เช็คสิ "ติดเกม" หรือเปล่า? WHO จัดให้เป็นโรคทางจิตเวช!
  • Lifestyle
  • Oct 22, 2019

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบ เล่นเกม เพื่อความสนุกสนานคลายเครียด แต่วันดีคืนดีจากที่เคยเล่นแบบเพลินๆ ชิลๆ กลับกลายเป็นว่าหงุดหงิดอารมณ์เสียเวลาเล่นเกมแพ้ แล้วจะเล่นซ้ำๆ จนกว่าจะชนะ บางทีก็หมกหมุ่นเล่นเกมจนลืมเวลาไปเลยก็มี หนักไปกว่านั้น...เด็กบางคนเล่นจนไม่ยอมไปเรียน หรือผู้ใหญ่บางคนก็ติดเกมจนกระทบกับงานและการใช้ชีวิตประจำวัน แยกตัวเองออกจากสังคม เครียด ซึมเศร้า โมโหร้าย ฯลฯ อาการแบบนี้เข้าข่าย โรคติดเกม ซึ่งเป็นอาการของโรคทางจิตเวชแล้วนะ!

รู้หรือไม่? องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้อาการติดเกมอย่างหนักเป็นโรคชนิดหนึ่ง (Gaming Disorder) เป็นอาการทางจิตที่รุนแรงและต้องได้รับการบำบัดรักษาเช่นเดียวกับโรคทางจิตเวชอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดเกมออนไลน์ หรือวิดีโอเกม

โรคติดเกม มีความแตกต่างจากการเล่นเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินหรือเล่นเป็นงานอดิเรก เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโรคติดเกมเป็นผลทางด้านลบ ผู้เล่นไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ต้องเล่นอย่างต่อเนื่องและะยะเวลาการเล่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่สนใจการทำกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน

ภาวะควบคุมการเล่นเกมบกพร่อง

WHO รายงานข้อมูลว่า "อาการติดเกมผิดปกติ" หรือ Gaming Disorder ถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในโรคที่ถูกจัดหมวดหมู่โรคระหว่างประเทศ (ICD-11 : เป็นพื้นฐานสำหรับการระบุแนวโน้มและสถิติด้านสุขภาพของคนทั่วโลก รวมถึงมาตรฐานสากลสำหรับการรายงานโรคเกิดใหม่และภาวะสุขภาพ) โดย โรคติดเกม เป็นรูปแบบของพฤติกรรมการเล่นเกม ที่มักจะมีภาวะควบคุมการเล่นเกมที่บกพร่อง ขอบเขตการเล่นเกมมีความสำคัญเหนือกว่าความสนใจและกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน และมักจะมีการเล่นเกมแบบต่อเนื่องยาวนานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะทราบว่ามันมีผลกระทบด้านลบก็ตาม

สำหรับความผิดปกติของการเล่นเกมที่จะได้รับการวินิจฉัยรูปแบบพฤติกรรมจะต้องมีความรุนแรงเพียงพอที่จะส่งผลให้เกิดการด้อยค่าอย่างมีนัยสำคัญ ในส่วนบุคคล ครอบครัว สังคม การศึกษา อาชีพ หรือบริบทอื่นๆ ของการทำงาน โดยปกติจะเห็นอาการของโรคติดเกมได้ชัดเจนภายใน 12 เดือน

จากการศึกษาของ WHO ชี้ให้เห็นว่าความผิดปกติของการเล่นเกมเกมอย่างควบคุมไม่ได้ ส่งผลกระทบหลายๆ อย่างต่อตัวผู้เล่นเกมอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามผู้เล่นเกมควรระวังระยะเวลาที่ใช้ในกิจกรรมการเล่นเกมให้ดี หากพบว่าตนเองเริ่มไม่ทำกิจกรรมประจำวันที่เคยทำ มีความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้น ทั้งในด้านสุขภาพร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านการทำงาน หรือการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ก็ให้ระวังไว้ว่าอาจมีพฤติกรรมหรืออาการของโรคติดเกมปรากฏขึ้นแล้ว

เด็กไทย = เด็กติดเกม ?!?

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าเด็กไทยเล่นเกมออนไลน์ผ่านโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับ 1 ของประเทศในแถบเอเชีย ปัญหาเด็กติดเกมอยู่ในขั้นวิกฤต และทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี และถ้าหากเด็กติดเกมอย่างหนักและมีความผิดปกติอื่นๆ ที่รุนแรงร่วมด้วยแล้ว ลักษณะนี้ก็ถือว่าเข้าข่ายมีอาการของ โรคติดเกม โดยสัญญาณบ่งชี้ว่าเป็นโรคติดเกม ได้แก่ 

1. เมื่อต้องหยุดเล่นหรือถูกขัดจังหวะ จะรู้สึกโกรธ และหงุดหงิดฉุนเฉียวอย่างรุนแรง แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวมากขึ้นและไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้

2. แยกตัวออกจากสังคม ตัดขาดจากโลกภายนอก เลือกที่จะใช้เวลาอยู่หน้าจอมากกว่าจะมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวและเพื่อนฝูง

3. ละเลยการเรียน การทำงาน ตลอดจนกิจวัตรประจำวันต่างๆ

4. คิดและหมกมุ่นอยู่แต่กับการเล่นเกม วางแผนเพื่อที่จะเอาชนะในการเล่นเกมครั้งต่อไป จะโมโหฉุนเฉียวมากถ้าเล่นเกมแพ้

5. ไม่สามารถหยุดเล่นเกมได้ทั้งๆ ที่ทราบดีว่ามีผลกระทบต่อตนเองอย่างมาก พยายามและดิ้นรนอย่างมากเพื่อให้ได้เล่นเกม

6. ไม่ยอมรับความจริงว่าตนเองมีปัญหาติดเกม

7. มักจะมีพฤติกรรมทางด้านลบอื่นๆ เช่น พูดโกหก หรือขโมยเงินเพื่อเอาไปเล่นเกม ไม่ยอมไปโรงเรียน หรือเล่นจนกลายเป็นการติดการพนันในที่สุด

สำหรับใครที่ชอบเล่นเกมแล้วไม่แน่ใจว่าตนเองเข้าข่ายมีอาการของ โรคติดเกม หรือไม่? สามารถทำแบบสอบถามนี้เพื่อหาคำตอบให้ชัดเจนได้มากขึ้น >> Check list ติดเกม ด้วยแบบทดสอบการติดเกม (GAST)

"โรคติดเกม" กระทบต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

อาการเสพติดเกม ก็คล้ายกับการเสพติพยา คือก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตใจไม่ทางตรงก็ทางอ้อม สำหรับผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย ได้แก่ คนที่ติดเกมจะมีพฤติกรรมที่ต้องเพ่งสายตาไปที่หน้าจอเป็นเวลานานๆ จึงทำให้ดวงตาเกิดความอ่อนล้า ตาพร่ามัว ตาแห้ง นอกจากนี้การนั่งเล่นเกมเป็นเวลานานทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามตัว คอ ไหล่ และข้อมือ เกิดอาการขาดน้ำ ขาดสารอาหาร หรือบางรายอาจเป็นโรคอ้วน เนื่องจากร่างกายเคลื่อนไหวน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย ขาดการพักผ่อนนอนหลับ หลายคนต้องทนทุกข์ทรมานจากการอดนอน

สำหรับผลเสียทางด้านอารมณ์ ได้แก่ เกมที่รุนแรงจะทำให้ผู้เล่นเคยชินกับความรุนแรง เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวจากการที่ไม่สามารถเอาชนะเกมได้ หรือในบางกรณีผู้เล่นสามารถเอาชนะเกมได้ทุกครั้ง แต่ชีวิตจริงไม่เหมือนกับในเกม ทำให้เกิดอาการหงุดหงิดฉุนเฉียว ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานที่รับผิดชอบ ผลการเรียนแย่ลงลง

ส่วนผลกระทบทางด้านสุขภาพจิต ได้แก่ เกิดความวิตกกังวล ซึมเศร้า เป็นโรคสมาธิสั้น ในกรณีที่รุนแรงอาจถึงขั้นทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น เกิดอาการวิตกกังวลชนิดหนึ่งที่กลัวการออกจากบ้าน กลัวที่ชุมชน(agoraphobia) ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับผู้ที่แยกตัวเองออกจากสังคม

"โรคติดเกม" รักษาหายมั้ย?

