เช็คลิสต์ความร้ายกาจ 3 สารพิษ ไทยมีมติห้ามใช้ 1 ธ.ค. นี้
  • Lifestyle
  • Oct 24, 2019

ข่าวดีของผู้บริโภค! เมื่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติให้ยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีอันตราย ทั้งพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส มีผลบังคับใช้ 1 ธ.ค. 2562 โดยยกเป็น วัตถุอันตรายชนิดที่ 4 หมายถึง วัตถุอันตรายที่มีความเป็นอันตรายหรือความเสี่ยงสูงทั้งจากคุณสมบัติของตัวสารเองหรือจากลักษณะการใช้ เช่น สารก่อมะเร็ง สารก่อกลายพันธุ์ สารที่เป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง

แม้จะมีการประท้วงและต่อรองจากเกษตรกรบางกลุ่ม ที่สนับสนุนให้ใช้ 3 สารเคมีนี้ต่อไป แต่ในระยะยาวผลที่ได้ไม่คุ้มเสียแน่นอน เพราะหากประเทศไทยยังปล่อยให้มีการใช้สารเคมีอันตรายเหล่านี้ เราจะสูญเสียเงินและทรัพยากรด้านสาธารณสุขมากมายในการรักษาคนไข้ที่ป่วยจากการได้รับสารเคมีเหล่านั้น นับเป็นการดี...ในที่สุดวันนี้ประเทศไทยก็ได้ประกาศแบน 3 สารเคมีอันตรายอย่างเป็นทางการ

เพื่อเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงผลเสียจากการใช้สารเคมีอันตราย ของภาคการเกษตรของเมืองไทยในอดีตที่ผ่านมา Bottom Line จะพาย้อนไปดูความร้ายกาจของเจ้าสารพิษเหล่านี้ และโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้กับคุณหากได้รับสารเคมีกลุ่มนี้เข้าไปในร่างกาย ก่อนอื่นมารู้จัก 3 สารเคมีอันตรายนี้กันสักหน่อย...

  • พาราควอต (Paraquat)

พาราควอต เป็นสารเคมีกำจัดวัชพืช (ยาฆ่าหญ้า) ที่เกษตรกรไทยนิยมใช้ในพืชไร่ ออกฤทธิ์เร็ว ทำให้วัชพืชแห้งเหี่ยวและตายได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง โดยไม่มีฤทธิ์ทำลายระบบรากของพืชประธาน มักใช้ในไร่อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา และสวนผักต่างๆ สำนักงานสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA) ระบุว่า พาราควอตมีพิษสูง แค่การกินเพียงจิบเดียวก็ถึงแก่ชีวิตได้ โดยไม่มียาถอนพิษ และองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้พาราควอต เป็นสารเคมีอันตรายปานกลาง แต่มีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวหากถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายสม่ำเสมอ และเป็นอันตรายแก่ชีวิตหากรับประทาน หรือสัมผัสกับผิวหนังในบริเวณกว้าง

นักวิชาการจากหลายหน่วยงานได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างพืชผักมาทดสอบการตกค้างของพาราควอต พบว่า ผักในท้องตลาดเกือบทุกตัวอย่างพบการปนเปื้อนในระดับเกินมาตรฐานสูงถึง 38 ตัวอย่างจาก 76 ตัวอย่าง ส่วนผักที่พบการตกค้างของสารพิษชนิดนี้อยู่มาก ได้แก่ กวางตุ้ง พริกแดง กระเพรา คะน้า ชะอม แตงกวา เป็นต้น

อันตรายของสารพิษพาราควอต มีทั้งส่งผลต่อเกษตรกรโดยตรง อย่างเช่นเคสที่เกิดขึ้นในจังหวัดตาก เมื่อเกิดเหตุถังฉีดสารเคมีรั่วใส่ร่างกายเกษตรกรคนหนึ่ง ทำให้เกษตรกรเสียชีวิตภายใน 7 วัน แม้ทีมแพทย์พยายามรักษาจนแผลภายนอกเกือบจะหายสนิท แต่พาราควอตดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ทำลายอวัยวะภายในจนหมด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เห็นได้ชัดว่าสารเคมีชนิดนี้ร้ายกาจเกินกว่าที่จะยอมเสี่ยงจริงๆ  

อีกทั้งพาราควอตยังส่งผลต่อคนผู้บริโภคอีกทอดหนึ่ง เมื่อมีการสุ่มเก็บผักและผลไม้มาทดสอบหาสารเคมีปนเปื้อน พบว่ามีพาราควอตเกินค่ามาตรฐาน 50% รวมถึงงานวิจัยจากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ พบกการตกค้างของพาราควอตในสิ่งมีชีวิตที่เป็นอาหาร เช่น กบนา ปูนา หอยกาบน้ำจืด ปลากะมัง ซึ่งเป็นการรับสารเคมีชนิดนี้มาจากสิ่งแวดล้อม 

  • ไกลโฟเซต (Glyphosate)

เป็นยาฆ่าวัชพืช กลุ่ม phosphonic acid เป็นสารกำจัดวัชพืชโดยวิธีฉีดพ่นและดูดซึมทางใบ, วิธีฉีดเข้าลำต้น หรือหยอดที่ยอด ใช้กำจัดวัชพืชทั้งใบแคบและใบกว้าง วัชพืชปราบยาก เช่น แห้วหมู หญ้าคา ไมยาราบยักษ์ ผักตบชวา เป็นต้น ไกลโฟเซต เป็นสารเคมีที่บริษัทมอนซานโต้เริ่มใช้ในชื่อ "ราวด์อัพ" ซึ่งออกจำหน่าย มาตั้งแต่ปี 1974 เป็นยากำจัดวัชพืชที่มีปริมาณการใช้งานมากที่สุดในกลุ่มเกษตรกรที่ทำไร่ ทำนา ทำสวนผัก

  • คลอร์ไพรีฟอส (Chlorpyrifos)

เป็นสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชในกลุ่ม organophosphorus ที่มีการใช้อย่างกว้างขวาง ทั้งการใช้ในบ้านและในสวน มีลักษณะเป็นผลึกสีขาวและมีกลิ่นแรงคล้ายกระเทียม เป็นสารอินทรีย์ที่มีฟอสฟอรัสเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรสแบบถาวร นิยมใช้กำจัดหนอนเจาะสมอฝ้าย เสี้ยนดิน เพลี้ยอ่อน เพลี้ยจักจั่น ด้วงงวงมันเทศ ผีเสื้อข้าวเปลือก ด้วงงวงข้าว ด้วงงวงข้าวโพด มอดแป้ง มอดสยาม หนอนเจาะฝัก หนอนหน้าแมว แมลงดำหนาม และด้วงงวงในกล้วย ซึ่งพบในพืชจำพวกถั่วเหลือง ถั่วลิสง มันเทศ ข้าวเปลือก นุ่น ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว และกล้วย

  • 5 โรคร้ายที่มาพร้อม 3 สารเคมีอันตราย

นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยให้ข้อมูลไว้ว่า เมื่อสารเคมีพาราควอตซึมเข้าสู่ร่างกายแล้ว สามารถทำลายอวัยวะต่างๆ ได้หมด สารเคมีชนิดนี้หากสะสมในร่างกายจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคที่รักษาไม่ได้ทั้งสิ้น เช่น โรคมะเร็ง โรคพาร์กินสัน โรคตับ โรคไต เป็นต้น

1. โรคมะเร็ง (สารก่อมะเร็ง)

สถาบันมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC) กำหนดให้ ไกลโฟเซต เป็นสารก่อมะเร็ง รบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อ เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งต่อมน้้าเหลือง จากการประมวลงานวิจัยจำนวนมาก ล่าสุด (2019) พบว่าการสัมผัสสารไกลโฟเซตเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด NHL(Non-Hodgkin’s lymphoma) สูงกว่าผลการศึกษาเดิมถึง 41%

2. โรคพาร์กินสัน

พาราควอตสัมพันธ์กับการก่อ โรคพาร์กินสัน เป็นสารพิษเรื้อรังที่มีการพิสูจน์แล้วว่าหากได้รับเข้าไปในร่างกายอยู่เสมอ จะก่อให้เกิดโรคพาร์กินสันได้ เมื่อฉีดพ่นพาราควอตในไร่นาหรือฟาร์มผักผลไม้ต่างๆ แล้ว สารพิษนี้จะดูดซึมเข้าไปถึงเซลล์ของพืชนั้นๆ ทำให้ล้างน้ำไม่ออก ความร้อนทำลายไม่ได้ และปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม พาราควอตเป็นสารพิษเฉียบพลันสูงต่อมนุษย์ แค่เผลอเข้าปากจิบเดียวก็ตายได้โดยไม่มียาถอนพิษ

3. โรคไต

ไกลโฟเซต มีผลกระทบต่อการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ (EDC) สมาคมต่อมไร้ท่อสหรัฐอเมริกา (endocrine society) ระบุว่าเป็นสารที่รบกวนการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ ส่งผลกระทบต่อการเกิดโรคไตเรื้อรังได้

4. ทำลายปอดและผิวหนัง

พาราควอตมีฤทธิ์ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อที่สัมผัส เช่น ปอด ผ่านการสูดหายใจ โดยถุงลมปอดจะถูกทำลาย ทำให้ระคายเคืองที่เยื่อบุโพรงจมูก เลือดกำเดาไหล หรืออาจเกิดการทำลายเนื้อปอดจนเกิดพังผืดในปอด (lung fibrosis) จนทำให้ระบบหายใจล้มเหลวได้ ส่วนผิวหนังก็เกิดอาการระคายเคืองได้เช่นกัน หากสัมผัสโดนพาราควอต ผิวหนังอาจเป็นแผลพุพอง หรือหากสัมผัสที่ตาก็จะทำให้ตาบวม แดง อักเสบ ประสิทธิภาพในการมองเห็นลดลง ซึ่งแม้จะสวมเสื้อผ้ามิดชิดก็ไม่สามารถป้องกันการสัมผัสทางผิวหนังได้

5. กระทบต่อระบบสืบพันธุ์

พาราควอตส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ การตั้งครรภ์ และการพัฒนาของตัวอ่อนในครรภ์ แม้ผู้ใช้มีการป้องกันอย่างดี จากการศึกษาหาปริมาณพาราควอตในคนไทย พบว่า ทั้งเลือดหญิงตั้งครรภ์ เลือดจากสายสะดือ และขี้เทาทารกแรกเกิด มีสารพาราควอตตกค้างอยู่ เพราะพาราควอตสามารถส่งต่อถึงทารกในครรภ์ผ่านรกและสายสะดือ ซึ่งหากเด็กได้รับสารพาราควอตก็อาจทำให้สมองไม่เติบโตตามพัฒนาการ ความจำสั้น ไอคิวต่ำ สมาธิสั้น ตอบสนองช้า การควบคุมการเคลื่อนไหวแย่ลง เป็นต้น

เห็นผลกระทบต่อสุขภาพมากมายขนาดนี้ ในมุมของผู้บริโภคคงไม่มีใครอยากเสี่ยงซื้อผัก ผลไม้ ที่ปนเปื้อนสารพิษเหล่านี้มารับประทานกันแล้วล่ะ

----------------------------------

อ้างอิง:

Change.org

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/850046

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/851038

https://www.hfocus.org/content/2019/10/17944

https://www.hfocus.org/content/2019/10/17943

http://www.fda.moph.go.th/sites/Hazardous/SitePages/Askinghazmat.aspx

นับเป็นการดี...ในที่สุดวันนี้ประเทศไทยก็ได้ประกาศแบน 3 สารเคมีอันตรายอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงผลเสียจากการใช้สารเคมีอันตราย ของภาคการเกษตรของเมืองไทยในอดีต เราจะพาย้อนไปดูความร้ายกาจของเจ้าสารพิษเหล่านี้ และโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้กับคุณ เช่น โรคมะเร็ง โรคพาร์กินสัน ทำลายปอดและผิวหนัง โรคตับ โรคไต กระทบต่อระบบสืบพันธุ์ เป็นต้น

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?