Toxic People พ่นพิษใส่คุณใช่มั้ย? เปิด 5 วิธีรับมือให้ชีวิตไม่พัง!
  • Lifestyle
  • Jul 10, 2019

เคยรู้สึกมั้ย? จากที่อารมณ์ดีๆ อยู่ แต่ทันทีที่เข้าใกล้คนๆ หนึ่งในระยะ 1 เมตรเป็นเวลาไม่เกิน 10 นาที คุณกลับรู้สึกหงุดหงิด เศร้า เซ็ง เบื่อ หดหู่ หรืออย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาทันที พาลทำให้อารมณ์เสียไปทั้งวัน

จะบอกว่า...คุณกำลังเจอบุคคลประเภท Toxic People เข้าให้แล้ว ซึ่งบุคคลที่ว่านี้ มีความสามารถพิเศษในการทำให้คุณหม่นหมองขึ้นมาได้ง่ายและเร็วเหมือนแค่ดีดนิ้ว!

Bottom Line ชวนรู้จักคน(บางคน) ที่มีพฤติกรรมอันเป็นพิษต่อคนรอบข้างให้ลึกซึ้งมากขึ้น ดูสิว่าอะไรที่เป็นสาเหตุให้พวกเขาต้องพ่นพิษใส่คนอื่น แล้วยิ่งถ้าคนๆ นั้นเป็นคนใกล้ตัว เช่น เพื่อน คนรัก หรือคนในครอบครัว คุณจะมีวิธีรับมือได้อย่างไรบ้าง? มาหาคำตอบไปพร้อมกัน

Toxic People คือคนแบบไหน?

ส่วนใหญ่คนที่เป็น Toxic People ต่อคนรอบข้าง มักจะไม่ค่อยรู้ว่าตัวเองมีพฤติกรรมที่ชวนให้คนอื่นส่ายหัว มักเป็นคนที่ช่างเม้าท์ ชอบระบายอารมณ์ ไม่ชอบสนับสนุนใคร (ยกเว้นตัวเอง)

ในทางจิตวิทยาอธิบายไว้ว่าคนที่มีพฤติกรรมเป็นพิษต่อคนรอบข้าง มักเป็นผลมาจากคนๆ นั้นเคยได้รับบาดเจ็บอย่างลึกซึ้งในช่วงชีวิตที่ผ่านมา และไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม พวกเขายังไม่สามารถจัดการกับความเจ็บปวด ความรู้สึกโหยหาคนเข้าใจ และปัญหาในชีวิตได้

ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะมีพฤติกรรมแบบ Over-Identify พยายามทำให้ตัวเองมีตัวตน ไม่ว่าจะในแง่การเป็นเหยื่อจากเหตุการณ์ร้ายๆ ในชีวิต, การเป็น Perfectionist เด่น เลอค่า (โรคหลงตัวเอง), การเป็นผู้เสียสละที่น่าสงสาร ฯลฯ พวกเขาจะทำพฤติกรรมแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา แม้ว่ามันจะไม่ดีต่อสุขภาพจิตของพวกเขาก็ตาม 

ประเภทของ Toxic People

ถ้า Toxic People ที่คุณพบเจอเป็นเพื่อนห่างๆ หรือเพื่อนร่วมงาน ก็อาจจะถอยห่างออกมาได้ง่าย แต่ถ้าเป็นคู่รัก สามี ภรรยา หรือคนในครอบครัว ก็คงจะรับมือได้ยาก โดยเฉพาะการคบแฟนที่ยังอยู่ในขั้นศึกษาดูใจ อาจจะต้องดูให้รอบคอบขึ้นอีกนิดว่าแฟนของคุณเป็นหนึ่งในคนประเภทเหล่านี้หรือเปล่า

1. โอ้อวดตัวเอง: ชอบพูดจาโอ้อวดตัวเอง ไม่ยอมให้ใครพูดแทรกและไม่ยอมฟังความคิดเห็นของคนอื่น คิดว่าตัวเองเจ๋งที่สุด เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางอย่างสมบูรณ์

2. ชอบควบคุม: ต้องการควบคุมทุกอย่างและทุกคนรอบตัว จะไม่หยุดพยายามโน้มน้าวให้คนอื่นรู้ว่าพวกเขาพูดถูก จะจู้จี้ตลอดเวลาจนกว่าคุณจะเป็นแนวร่วมเดียวกัน

3. คนขี้เศร้า: เป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายเสมอ ดูดพลังบวกจากคนรอบข้างไปหมด ทุกเรื่องในชีวิตคือเรื่องเศร้า และอยากให้คุณร่วมเศร้าไปด้วย

4. ดราม่าควีน: ทำทุกเรื่องให้เป็นดราม่า จะมองหาความผิดปกติในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเสมอ เวลามีปัญหามาปรึกษา และคุณเสนอความช่วยเหลือและแนวทางแก้ไขให้ แต่พวกเขาไม่ต้องการแก้ไขอะไรเลย พวกเขาจะบ่น บ่น และบ่นเท่านั้น

5. ขี้อิจฉา: คนขี้อิจฉามีความเป็นพิษอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะพวกเขามีความเกลียดชังในตัวเองมากจนไม่สามารถมีความสุขกับคนรอบข้างได้ และมักจะพ่วงความหึงหวง ชอบตัดสินคนอื่น และชอบนินทาว่าร้ายคนอื่นตามาเป็ฯแพ้กเกจด้วย

6. คนหลอกลวง: คนขี้โกหก ขี้โม้เกินจริง ถือเป็นบุคคลมีพิษต่อคนรอบข้าง เพราะทุกคนจะเหนื่อยกับการที่จะต้องมากรองข้อเท็จจริงออกจากคำพูดตอแหลเป็นล้านคำจากคนๆ นี้

7. คนชอบทุบ: ทุบทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่แคร์ใคร เย่อหยิ่ง นึงถึงตนเองเป็นอันดับแรก คิดว่าตัวเองฉลาดที่สุด ชอบเอาชนะความคิดเห็นของคนอื่น มองว่าคนอื่นด้อยกว่าตัวเองเสมอ

วิธีจับสังเกต Toxic People ใกล้ตัวคุณ

Jodie Gale นักจิตอายุรเวทและไลฟ์โค้ชจากซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย แนะนำวิธีจับสังเกตพฤติกรรมของคนประเภท Toxic People เมื่อเข้าใกล้คุณ เพื่อที่คุณจะได้รู้ตัวและหลีกเลี่ยงได้ทัน โดยสัญญาณที่บ่งชี้ว่าคุณถูกล้อมรอบด้วยบุคคลที่เป็นพิษ คือ

- คุณได้รับผลกระทบทางอารมณ์จากความดราม่าของพวกเขา
- คุณกลัวหรือหวาดระแวง เมื่อต้องอยู่ใกล้พวกเขา
- คุณเหนื่อยหรือรู้สึกโกรธเมื่อได้พูดคุย โต้ตอบ โต้เถียงกับคนเหล่านี้
- คุณรู้สึกไม่ดีหรือละอายใจเกี่ยวกับตัวเอง
- คุณต้องคอยช่วยเหลือ แก้ไข หรือดูแลพวกเขาอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำของ Amy Tatsumi นักจิตอายุรเวทและนักบำบัดศิลปะ จากกรุงวอชิงตันดีซี สหรัฐอเมริกา อธิบายเพิ่มเติมว่าเมื่อคุณได้พูดคุยกับคนที่มักจะไม่ยอมรับคำปฏิเสธของคุณ หรือบทสนทนาเริ่มจะนำไปสู่การทะเลาะได้ง่าย (ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่ไม่น่าทะเลาะ) หรือคุณรู้สึกว่าคุณกำลังถูกควบคุม เหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่า คุณต้องออกห่างจากคนเหล่านี้แล้วล่ะ

How to รับมือกับคนพ่นพิษ

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า ถ้าคุณต้องพบเจอ Toxic People ที่เป็นคนใกล้ตัวอย่างเช่น คนรัก สามี ภรรยา พี่น้อง พ่อแม่ ก็คงรับมือได้ยากอยู่เหมือนกัน เรามี How to วิธี Deal กับคนเหล่านี้มาบอกต่อ

1. แสดงความรู้สึกของคุณไปตรงๆ 

บอกคนๆ นั้นว่าคุณรู้สึกอย่างไร เมื่อพวกเขาทำพฤติกรรมไม่ดีเหล่านี้ใส่คุณ พูดด้วยท่าทางการแสดงออกอย่างมั่นใจ ตัวอย่างเช่น

"เมื่อคุณทำหรือพูด (สิ่งใดสิ่งหนึ่ง) ฉันรู้สึกว่า (บอกความรู้สึกไปตรงๆ) สิ่งที่ฉันต้องการคือ (บอกสิ่งที่ต้องการพร้อมให้เหตุผลไป) เพราะฉันรักคุณ และฉันต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณ ฯลฯ” พูดแบบนี้เป็นต้น

2. กำหนดและรักษาขอบเขต

อย่าลืมว่าคุณก็ต้องดูแลสุขภาพจิตใจของตัวคุณเองด้วย อย่ามัวแต่ยอมฟัง ยอมทำตามคนเหล่านี้ร่ำไป ควรหาวิธีป้องกันตัวเองจากพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพจิตใจ ไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์และพิจารณาว่าคุณติดอยู่ในวงจรที่ไม่ดีกับบุคคลนั้นๆ อย่างไร ตัวอย่างเช่น

หากพฤติกรรมที่เป็นพิษของบุคคลนั้นไม่เปลี่ยนแปลงหรือความสัมพันธ์นั้นเป็นพิษมากเกินไปสำหรับคุณ ก็ควรกำหนดขอบเขตไม่ให้พวกเขาล้ำเส้นคุณเกินไป ทำข้อตกลงร่วมกัน แล้วประคับประคองความสัมพันธ์ให้ก้าวไปพร้อมกัน 

3. ต่อสู้อย่างชาญฉลาด

เมื่อมันถึงขั้นทะเลาะกัน ระหว่างคุณและบุคคลมีพิษคนนั้น เป็นการยากที่จะสร้างความสมดุลระหว่างความจริงใจและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทางอารมณ์ ดังนั้น อย่าเผลอเล่นเกมตามคนๆ นั้นเด็ดขาด ต้องอ่านเกมให้ออก แล้วนิ่งเข้าไว้ พยายามพูดด้วยเหตุผลให้มากที่สุด ถ้าไม่ฟังกันดีๆ คุณก็มีสิทธิ์ที่จะยื่นคำขาดและเดินออกไปจากสนามรบนั้นไปอย่างผู้ชนะ

4. พยายามคิดบวก

วิธีนี้อาจจะทำได้ยาก แต่เชื่อเถอะว่าคุณทำได้ และมันก็ได้ผลดี คนที่เป็นพิษต่อคนรอบข้างส่วนใหญ่มักจะชอบทำให้คนอื่นอารมณ์เสียง่าย โกรธง่าย หรือปัญหาที่พวกเขาสร้างขึ้นมักจะทำให้คุณเครียด แต่...แทนที่จะไปมีอารมณ์เหล่านั้น ลองหยุดแล้วเปลี่ยนความคิดของคุณเป็นวิธีแก้ปัญหาในเชิงบวกมากขึ้น คนที่เป็นพิษไม่สมควรได้รับความสนใจจากคุณ

5. ยุติความสัมพันธ์

การยุติความสัมพันธ์อาจเจ็บปวด โดยเฉพาะถ้าอีกฝ่ายเป็นแฟนหรือสามีภรรยาที่คบกันมานาน แต่นี่ก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่คุณจะได้สร้างพื้นที่สำหรับความสัมพันธ์ที่ดีครั้งใหม่ ที่ดีต่อสุขภาพจิตใจมากกว่าที่เคย

เรื่อง: วรุณรัตน์ คัทมาตย์

ภาพ: สรรณ บุญนฤธี, Shutterstock

อ้างอิง: scienceofpeoplepsychcentralscarymommy

ทำความเข้าใจ Toxic People ที่อยู่ใกล้ตัวคุณ เช่น เพื่อน แฟน หรือคนในครอบครัว ซึ่งบางครั้งคุณอยากจะหนีไปให้พ้นๆ แต่ก็ทำไม่ได้ งั้นมาเรียนรู้วิธีรับมือกันดีกว่า

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์