โรคติดเกมเกิดได้กับเด็กและผู้ใหญ่ ในกรณีที่เป็นเด็ก พ่อแม่หรือผู้ปกครองจะมีบทบาทสำคัญที่สุดในการช่วยให้เด็กหายจากอาการของโรคนี้ ควรตระหนักเสมอว่าเด็กมีโอกาสติดเกมได้เหมือนติดสิ่งเสพติด ก่อนที่จะอนุญาตให้เด็กเล่นเกม ควรทำข้อตกลงก่อนว่าจะต้องทำการบ้าน อ่านหนังสือ อาบน้ำ กินข้าวก่อนถึงจะเล่นเกมได้ และจำกัดเวลาเล่นเกม เช่น เล่นได้ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง เบี่ยงเบนความสนใจของเด็กให้หันไปทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ปลูกต้นไม้ ออกไปเที่ยว ทำอาหาร ลงคอร์สเรียนเต้น เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างการเก็บขยะทะเล ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ร่วมวิ่งในโครงการบริจาคต่างๆ เป็นต้น

ส่วนวัยผู้ใหญ่เองก็มีจำนวนไม่น้อยที่อาจเข้าข่าย โรคติดเกม ได้เช่นกัน ซึ่งผู้ใหญ่ที่ติดเกมอาจจะแก้ไขได้ยากกว่าเด็กด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในรายที่อยู่คนเดียว สำหรับแนวทางการแก้ไขควรปฏิบัติดังนี้ จำกัดเวลาเล่นเกม แบ่งแยกเวลาการทำงานกับการเล่นเกมให้ชัดเจน ปรึกษาคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทให้ช่วยคอยห้ามคอยเตือน หันไปทำกิจกรรมอื่นๆ เช่นเล่นกีฬา ออกกำลังกาย เล่นดนตรี ใช้เวลาว่างไปทำกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ แต่ถ้าในรายที่ติดเกมรุนแรงอาจต้องพบนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ 

นอกจากนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ยังมีมาตรการในการควบคุมดูแลเกมออนไลน์ต่างๆ เพื่อปกป้องเยาวชนไทยไม่ให้ติดกับดักภัยร้ายเหล่านี้ ได้แก่ 1) ป้องกันและควบคุมการบริโภคเกมที่มีผลต่อสมองพัฒนาการและพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน 2) สนับสนุนให้มีมาตรการกำกับดูแลการแข่งขันวิดีโอเกม และ อี-สปอร์ต ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม 3) สร้างความตระหนักถึงผลเสียและเน้นการเล่นเกมอย่างเหมาะสม และ 4) สร้างระบบเฝ้าระวังและช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาให้เข้าถึงการรักษาได้ เพื่อช่วยดูแลควบคุมไม่ให้ โรคติดเกม กลายเป็นโรคร้ายสายพันธุ์ใหม่ของสังคมไทย

----------------------------

อ้างอิง:

https://www.who.int/features/qa/gaming-disorder/en/

https://www.psychiatry.org/patients-families/internet-gaming

https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/459/

https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=28321

องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้อาการติดเกมอย่างหนักเป็นโรคชนิดหนึ่ง (Gaming Disorder) เป็นอาการทางจิตที่รุนแรงและต้องได้รับการบำบัดรักษาเช่นเดียวกับโรคทางจิตเวชอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดเกมออนไลน์ หรือวิดีโอเกม

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต