เพราะเป็นวัยรุ่น ถึงเจ็บปวดแต่งดงาม 
  • Lifestyle
  • Sep 13, 2019

หากนึกถึงข้อมูลการแพทย์ในโลกออนไลน์ เชื่อว่าในใจหลายคนจะต้องนึกถึงรูปโปรไฟล์ของผู้หญิงผมสั้นพร้อมรอยยิ้มสดใส ที่คอยตอบสารพัดปัญหาคาใจเรื่องสุขภาพของวัยรุ่น รวมถึงทริคดีๆ ในการใช้ชีวิตที่ถูกต้องตามหลักทางการแพทย์ ข้อมูลที่ครบถ้วน ภาษาเข้าใจง่าย ข้อความกระชับ คือส่วนประกอบที่ หมอผิง ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล แพทย์วุฒิบัตรเวชศาสตร์ชะลอวัย มัดใจชาวโซเชียลมีเดียได้อยู่หมัด

คุณหมอหน้าใสวัย 30 อินฟลูเอนเซอร์ด้านสุขภาพในโซเชียลมีเดียด้วยยอดผู้ติดตามในทวิตเตอร์กว่า 8 แสนคน อินสตาแกรมอีกกว่า 9 หมื่นคน ไม่รวมถึงการเป็นพิธีกรและแขกรับเชิญทางหน้าจอโทรทัศน์อีกนับไม่ถ้วน มานั่งบอกเล่ากับเราว่า สิ่งที่ตกตะกอนจากการตอบคำถามของวัยรุ่นนั้นคืออะไรบ้าง

จุดสนใจที่อยากเข้าไปในโลกของวัยรุ่น

คุณหมอก็ยังวันรุ่นอยู่เนอะ (หัวเราะ) จริงๆ แล้วความวัยรุ่นไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขอายุ แต่มันอยู่ที่ใจเรามากกว่า งั้นหมอก็คงตอบว่าหมอยังใจวัยรุ่นอยู่ และคิดว่าเราได้คุยกับคนรุ่นเดียวกัน จริงๆ แล้ววัยรุ่นโดยธรรมชาติมีมุมน่าสนใจหลายอย่าง การได้รู้วิธีคิดจากเขามันเป็นสิ่งที่ดี มันทำให้เราสื่อสารกับเขาได้ว่าพวกเขาคิดอะไรกันอยู่ แล้วเรื่องสุขภาพควรจะเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย ก็คิดว่าถ้าเราได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องสุขภาพให้คนกลุ่มนี้ (วัยรุ่น) ฟัง น่าจะเป็นเรื่องที่ดี

หลักคิดหรือจุดเชื่อมที่นำเอาสุขภาพไปคลิกกับวัยรุ่น

ไม่ว่าจะวัยไหน เราต้องสื่อสารให้กระชับเข้าใจง่าย ตรงประเด็น บางทีเรื่องของการแพทย์เป็นเรื่องยาวและละเอียดมาก ถ้าเราอยากจะสื่อสารให้คนหมู่มากเข้าใจ เราจำเป็นที่จะต้องจับประเด็นให้ได้ ว่าประเด็นอะไรที่เขาควรรู้ คือคนเป็นหมออาจจะรู้ 100 ข้อ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องพูดร้อยอย่าง เอาแค่ส่วนหนึ่งพอ มันจะทำให้ทุกคนเข้าใจง่ายกว่า และสองคือ หมอจะพยายามเปรียบเทียบ เพราะบางทีสิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกายมันไม่เห็นภาพ แต่ถ้าเราเปรียบเทียบให้เขาเห็นภาพจะทำให้เข้าใจง่ายขึ้น เวลาเราอธิบายเราต้องทำเหมือนกับคนฟังเขาไม่รู้อะไรเลย เขายังจะเข้าใจเราไหม

คำถามจากวัยรุ่นสะท้อนอะไร

จริงๆ วัยรุ่นสนใจสุขภาพกันเยอะมาก เป็นสิ่งที่ดีมาก น้องๆ ที่อายุต่ำกว่า 20 ค่อนข้างที่สนใจสุขภาพ หาข้อมูลเก่ง วิเคราะห์ข้อมูลเก่ง หลายคนทำให้หมอประทับใจ เป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะเป็นการหาข้อมูลที่ดี ดูแลตัวเองได้ดี มันก็จะสะท้อนว่าวันข้างหน้าเขาจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่สุขภาพดีซึ่งปัญหาเรื่องของโรคไม่ติดต่อในประเทศไทยก็หวังว่าจะลดลง

ส่วนหนึ่งคือการสะท้อนปัญหาสังคม คำถามที่เข้ามามันไปในทิศทางไหนที่ค่อนข้างเยอะ เราก็จะรู้แล้วว่า ตอนนี้คนกำลังกังวลเรื่องนี้อยู่หรือเทรนด์สุขภาพ การที่หมอถูกถามบางเรื่องในทวิตเตอร์บ่อยๆ ก็จะทำให้หมอรู้แล้วว่าเรื่องนี้คือเทรนด์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่

คำถามไหนที่ถูกถามบ่อยๆ แล้วไม่อยากตอบ

ที่ถูกถามบ่อยๆ และอยากเลี่ยงคือคำถามประเภท second opinion ตัวคนไข้เองเขาจะมีหมอประจำอยู่แล้ว ซึ่งหมอประจำเขาก็จะให้คำแนะนำมาก่อนแล้ว แต่ตัวคนไข้เองก็จะมาถามซ้ำ ถามในทวิตเตอร์เพื่อหาความเห็นที่สอง ซึ่งตรงนี้มันยากเพราะหมอไม่ได้เจอเขา ไม่ได้ตรวจร่างกาย ไม่ได้ทำอะไรเลย จึงไม่สามารถที่จะให้คำวินิจฉัยได้ ให้ได้แค่คำแนะนำ

คำถามที่วัยรุ่นอยากรู้แต่ไม่อยากถาม

มีเยอะค่ะ คือเป็นลักษณะไม่กล้าถามตรงๆ แต่ว่ามาทวิตถาม หรือ หลังไมค์ เพราะเวลาเขาเล่นเขาไม่ได้ใช้ชื่อจริง หมอขอแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคำถามใหญ่ๆ

1. เพศศึกษา

เราต้องยอมรับว่าเรื่องเพศในสังคมไทยยังเป็นเรื่องที่อยากรู้ อยากทำ แต่ไม่อยากถาม ไม่อยากพูดถึง คือเราไม่กล้าพูดกันตรงๆ ว่าเรื่องเพศสัมพันธ์วิธีการถูกต้องมันเป็นอย่างไร หรือว่าเวลาเกิดอาการบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะเพศก็จะกังวล กลัว ไม่รู้จะถามใคร หรือไปพบแพทย์ ในกรณีของผู้หญิง อาจจะเป็นพวกตกขาว หรือประจำเดือน ก็จะกังวลแต่ไม่รู้จะไปคุยกับใคร หลายๆ อย่างอาจจะเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ ซึ่งตรงนี้ถ้าเรากล้าถามออกมา ผู้ใหญ่ อาจารย์ หรือแพทย์ กล้าสอนออกไป มันจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าให้วัยรุ่นไปหาคำตอบเอาเอง หรือได้ข้อมูลจากแหล่งอื่นที่ผิด

อย่างแรกคือการป้องกันหรือการคุมกำเนิด ที่จะทำให้เกิดปัญหาท้องก่อนวัยอันควร หรือเรื่องของความผิดปกติบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ ถ้าวัยรุ่นไม่กล้าถามและอยู่กับความผิดปกตินั้นไปอาจจะเป็นสัญญาณของโรคบางอย่างได้

หมอคิดว่าเรื่องแบบนี้เราควรทำให้มันเป็นเรื่องปกติ เป็นธรรมชาติ และก็กล้าที่จะพูด กล้าที่จะถาม กล้าที่จะไปพบแพทย์

2. ปัญหาด้านอารมณ์

หมอคิดว่าปัญหาของอารมณ์เป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทยช่วงหลังเหมือนกัน อย่างเช่นปัญหาอาการซึมเศร้าที่ไม่กล้าบอกพ่อแม่หรือครอบครัว หรือบางทีบอกไปแล้วแต่โดนปรามว่าจะไปหาจิตแพทย์ทำไม เดี๋ยวโดนหาว่าเป็นบ้า คือจริงๆ เราต้องยอมรับว่าซึมเศร้าเป็นโรคและมีความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง แล้วเราต้องไม่อายที่จะกล้าบอกไปว่าแบบนี้ไม่ได้เรียกว่าเป็นบ้านะ แล้วก็ไปรับการรักษา

เพราะอาการซึมเศร้าที่ไม่ได้รับการรักษาอาจจะนำไปสู่การฆ่าตัวตาย มีการสูญเสียเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเด็กวัยรุ่นเองหรือมีคนรอบข้างที่เป็นซึมเศร้า ต้องยอมรับตรงนั้นว่าบางทีก็ต้องได้รับการรักษาและดูแลจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ มันไม่ใช่ว่าซึมเศร้าแล้วไปเที่ยวก็จะดีขึ้น ซึมเศร้าแล้วพาไปกินข้าวก็จะดีขึ้น มันไม่ใช่ มันต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

จริงๆ แล้วโรคซึมเศร้าไม่ใช่โรคใหม่ มีมานานแล้ว แต่ปัจจุบันมีความชุมมากขึ้นหรือเรียกภาษาปากว่า มันเยอะขึ้น ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง แต่ต้องออกตัวว่าหมอเองไม่ได้เป็นแพทย์รักษาโรคซึมเศร้า แต่หมอสังเกตเห็นได้จากการที่วัยรุ่นมาถามเยอะขึ้น ก็พยายามแนะนำเขาว่าไปพบแพทย์จะดีกว่า

3. ปัญหารูปร่างหน้าตา

เรื่องที่วัยรุ่นกังวลกันมากอีกอย่างคือรูปร่างหน้าตาของตนเอง อยากจะเพอร์เฟค อยากมีใบหน้าที่เป๊ะ มีหุ่นที่เป๊ะ เหมือนกับคนดังต่างๆ ซึ่งจริงๆ หมอพยายามบอกเสมอว่า ความเป๊ะ คือความเป็นธรรมชาติของแต่ละคนที่ต่างกัน เป็นเสน่ห์ส่วนตัวที่แตกต่างกัน ถ้าเขาภูมิใจกับความไม่เป๊ะของตัวเองแล้วแสดงออกมาอย่างมั่นใจที่เหมาะสม นั่นแหละคือเสน่ห์ที่มากกว่าสิ่งที่เขาคิดว่ามันเป๊ะซะอีก แต่ถ้าเขายิ่งพยายามทำให้เป๊ะๆ ขึ้นเรื่อยๆ แต่ในใจลึกๆ ไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลย ต่อให้หน้าเป๊ะขนาดไหนก็ไม่มีเสห่น์

ถ้าถามว่าโซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นเรื่องนี้รึเปล่า? ก็คงมีส่วนแต่ไม่ใช่ทั้งหมด คือต้องบอกว่าถ้าเราดูโซเชียลมีเดียส่องคนนั้นคนนี้แล้วเอามาเปรียบเทียบว่าทำไมเขาสวยกว่าเรา ดูดีกว่าเรา ถ้าเปรียบเทียบแบบนี้ก็จะก่อให้เกิดความเครียดขึ้นมา ไม่ต้องเป็นโซเชียลมีเดียหรอก แค่เราเดินไปร้านกาแฟแล้วคนข้างๆ มีแฟนหล่อกว่า แล้วเกิดความรู้สึกว่าทำไมเราไม่มีบ้าง (หัวเราะ) ยังไงก็คือการเปรียบเทียบอยู่ดี ถึงบอกว่ามันไม่ใช่แค่โซเชียลมีเดีย

ปัญหาวัยรุ่นในแต่ละยุคแตกต่างกันไหม

จริงๆ หมอว่าวัยรุ่นมันมีปัญหาทุกยุค แต่ว่าบริบทต่างกันไป วัยรุ่นยุคก่อนๆ ยุคแม่เราเขาก็มีปัญหาในแบบของเขา ยุคนี้ก็มีปัญหาในแบบของเรา บางทีคนรุ่นก่อนๆ ชอบบอกว่าวัยรุ่นยุคนนี้ดื้อ เกเร ไม่ได้เรื่อง ทำอะไรไร้สาระ พวกผู้ใหญ่ที่พูดคำเหล่านี้ต้องคิดว่าตัวเองตอนวัยรุ่นก็คิดอย่างนี้เหมือนกันแหละ

"เป็นธรรมชาติของวัย ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติ ว่าวัยรุ่นเป็นวัยที่ต้องการค้นหาตัวเอง เป็นวัยที่ฮอร์โมนสั่งการให้ทำสิ่งต่างๆ ที่ชอบความท้าทาย หรืออะไรก็ตาม มันก็จะไม่เกิดปัญหา โดยเฉพาะเรื่องการนอนตื่นสาย นาฬิกาชีวภาพของวัยรุ่นคือการนอนดึกตื่นสาย เป็นธรรมชาติของร่างกาย ถ้าเราเข้าใจ ปัญหาระหว่างวัยก็จะน้อยลง"

คิดยังไงกับการเป็นไอดอลในทวิตเตอร์

ดีใจนะคะ ถ้าเราเป็นผู้มีอิทธิพล (Influencer) ในด้านสุขภาพที่ดีได้ และพยายามเป็นแบบอย่างที่ดีอย่างนั้นไว้เพราะข้อมูลข่าวสาร บางทีหมอก็ต้องพยายามกรองเหมือนกันว่าไม่ได้ส่งข้อมูลที่ผิดไป  คือไม่มีใครรู้ทุกเรื่องและไม่มีใครที่ไม่เคยพลาด เรื่องไหนที่หมอไม่รู้ หมอก็จะพยายามหาข้อมูลหรือถามเพื่อน เรื่องไหนไม่รู้จริงๆ เกินความสามารถเราก็ต้องยอมรับว่าไม่รู้ หรือถ้าเราเคยทวีตอะไรที่ผิดไป เราก็ต้องยอมรับและขอโทษ

คำพูดทิ้งท้ายของหมอผิง คือ

“จะพยายามเป็น Influencer ที่ดีอย่างนี้ให้ตลอดเพราะว่ามันสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่คนอื่นได้ จะพยายามค่ะ“

 

หมอผิง ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุลอินฟลูเอนเซอร์ด้านสุขภาพในโซเชียลมีเดียด้วยยอดผู้ติดตามในทวิตเตอร์กว่า 8 แสนคน อินสตาแกรมอีกกว่า 9 หมื่นคน

เพราะบอนชอนและโบท็อกซ์ คือสิ่งที่ทำให้มีกำลังใจใช้ชีวิตในประเทศที่ประยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?