปรี้ยวจัด หรือเผ็ดจัด, งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์, รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์ให้คงที่, ทำบุญ ทำทาน, ห้ามดื่มสุราและของมึนเมา, ห้ามดับตะเกียงทั้ง 9 ดวง ในศาลเจ้า โรงเจ โรงทาน หรือสถานที่อื่นที่จัดงานถือศีลกินเจ เป็นต้น

------------------------------------

อ้างอิง :

https://www.phuketvegetarian.com/history/

https://th.wikipedia.org/wiki/เทศกาลกินเจ

ประเพณีถือศีลกินผัก จริงๆ แล้วมีต้นกำเนิดมาจากจีน แต่มีเฉพาะในชุมชนจีนบางมณฑลเท่านั้น เช่น ฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว ซัวเถา ไม่ได้มีแพร่หลายไปทั่วทั้งประเทศจีน เมื่อคนจีนกลุ่มนี้อพยพมาที่ไทยก็นำประเพณีนี้ติดตัวมาด้วย ว่ากันว่าปัจจุบันประเพณีกินผักของชาวจีนที่นับถือลัทธิเต๋าในประเทศจีนบางมณฑลดังกล่าว ได้สูญหายไปแล้วทั้งหมด

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต